ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ มนต์รักในม่านเมฆ 18-22 มิ.ย 2555

เปิดอ่านแล้ว 346 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ มนต์รักในม่านเมฆ 18-22 มิ.ย 2555

18-22 มิ.ย 2555


ในที่สุดลี่ผิงและฉู่เหลียนก็แต่งงานกันโดยมีจื่อหลิงและฉู่เพ่ยเป็นเพื่อนเจ้าสาวและเจ้าบ่าว เจี้ยนปอมาร่วมงานแต่งงานของลี่ผิงด้วยความหดหู่ จื่อหลิงตื้นตันใจมากถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว ภายในห้องหอ ฉู่เพ่ยและหยี่ซานสอบถามคำถาม   ลี่ผิงและฉู่เหลียน ทั้งสองสอบถามฉู่เหลียนว่าลี่ผิงใช้เครื่องสำอางใด  นึกไม่ถึงว่าฉู่เหลียนกลับตอบไม่ได้ เจี้ยนปอแอบบอกคำตอบให้ฉู่เหลียน แต่กลับถูกหยี่ซานจับได้จนถูกลงโทษ หยี่ซานถามลี่ผิงว่าฉู่เหลียนชอบใช้วิธีการใดติดต่อสื่อสารมากที่สุด ลี่ผิงตอบด้วยความมั่นใจว่าโทรศัพท์ นึกไม่ถึงว่าคำตอบกลับเป็นเอ็มเอสเอ็นทางอินเตอร์เน็ต เมื่อเห็นทุกคนกำลังจะลงโทษลี่ผิง ฉู่เหลียนก็ขอรับโทษแทนลี่ผิง สร้างความประทับใจให้ทุกคนเป็นอันมาก ลี่ผิงถูกหยี่ซานบีบบังคับให้นั่งลงบนรถเข็นรวมกับผู้หญิงคนอื่นเพื่อให้      ฉู่เหลียนค้นหาว่าใครเป็นเจ้าสาวที่แท้จริง ฉู่เหลียนลูบไล้เนื้อตัวเพื่อนเต้นรำของลี่ผิงก็สามารถแยกแยะออกทันทีว่าไม่ใช่ลี่ผิง แต่เมื่อถึงจื่อหลิง ฉู่เหลียนกลับไม่ยอมปล่อยมือโดยลูบคลำไปตามใบหน้าจื่อหลิงอยู่นาน จื่อหลิงสุดที่จะทนต่อไปได้จึงกัดมือฉู่เหลียน   ทำให้ฉู่เหลียนร้องลั่นยอมปล่อยมือสร้างความขบขันให้ทุกคนเป็นอันมาก
เฟ่ยหยุนฟานพาจื่อหลิงออกไปตีกอล์ฟ จื่อหลิงเพิ่งเริ่มเรียนตีกอล์ฟจึงให้ความสนใจเป็นพิเศษ ต่อมา เฟ่ยหยุนฟานก็พา   จื่อหลิงไปขี่ม้า จื่อเหลียนตื่นเต้นมากกำบังเหียนไว้แน่น เฟ่ยหยุนฟานเดินเคียงข้างเพื่อระวังความปลอดภัยให้จื่อหลิง จื่อหลิงขี่ม้าสักพักหนึ่งก็เริ่มคุ้นเคยกับการบังคับม้า ทันใดนั้น โทรศัพท์มือถือของจื่อหลิงก็ดังขึ้นมา  จื่อหลิงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา  ด้วยความที่ไม่ระมัดระวังจึงตกจากหลังม้าลงม้า    เฟ่ยหยุนฟานตกใจมากจึงเข้าไปรับจื่อหลิงเอาไว้  นึกไม่ถึงว่าจื่อหลิงกลับทำหน้าเป็นใส่เฟ่ยหยุนฟานโดยบอกเฟ่ยหยุนฟานว่าเธอพบเห็นดวงดาวสุกสกาวดวงหนึ่ง เธอตั้งชื่อดวงดาวนั้นว่า“จื่อหยุน”หวังว่าแต่นี้เป็นต้นไปทุกวันจะได้พบเห็นจื่อหยุน

หยี่ซาน,เสี่ยวจิ่นและฉู่เพ่ยพากันไปปีนหน้าผาจำลองด้วยกัน เสียวจิ่นไม่ระวังพลัดตกลงมา   ฉู่เพ่ยเห็นเช่นนั้นจึงใช้มือประคองก้นเสียวจิ่นเอาไว้ เมื่อหยี่ซานพบเห็นเข้าจึงโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาโดยบอกให้ฉู่เพ่ยรีบปล่อยมือทันทีด้วยไม่อยากกิน    น้ำใต้ศอกของเสียวจิ่น
หยงเอ๋ออดีตภรรยาของเฟ่ยหยุนฟานมาที่ร้านอาหารของเฟ่ยหยุนฟาน เพื่อขอหยิบยืมเงินจำนวนห้าแสนเหรียญเปิดร้านเสริมสวย เฟ่ยหยุนฟานให้ความช่วยเหลือด้วยความเต็มใจ จากนั้น เฟ่ยหยุนฟานก็บอกหยงเอ๋อว่าตนจะแต่งงานสัปดาห์หน้า     หยงเอ๋อสวมกอดแสดงความยินดีต่อเฟ่ยหยุนฟาน จื่อหลิงเปิดประตูเข้ามาพบเห็นเข้าก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมาเลยทีเดียว แม้ว่าเฟ่ยหยุนฟานพยายามอธิบายความจริงให้จื่อหลิงฟัง แต่จื่อหลิงกลับไม่ยอมรับฟังใดๆทั้งสิ้น เฟ่ยหยุนฟานจนปัญญาจึงปล่อยให้  จื่อหลิงใจเย็นลงสักพักค่อยพูดจากัน หยงเอ๋อโทรศัพท์ถึงจื่อหลิงเพื่อเชื้อเชิญให้จื่อหลิงมาที่บ้านของเธอ จื่อหลิงไปตามที่นัดหมาย หยงเอ๋อ บอกจื่อหลิงว่าเป็นคนที่มีคุณธรรม ทั้งที่เธอและเฟ่ยหยุนฟานหย่าขาดจากกันแล้วก็ตาม แต่เมื่อเฟ่ยหยุนฟานรู้ความจริงว่าเธอติดยาเสพติด เฟ่ยหยุนฟานก็ให้ความช่วยเหลือเธอเลิกยาเสพติดให้ได้ จื่อหลิงตื้นตันใจมากจึงให้อภัยเฟ่ยหยุนฟาน
เวลาฮันนีมูนของฉู่เหลียนหมดลงทำให้ฉู่เหลียนต้องกลับไปทำงานดังเดิม ในเวลากลางวันซึ่งลี่ผิงต้องอยู่ตามลำพังนั้นทำให้ลี่ผิงเกิดความหวาดกลัวขึ้นมา ฉู่เหลียนบอกให้ลี่ผิงอยู่บ้าน ถ้าหากรู้สึกเบื่อขึ้นมาก็พูดคุยกับแม่(แม่สามี)แต่ลี่ผิงกลับรู้สึกว่าเธอไม่มีเรื่องพูดคุยกับแม่ ฉู่เหลียนบอกลี่ผิงว่าลี่ผิงและแม่รู้จักกันมานาน เป็นไปได้อย่างไรที่จะไม่มีเรื่องพูดคุยกัน ลี่ผิงตัดพ้อว่ารู้จักกันก็เป็นเรื่องที่รู้จักกัน การพูดคุยกันก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง หลังจากที่ฉู่เหลวียนออกไปทำงานแล้ว ลี่ผิงก็ลองเข้าไปพูดคุยกับแม่ นึกไม่ถึงว่าแม่สามีและลูกสะใภ้กลับมีท่าทีเกรงอกเกรงใจกันราวกับเป็นคนอื่น ทำให้ลี่ผิงรู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างขวางกั้น ลี่ผิงเข้าครัวทำอาหารให้ฉู่เหลียน ด้วยความไม่ระวังจึงถูกน้ำแกงลวก แม่เห็นเช่นนั้นจึงบอกลี่ผิงว่าต่อไปต้องการอะไรให้เรียกแม่ ไม่ต้องลงมือทำด้วยตนเอง

 


เฟ่ยหยุนฟานและจื่อหลิงพากันไปเลือกซื้อแหวนเพชร จื่อหลิงเลือกเพชรเม็ดเล็กที่สุด จากนั้น จื่อหลิงก็ถามเฟ่ยหยุนฟานว่าเธอสวมใส่แหวนเพชรนิ้วกลางได้หรือไม่ เฟ่ยหยุนฟานไม่เข้าใจเจตนาของจื่อหลิง  จื่อหลิงบอกเฟ่ยหยุนฟานว่าอดีตภรรยาทั้งสองคนของเฟ่ยหยุนฟานต่างสวมใส่แหวนนิ้วนางด้วยกันทั้งนั้น          จื่อหลิงไม่อยากเป็นเหมือนพวกเธอที่ต้องหย่าขาดจาก     เฟ่ยหยุนฟาน เฟ่ยหยุนฟานเห็นด้วยกับความคิดของจื่อหลิงจึงได้รับปากตามความต้องการของเธอ พนักงานขายชื่นชมเฟ่ยหยุนฟานที่เข้าอกเข้าใจผู้หญิงเป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเลือกแหวนให้จื่อหลิงเป็นกรณีพิเศษ จื่อหลิงหัวเราะในความเป็นเจ้าบ่าวที่มากประสบการณ์ของเฟ่ยหยุนฟาน เฟ่ยหยุนฟานกลับบอกจื่อหลิงว่าจื่อหลิงเป็นเจ้าสาวที่เรื่องมากที่สุด
สุยซินนัดหวังจ่านเผิงมาหาเธอที่คอฟฟี่ชอป สุยซินสอบถามหงังจ่านเผิงถึงการแต่งงานของลูกสาวทั้งสองคน หวังจ่านเผิงกลับมีท่าทีเศร้าสลดโดยบอกสุยซินว่าลูกสาวทั้งสองคนของตนนั้น คนหนึ่งต้องแต่งงานด้วยมีสาเหตุมาจากความพิการ ส่วนอีกคนหนึ่งต้องแต่งงานด้วยไม่สมหวังในความรัก เดิมทีตนคิดว่าการเสียสละความรักที่มีต่อสุยซินนั้นสามารถแลกกับความสุขของลูกสาวทั้งสองคน แต่เมื่อเห็นชีวิตสมรสของลูกสาวทั้งสองคนแล้วก็รู้สึกว่าพวกเธอต้องทุกข์ระทมต่อชีวิตสมรสที่ไม่มีความสุข หวังจ่านเผิงกล่าวต่อไปว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนตนเคยเขียนจดหมายฉบับหนึ่งถึงสุ่นจวนโดยเล่าถึงเรื่องราวของตนและสุยซินให้สุ่นจวนรู้ น่าเสียดายที่สุ่นจวนไม่ได้รับจดหมายฉบับนั้น จวบจนกระทั่งตนได้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้สุ่นจวนรู้ สุยซินก็จากไปเสียแล้ว สุยซินจับจ้องไปที่หวังจ่านเผิงราวกับอยู่ในภวังค์ แม้ว่ามีคำพูดมากมาย แต่กลับพูดไม่ออก
จื่อหลิงไปเยี่ยมเยียนลี่ผิงที่บ้านสกุลฉู่ เธอรู้สึกสงสารเมื่อเห็นลี่ผิงได้รับบาดเจ็บ จื่อหลิงบอกลี่ผิงว่าเธอกำลังจะแต่งงานกับเฟ่ยหยุนฟาน หลังจากแต่งงานแล้ววันรุ่งขึ้นก็จะบินไปฝรั่งเศสทันที ลี่ผิงรู้สึกประหลาดใจที่การแต่งงานช่างกระชั้นชิดจนเกินไป   จื่อหลิงอ้างงานของเฟ่ยหยุนฟานกลบเกลื่อนความจริง
เฟ่ยหยุนฟานต้องการจัดงานแต่งงานอย่างยิ่งใหญ่ให้จื่อหลิง แต่นึกไม่ถึงว่าจื่อหลิงกลับปฏิเสธ ในคืนวันแต่งงาน ทั้งสองเปรียบเสมือนดวงดาวที่สุกสกาวที่สุดบนท้องฟ้า


ตกดึกที่บ้านสกุลฉู่ ฉู่เหลียนเขียนข้อความทางอินเตอร์เน็ตถึงจื่อหลิง แต่แล้วฉู่เหลียนกลับลบข้อความเหล่านั้นทิ้งไป
ทันทีที่เฟ่ยหยุนฟานและจื่อหลิงลงจากเครื่องบิน ชายหญิงชาวฝรั่งเศสจำนวนห้าถึงหกคนที่มีช่อดอกไม้อยู่ในมือก็พากันปรี่เข้าหาจื่อหลิง หลังจากที่ทุกคนมอบช่อดอกไม้ให้จื่อหลิงแล้วก็โผเข้ากอดจื่อหลิง  จื่อหลิงรู้สึกประหลาดใจมากที่คนเหล่านี้ต้อนรับเธออย่างอบอุ่น เฟ่ยหยุนฟานซึ่งยืนอยู่ข้างๆอดหัวเราะไม่ได้เมื่อเห็นจื่อหลิงทำตัวไม่ถูก จากนั้นเฟ่ยหยุนฟานก็พาจื่อหลิงขึ้นเครื่องบินบินต่อไปยังเมืองโปรวองซ์ เฟ่ยหยุนฟานบอกจื่อหลิงว่าตนเปิดกิจการโรงแรมอยู่ที่นั่น มีสวนดอกไม้ผืนใหญ่และบริษัทเครื่องสำอางค์ จื่อหลิงประทับใจเมืองโปรวองซ์เมืองเก่าแก่ซึ่งมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน สิ่งที่ทำให้จื่อหลิงไม่อยากเชื่อเลยก็คือว่าเฟ่ยหยุนฟานพักอาศัยอยู่ในบ้านซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างในสมัยศตวรรษที่สิบแปด จื่อหลิงตื่นตาตื่นใจวิ่งเข้าไปสำรวจบ้านซึ่งเป็นของเธอ จื่อหลิงพบว่าเฟ่ยหยุนฟานจำลองสิ่งที่จื่อหลิงปรารถนาไว้ในบ้านและสวนดอกไม้สร้างความประทับใจให้จื่อหลิงเป็นอันมาก     จื่อหลิงและเฟ่ยหยุนฟานยิ้มหัวเราะกันอย่างมีความสุข
ภายในบ้านสกุลฉู่ ฉู่เหลียนบอกแม่ว่าอย่าเห็นลี่ผิงเป็นคนอื่น เพราะจะสร้างความอึดอัดให้แก่ลี่ผิง แต่ลี่ผิงกลับไม่สบายใจที่เธอไม่เพียงไม่สามารถแบ่งเบา แต่ในทางกลับกันกลับสร้างภาระให้แก่ครอบครัว วันหนึ่ง แม่จะออกไปซื้อกับข้าว ฉู่เหลียนและพ่อออกไปทำงาน ฉู่เพ่ยออกไปเรียนหนังสือ มีเพียงลี่ผิงอยู่บ้านเพียงคนเดียวเท่านั้น ทันใดนั้นเองก็มีบุรุษไปรษณีย์มากดกริ่งหน้าบ้านสกุลฉู่เพื่อให้ผู้รับออกมาลงลายมือชื่อรับจดหมายลงทะเบียน ลี่ผิงต้องทุลักทุเลกว่าที่จะมาเปิดประตูได้ ทำให้บุรุษไปรษณีย์ต้องคอยอยู่สักพักหนึ่ง ลี่ผิงใช้ไม้เท้าค้ำยันเดินไปจนหกล้มได้รับบาดเจ็บจนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล สุ่นจวนขุ่นข้องหมองใจที่บ้านสกุลฉู่ปล่อยให้ลี่ผิงอยู่บ้านตามลำพัง สุ่นจวนและหวังจ่านเผิงจึงปรึกษาหารือกันว่าจะรับลี่ผิงกลับมาอยู่บ้านสกุลหวัง


ภายในห้องรับแขกบ้านสกุลฉู่ บ้านสกุลฉู่และบ้านสกุลหวังนัดหมายปรึกษาหารือกันถึงเรื่องของลี่ผิง ด้วยความที่สุ่นจวนไม่พอใจสิ่งที่ลูกสาวของเธอได้รับ เธอจึงต่อว่าต่อขานฉู่เหลียนโดยไม่ไว้หน้า ไม่ดูแลลี่ผิงให้ดี ไม่ว่าหัวเด็ดตีนขาดก็จะรับลี่ผิงกลับมาบ้านสกุลหวังให้ได้ ด้วยความที่ลี่ผิงเกรงว่าเธอจะเป็นต้นเหตุที่ทำลายความสัมพันธ์ของทั้งสองครอบครัว ลี่ผิงจึงยอมรับว่าทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเพียงคนเดียว ฉู่เหลียนตำหนิตนเองเป็นการใหญ่ ส่วนพ่อได้แต่สะกดความรู้สึกเอาไว้โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลลี่ผิงให้ดี ไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีกต่อไป สุ่นจวนเห็นทุกคนรับปากเป็นมั่นเหมาะ เธอจึงยอมลามือ แม้ว่าบรรยากาศผ่อนคลาย   ลงไป แต่ฉู่เหลียนกลับรู้สึกกลัดกลุ้มใจเป็นอันมาก
ภายในบ้านสกุลฉู่ ฉู่เหลียนดูแลลี่ผิงเป็นอย่างดี ทำให้ลี่ผิงรู้สึกเกรงอกเกรงใจฉู่เหลียนขึ้นมา ลี่ผิงกล่าวขอโทษฉู่เหลียนไม่หยุดปาก ฉู่เหลียนบอกลี่ผิงว่านับแต่นี้ไม่ต้องกล่าวคำขอโทษอีกต่อไป เมื่อลี่ผิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกตื้นตันใจเป็นอันมาก ความรู้สึกของลี่ผิงและฉู่เหลียนต่างเศร้าหมองด้วยกันทั้งคู่ สิ่งที่ทั้งสองทำได้ทำได้เพียงแต่ปลอบใจกันและกันเท่านั้น
ภายใต้แสงอาทิตย์ริมสระว่ายน้ำ ฉู่เพ่ยคอยหยี่ซานด้วยความร้อนใจ เสียวจิ่นคะยั้นคะยอให้ฉู่เพ่ยลงสระว่ายน้ำ ฉู่เพ่ย   ตกตะลึงเมื่อเห็นผ้าขนหนูผืนใหญ่ห่อหุ้มตัวหยี่ซาน เสียวจิ่นบอกหยี่ซานปลดผ้าขนหนู หยี่ซานปลดผ้าขนหนูออก ฉู่เพ่ยเบิกตาโพลงด้วยคิดว่าจะได้ชื่นชมเรือนร่างหยี่ซาน นึกไม่ถึงว่าภายใต้ผ้าขนหนูผืนใหญ่ ยังมีผ้าขนหนูผืนใหญ่อีกผืนหนึ่งห่อหุ้มกายหยี่ซานเอาไว้อีกชั้นหนึ่ง
เสียวจิ่นและหยี่ซานหยอกล้อกันในสระว่ายน้ำ ฉู่เพ่ยนั่งอยู่ริมสระน้ำ นับเป็นครั้งแรกที่ฉู่เพ่ยเห็นเรือนร่างอันงดงามของ   หยี่ซาน เสียวจิ่นและหยี่ซานพากันวิ่งไปหาฉู่เพ่ย เสียวจิ่นกระชากผ้าที่ห่อหุ้มกายของหยี่ซานออก    นึกไม่ถึงว่าหยี่ซานเตรียมการรับมือไว้แล้วด้วยไม่อยากให้ฉู่เพ่ยเห็นเรือนร่างที่แท้จริงของเธอ   หยี่ซานหอบผ้าขนหนูวิ่งจากไป ฉู่เพ่ยตะโกนร้องรั้งหยี่ซานไว้ แต่หยี่ซานวิ่งจากไปแล้วไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ

เรื่องย่อซีรีส์ มนต์รักในม่านเมฆ อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android