ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 8-12 ตุลาคม 2555

เปิดอ่านแล้ว 326 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 8-12 ตุลาคม 2555

8-12 ตุลาคม 2555

เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าใจผิดคิดว่าเบนจามินจงใจก่อกวน ด้วยความโกรธจึงลงไม้ลงมือกับเบนจามิน หลิ่วชิงเข้าช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ขณะที่กำลังต่อสู้กันอยู่นั่นเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงรู้ว่าเบนจามินเป็นวรยุทธของชาวจีน ทั้งยังพูดภาษาจีนได้อีกด้วย เบนจามินอธิบายว่าตนสนอกสนใจการแสดงของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นพิเศษจึงจดรายละเอียดการแสดงเอาไว้ คำโบราณกล่าวว่าปราชญ์พบทหาร มีเหตุผลพูดไม่ชัดเจน ผลปรากฏว่าบนถนนใหญ่เกิดความโกลาหลไปทั่ว และแล้วก็นับเป็นอีกครั้งที่การแสดงของเสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกผู้ชมจับได้ว่าหลอกลวง ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อตกที่นั่งลำบาก

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยมีวาสนาต่อกันจึงพูดคุยกันอย่างถูกคอและเข้ากันได้ดี ในที่สุดทั้งสองก็สาบานเป็นพี่น้องกันโดยมีจินสั่ว,หลิ่วชิงและหลิ่วหงเป็นสักขีพยาน จื่อเวยแสดงความจริงใจต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยไม่มีคามเคลือบแคลงสงสัย หลังจากท่จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อสาบานเป็นพี่น้องกันแล้ว ในคืนเดียวกันนั้นเอง จื่อเวยก็เปิดเผยชาติกำเนิดของนาง ตลอดจนเรื่องราวความรักของเซี่ยหยี่เหอแม่ของนางและเฉียนหลงซึ่งราวกับบทกวีต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยไม่ปิดบังแม้แต่น้อย

               ย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบเก้าปีก่อน เฉียนหลงทรงพบเซี่ยหยี่เหอเป็นครั้งแรกท่ามกลางสายฝน เรื่องราวที่คนทั้งสองรู้จักกันจนก่อเกิดเป็นความรัก คำมั่นสัญญาที่มีต่อกัน กระทั่งต้องพลัดพรากจากกันท่ามกลางหิมะที่ตกหนัก ตลอดจนเรื่องที่หยี่เหอวิ่งตามรถม้าของเฉียนหลงไปล้วนแล้วได้ถูกจดบันทึกลงในจดหมายของเฉียนหลง หลังจากที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อรับฟังเรื่องราวของจื่อเวยจนหมดสิ้นแล้วก็ตกตะลึงไม่นึกว่านางจะได้สาบานเป็นพี่น้องกับองค์หญิง

               อีกด้านหนึ่งนั้น ภายในวังหลวงอันเงียบสงัด มีชายหนุ่มสองคนในชุดขาวสะอาด คนหนึ่งคือหย่งฉีองค์ชายห้าที่มีท่วงท่าสง่างาม อีกคนหนึ่งคือเบนจามินจิตรกรศิษย์หลางซื่อหนิงซึ่งก็คือคนที่มีเรื่องวิวาทกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อจนมีฉายาว่าผีฝรั่งนั่นเอง หย่งฉีและเบนจามินกำลังฝึกฝนกระบี่ของชาวตะวันตกด้วยกัน ในขณะที่ทั้งสองกำลังฝึกซ้อมอย่างเอาจริงเอาจังนั่นเอง ทั้งสองหารู้ไม่ว่าเบนจามินกำลังนำภัยพิบัติมาให้โดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อพบว่าแท้ที่จริงแล้วการที่จื่อเวยต้องการพบใต้เท้าเหลียงนั้นเพื่อเป็นช่องทางให้ได้เข้าเฝ้าเฉียนหลงนั่นเอง แต่ในเมื่อติดขัดที่ใต้เท้าเหลียง เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงแนะนำจื่อเวยให้ไปเข้าเฝ้าเฉียนหลงโดยตรงโดยไม่ต้องผ่านคนกลาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อพร้อมด้วยจื่อเวยและจินสั่งพากันไปเข้าเฝ้าเฉียนหลงโดยปกปิดไม่ให้หลิ่วชิงและหลิ่วหงล่วงรู้ จื่อเวยเห็นกำแพงสูงไม่สามารถปีนข้ามไปได้จึงมอบจดหมายให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อนำไปเข้าเฝ้าเฉียนหลง

               เฉียนหลงทรงเป็นประธานการแข่งขันล่าสัตว์ซึ่งเป็นธรรมเนียมสืบทอดมาจากบรรพกษัตริย์โดยมีหย่งฉี,เบนจามิน,เอ่อคังและเอ่อไท่คนทั้งสี่เข้าร่วมการแข่งขัน คนทั้งสี่ตื่นเต้นโดยมุ่งมั่นที่จะได้รับรางวัลจากเฉียนหลง ทุกคนวิ่งออกไปตามทุ่งหญ้ากว้าง เมื่อหย่งฉีเห็นสัตว์ก็โก่งคันธนูไปที่เป้าหมายทันที นึกไม่ถึงว่าลูกธนูกลับไปถูกเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งถือจดหมายของจื่อเวยเพื่อมาเข้าเฝ้าเฉียนหลงจนได้รับบาดเจ็บ เฉียนหลงทรงทอดพระเนตรเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้รับบาดเจ็บพร้อมด้วยจดหมายฉบับหนึ่ง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้พระองค์ทรงนิ่งเงียบด้วยความตกพระทัย ในเวลาเดียวกัน เบนจามินก็รู้สึกแปลกใจเหตุใดหญิงสาวที่เปิดการแสดงที่ตลาดและเคยมีเรื่องวิวาทกับตนมาก่อนจึงปรากฏตัว ณ สถานที่แห่งนี้

               เฉียนหลงทรงพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งได้รับบาดเจ็บกลับวังหลวงทันที เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจินสั่วซึ่งขาดการติดต่อจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เมื่อเห็นขบวนเสด็จรีบร้อนกลับวังหลวงจึงเกิดความวิตกกังวลขึ้นมา ทั้งสองจึงพากันสืบข่าวคราวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               เฉียนหลงทรงกำชับหมอหลวงรักษาอาการบาดเจ็บของเสี่ยวเยี่ยนจ่อเป็นอย่างดี หย่งฉีรู้สึกผิดที่พลั้งมือทำร้ายเสี่ยวเยี่ยนจื่อจนได้รับบาดเจ็บ แต่เบนจามินกลับรู้สึกเคลือบแคลงสงสัยเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แม้ว่าทั้งสองคิดคนละอย่าง แต่ก็รู้สึกวิตกกังวลด้วยกันทั้งคู่ด้วยเกรงว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะเป็นอันตรายถึงชีวิต หย่งฉีและเบนจามินพากันไปที่ห้องยาเพื่อนำยาที่ดีที่สุดในวังหลวงมารักษาเสี่ยวเยี่ยนจื่อ  ฉางโซ่วหมอหลวงซึ่งเก่งที่สุดในวังหลวงลงมือรักษาเสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยตนเอง

               ฉางโซ่วมีนิสัยแปลกประหลาด ไม่ยึดติดพิธีรีตอง ไม่ก้มหัวต่อผู้มีอำนาจ หย่งฉีและเบนจามินพากันเอาอกเอาใจฉางโซ่วจนสามารถพาฉางโซ่วไปยังตำหนักเหยียนสี่เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้สำเร็จ พระสนมลิ่งแปลกใจมากเมื่อพบเห็นฉางโซ่วหมอหลวงซึ่งมีท่าทางพิสึกพิลั่นออกมารักษาด้วยตนเอง ด้วยความสามารถทางการแพทย์ของฉางโซ่ว   เพียงชั่วพริบตาก็สามารถทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งสลบไสลไม่ได้สติรู้สึกตัวขึ้นมา   เมื่อหย่งฉีและเบนจามินเห็นเช่นนั้นก็ดีใจเป็นอันมาก

               การปรากฏตัวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อในครั้งนี้ทำให้เฉียนหลงทรงหวนนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตเมื่อสิบแปดปีก่อน ภาพแห่งความทรงจำที่หยี่เหอตะโกนร้องเรียกที่ต้องพลัดพรากจากกันท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ พระสนมลิ่งเข้าถึงพระทัยเฉียนหลงเป็นอย่างดีจึงดูแลเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอย่างดี

               จื่อเวยและจินสั่วร้อนใจมากที่ขาดการติดต่อจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ในที่สุดทั้งสองก็ตัดสินใจขอความช่วยเหลือจากหลิ่วชิงและหลิ่วหงสองพี่น้องออกสืบข่าวคราวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ อีกด้านหนึ่งนั้น เบนจามินตัดสินใจออกจากวังหลวงเพื่อสืบหาประวัติความเป็นมาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ตลอดจนวัตถุประสงค์ที่แท้จริงที่นางปรากฏตัวยังที่ล่าสัตว์ แต่แล้วทั้งสองฝ่ายต่างก็คลาดกัน ไม่ได้รับข่าวสารใดกลับไป

               ด้วยความที่ฮองเฮาและแม่นมหยงต่างต้องการรู้ประวัติความเป็นมาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทั้งสองจึงพากันไปเยี่ยมเยียนเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งกำลังพักรักษาตัว ฮองเฮาทรงมีรับสั่งให้นางกำนัลทุกคนออกไปนอกห้อง จากนั้นพระนางก็ทรงพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างละเอียด นึกไม่ถึงว่าพระเสาวนีย์ของฮองเฮาซึ่งเต็มไปด้วยความเคียดแค้นและโหดร้ายถูกเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งเพิ่งรู้สึกตัวได้ยินจนหมดสิ้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อเบิกตาโพลงจับจ้องไปที่ฮองเฮาด้วยความโกรธ ทำให้ฮองเฮาทรงผงะถอยหลังไปด้วยความตกใจเลยทีเดียว ฮองเฮาทรงเห็นว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อแสร้งทำเป็นตายเพื่อแอบฟังคำสนทนาของพระนาง พระนางจึงทรงมีรับสั่งให้แม่นอมหยงทดสอบเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าแสร้งทำเป็นตายจริงหรือไม่ ขณะที่แม่นมหยงเดินเข้าไปหาเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยหมายลงมือกับนางอย่างเหี้ยมโหดนั่นเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยกเท้าถีบแม่นมหยงเต็มแรง จากนั้นนางก็ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด

               พระสนมลิ่งผลักประตูวิ่งเข้ามาในห้อง ฮองเฮาทรงตำหนิพระสนมลิ่งดูแลเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ดีปล่อยให้นางฝันร้าย พระสนมลิ่งแก้ตัวเป็นพัลวันด้วยความหวาดกลัว จากนั้นฮองเฮาและแม่นมหยงก็ออกจากห้องไป การพบกันครั้งแรกของฮองเฮาและเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เปรียบเสมือนน้ำกับไฟที่เป็นอริต่อกันเสียแล้ว

               เฉียนหลงทรงห่วงใยเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทั้งยังได้รับการดูแลอย่างดีจากพระสนมลิ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้รับพระเมตตาจากเฉียนหลง ทำให้นางยากที่จะปฏิเสธจนต้องยอมรับตำแหน่งองค์หญิงด้วยความจำใจ

               ฮองเฮาทรงเคลือบแคลงสงสัยกับการปรากฏตัวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอันมาก   พระนางและแม่นมหยงจึงพากันไปสืบหาความจริง เนื่องจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อนอนพักรักษาตัวอยู่บนเตียงเป็นเวลาหลายวัน บรรดานางกำนัลจึงพากันแนะนำเสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงการใช้ชีวิตในวังหลวง เสี่ยวเยี่ยนจื่อกินพุทราเชื่อมอย่างเอร็ดอร่อย นางพ่นเม็ดพุทราใส่หน้าแม่นมหยง การพบกันครั้งนี้ ทำให้ฮองเฮาและเสี่ยวเยี่ยนจื่อราวกับน้ำกับไฟเช่นนั้น

               พระสนมลิ่งตระเตรียมอาหารอย่างดีไว้เต็มโต๊ะอาหารเพื่อให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งเพิ่งหายเป็นปกติได้กินอย่างมีความสุข อาหารอย่างดีซึ่งถูกจัดวางอยู่เต็มโต๊ะอาหารสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอันมาก ความหรูหราในวังหลวง ชื่ออาหารซึ่งไพเราะเสนาะหู ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่องุนงง อาหารมากมายกินจนไม่รู้รสชาติ เมื่อเหลือบไปเห็นรังนกกก็ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็โกรธมาก ไม่นึกว่าในวังหลวงกินทุกอย่าง ไม่เว้นแม้แต่รังนก... อาหารมื้อนี้เป็นที่ขบขันของพระสนมลิ่งและบรรดานางกำนัลเป็นอันมาก

               พระสนมลิ่งเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่รู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำ พระสนมลิ่งจึงตักเตือนนางอย่างเข้มงวด เสี่ยวเยี่ยนจื่อในฐานะองค์หญิงจะต้องประพฤติปฏิบัติตัวให้ดี หากประพฤติปฏิบัติตัวไม่เหมาะไม่ควรก็จะเสื่อมเสียถึงฮ่องเต้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อคิดในใจว่าการเป็นองค์หญิงช่างลำบากลำบนเสียเหลือเกิน หากเป็นไปได้อยากจะคืนฐานะองค์หญิงให้จื่อเวยตามเดิม

               นับเป็นครั้งแรกที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้รับการดูแลปรนนิบัติจากบรรดานางกำนัล อาบน้ำอุ่นซึ่งปรุงด้วยของหอมมากมาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อยืนกรานที่จะแต่งตัวด้วยตนเอง นึกไม่ถึงว่ากลับสวมใส่ชุดชั้นในไว้ด้านนอก ฮองเฮาเสด็จมาสบโอกาสจึงหัวเราะเยาะเสี่ยวเยี่ยนจื่อ   เฉียนหลงทรงงงงวย  ทำให้พระสนมลิ่งถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว ...  เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้ว่านางเป็นตัวตลก   นางก็รีบแก้ตัวเป็นพัลวัน       ความบริสุทธิ์ไร้เดียงสาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้เฉียนหลงทรงเอ็นดูนางมากยิ่งขึ้น แต่ฮองเฮากลับเกลียดชังเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้ากระดูกดำ

               พระสนมลิ่งพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งเพิ่งหายเป็นปกติไปเดินเล่นในอุทยาน   เสี่ยวเยี่ยนจื่อราวกับนกน้อยที่บินออกจากกรง  ตื่นตาตื่นใจกับสิ่งที่ได้พบเห็น  ทั้งยังทำตัวเปิ่นๆเป็นที่ตลกขบขันอีกด้วย  ขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกำลังเพลิดเพลินอยู่ในอุทยานนั่นเอง นึกไม่ถึงว่ได้พบกับหย่งฉี,เบนจามินและเอ่อไท่เข้าโดยบังเอิญ เสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียวเมื่อพบเห็นเบนจามิน ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกรงว่าเบนจามินจะจำนางได้ นางจึงรีบหลบหนี แต่กลับถูกหย่งฉีขัดขวาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อจับจ้องหย่งฉี ในที่สุดนางก็จำได้ว่าหย่งฉีเป็นคนยิงธนูทำร้ายนางจนได้รับบาดเจ็บ ด้วยความร้อนใจจึงหลบหนีชนพระสนมลิ่งล้มลงไม่เป็นท่า

               พระสนมลิ่งแนะนำหย่งฉี,เบนจามินและเอ่อไท่ต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อตระหนักถึงความปลอดภัยของนางในวังหลวงขึ้นมาทันที ทุกคนพูดคุยสนทนากัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นภาพวาดของนางอยู่ในมือของเบนจามิน นางจึงกระชากภาพวาดโยนทิ้งลงไปในสระน้ำสร้างความตกตะลึงให้ทุกคนเป็นอันมาก

               เบนจามินกระโดดลงไปในสระน้ำงมภาพวาดสุดโปรดของตน เบนจามินพบว่าภาพวาดเสียหาย แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับใช้วาทศิลป์เอาตัวรอดจนพ้นจากความผิดไปได้ ความน่ารักและความซุกซนอันเป็นลักษณะพิเศษเฉพาะตัวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั้นได้ทำให้เบนจามินหลงใหลโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว เบนจามินมองออกว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อต้องการปกปิดฐานะที่แท้จริงเอาไว้       การที่นางขมวดคิ้วส่งสายตาจึงเป็นการส่งสัญญาณขอร้องเบนจามินเก็บรักษาความลับนั่นเอง ทุกคนจับจ้องไปที่เบนจามิน แต่เบนจามินกลับบอกทุกคนว่าไม่มีปัญหา

               เฉียนหลงทรงเรียกประชุมขุนนางใหญ่ ที่แท้พระองค์ทรงมีพระราชดำริสถาปนาเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นองค์หญิงหวนจูนั่นเอง พระสนมลิ่งแต่งตัวให้เสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างสวยงาม พร้อมทั้งสอนกิริยามารยาทในวังหลวงให้นางอีกด้วยเพื่อเข้าเฝ้าถวายบังคมเฉียนหลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่คุ้นเคยกับการสวมใส่รองเท้าของวังหลวงจึงหกล้มต่อพระพักตร์เฉียนหลงและฮองเฮาจนเป็นที่ขบขัน

               หลังจากที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้รับการสถาปนาเป็นองค์หญิงหวนจูแล้วก็ได้รับพระราชทานขันทีสี่คนและนางกำนัลอีกสองคนจากเฉียนหลง นางกำนัลสองคืนมีชื่อว่าหมิงเยี่ยและไฉ่เสีย เนื่องจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อจำชื่อสี่ขันทีไม่ได้ นางจึงตั้งชื่อสี่ขันทีว่าเสี่ยวเติ้งจื่อ,เสี่ยวจัวจื่อ,เสี่ยวเหวินจื่อและเสี่ยวฉงจื่อ ขันทีทั้งสี่คนต่างพากันขอบพระทัยองค์หญิงหวนจูที่ทรงตั้งชื่อใหม่ให้พวกตน

               เฉียนหลงทรงพระราชทานเครื่องประดับจำนวนมากให้องค์หญิงหวนจู  เสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงกับตาลุกโพลงเลยทีเดียว ทว่าใจของนางกลับคิดถึงแต่จื่อเวย,หลิ่วชิงและหลิ่วหง

               อีกด้านหนึ่งนั้น จื่อเวยและพวกพากันออกตามหาเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งหายสาบสูญไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ต่อมา หลิ่วชิงพบว่าวังหลวงจะมีพระราชพิธีสถาปนาองค์หญิงหวนจู เรื่องนี้ทำให้จื่อเวยและจินสั่วเกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมา

               ในวันพระราชพิธีสถาปนาองค์หญิงหวนจู เสี่ยวเยี่ยนจื่อในชุดองค์หญิงนั่งอยู่ในเกี้ยวใหญ่แห่ไปตามท้องถนนเป็นที่ครึกครื้นยิ่งนัก เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งไม่เคยสัมผัสบรรยากาศเช่นนี้มาก่อนจึงตื่นเต้นเป็นอันมาก นางโบกมือให้ชาวเมืองที่พากันมาต้อนรับ หย่งฉีและเบนจามินพากันถวายอารักขาเกี้ยวที่ประทับขององค์หญิง เสี่ยวเยี่ยนจื่อตื่นเต้นมากจนตกลงมาจากเกี้ยวที่ประทับ เอ่อคัง,ฝูหลุน,ฟู่เหิง,เอ้อหมิ่น,เอ่อไท่และบรรดาองครักษ์ต่างพากันถวายอารักขาเฉียนหลง

               จื่อเวยซึ่งอยู่ท่ามกลางผู้คนพลุกพล่านนั้นรู้สึกแปลกใจมากเมื่อพบเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่ออยู่ในฐานะองค์หญิงหวนจูผู้สูงศักดิ์ ความรู้สึกของจื่อเวยในเวลานี้ราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ จื่อเวยพยายามดิ้นรนฝ่าฝูงชนติดตามขบวนเสด็จ บรรดาองครักษ์ซึ่งรายล้อมขบวนเสด็จพากันขัดขวางไม่ให้จื่อเวยสร้างความปั่นป่วน กระนั้นจื่อเวยก็พยายามตะโกนร้องจนถูกบรรดาองครักษ์ใช้ไม้กระบองรุมตี เอ่อคังสุดที่จะทนต่อไปได้จึงลงจากหลังม้าร้องห้ามบรรดาองครักษ์อย่าได้ทำร้ายจื่อเวยอีกต่อไป เอ่อคังจับจ้องไปที่จื่อเวยซึ่งเนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดด้วยความสงสาร   จื่อเวยกระชากเสื้อเอ่อคัง  จากนั้นนางก็ท่องบทกลอนของหยี่เหอที่มีต่อเฉียนหลงออกมา  เมื่อเอ่อคังได้ยินเช่นนั้นก็จับจ้องจื่อเวยด้วยความแปลกใจ เอ่อคังรู้สึกว่าประวัติของหญิงสาวคนนี้ต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอนจึงตัดสินใจช่วยชีวิตนางเอาไว้

               จื่อเวยและจินสั่วถูกเอ่อคังพามารักษาตัวที่บ้านสกุลฝู ทุกคนพากันรุมล้อมจื่อเวยเพื่อรับฟังเรื่องราวโดยละเอียดจากนาง ไม่ว่าเป็นชาติกำเนิดของนาง การรู้จักกันของนางและเสี่ยวเยี่ยนจื่อตลอดจนสาบานเป็นพี่น้องกัน คนในบ้านสกุลฝูต่างพากันตกตะลึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอ่อคัง จากแววตาของจื่อเวย สัมผัสได้ถึงชีวิตรันทดของนาง

               ขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกำลังประกอบพิธีบวงสรวงนั่นเองก็มีความรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีคนมาก่อกวนขบวนเสด็จ เมื่อกลับถึงวังหลวง เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็รู้ความจริงจากสี่ขันทีว่ามีคนมาก่อกวนขบวนเสด็จ เสี่ยวเยี่ยนจื่อเชื่อว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวพันกับหลิ่วชิง,หลิวหง,จื่อเวยและจินสั่วอย่างแน่นอน ด้วยความไม่สบายใจ เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงขอความช่วยเหลือจากเบนจามินและหย่งฉีช่วยสืบหาความจริงว่าผู้ใดมาก่อกวนขบวนเสด็จกันแน่ ทั้งสองถูกเสี่ยวเยี่ยนจื่อรบเร้าจนต้องจำใจช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ได้เบาะแสแต่อย่างใด

               สกุลฝูเห็นแก่มนุษยธรรมเป็นสำคัญจึงให้จื่อเวยและจินสั่วอยู่ที่หอบัณฑิตไปพลางก่อน เอ่อคังปล่อยตัวหลิ่วชิงและหลิ่วหงสองพี่น้องที่ถูกคุมขังจากการช่วยเหลือจื่อเวยและจินสั่วไป เอ่อคังติดตามสองพี่น้องไปยังคณะการแสดง ในที่สุดก็สามารถพิสูจน์ว่าชาติกำเนิดและประวัติความเป็นมาของจื่อเวยเป็นความจริง   เสี่ยวเยี่ยนจื่อองค์หญิงตัวปลอมอยู่ในวังหลวง จื่อเวยองค์หญิงตัวจริงอยู่ที่บ้านสกุลฝู

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นเบนจามินและหย่งฉีไม่เต็มใจช่วยเหลือ   นางจึงลอบออกจากวังหลวงเพื่อสืบหาความจริง แต่กลับถูกองครักษ์ขัดขวางไว้ ทำให้นางโกรธมาก เสี่ยวเติ้งจื่อ,เสี่ยวจัวจื่อ,เสี่ยวเหวินจื่อและเสี่ยวฉงจื่อ สี่ขันทีคนสนิทของเสี่ยวเยี่ยนจื่อพยายามทำทุกอย่างให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเบิกบานใจ เสี่ยวเติ้งจื่อเล่าเรื่องไซอิ๋ว เสี่ยวจัวจื่อร่ายรำเพลงมวยซึ่งไม่เหมือนเพลงมวยเท่าใดนัก เสี่ยวเหวินจื่อพูดภาษาถิ่นด้วยสำเนียงเหน่อ เสี่ยวฉงจื่อเลียนแบบพฤติกรรมและเสียงร้องของสัตว์..ในที่สุดความพยายามของสี่ขันทีก็ประสบความสำเร็จ เสี่ยวเยี่ยนจื่อหัวเราะด้วยคามเบิกบานใจ ลืมความทุกข์ไปชั่วขณะ

               หลังจากที่ฝูหลุนรู้เรื่ององค์หญิงตัวจริงตัวปลอมแล้วก็ตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับเพื่อคิดอ่านกันต่อไปว่าจะทำอย่างไรดี เอ่อคังมีใจให้จื่อเวย ความรู้สึกที่เอ่อคังมีต่อจื่อเวยนั้นเต็มไปด้วยความชื่นชมและความสงสาร ความรักค่อยๆก่อตัวขึ้น....

               หลิ่วชิงและหลิ่วหงสองพี่น้องไม่เข้าใจว่าเหตุใดฐานะของเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยจึงเปลี่ยนไป ทั้งสองจึงพากันไปที่หอบัณฑิตเพื่อรับจื่อเวยและจินสั่วกลับมา แต่จื่อเวยกลับยืนกรานที่จะอยู่ที่บ้านสกุลฝูเพื่อพบเสี่ยวเยี่ยนจื่อเสียก่อน

               ในที่สุดเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ทนไม่ได้ต่อกฏระเบียบเคร่งครัดของวังหลวง นางจึงชักชวนส่ขันทีสำรวจวังหลวง นึกไม่ถึงว่าถูกฮองเฮาทรงพบเห็นเข้า ฮองเฮาทรงรู้สึกว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อมีพิรุธ พระนางจึงทรงแอบสะกดรอยตามไป

               ตกดึก สี่ขันที,หมิงเยี่ยและไฉ่เสียช่วยกันแบกบันไดยาวตามคำสั่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยความภักดี ค่ำคืนเงียบสงัด สี่คนแบกบันไดมากำแพงตะวันออกของวังหลวง บันไดถูกพาดที่กำแพง เสี่ยวเยี่ยนจื่อในชุดขันทีปีนบันไดขึ้นไปด้วยท่าทางทะมัดทะแมง สี่ขันทีพากันประคองบันทีไม่ให้สั่นไหว ในใจภาวนาให้ซุนหงอคง,ถังซำจั๋งและตือโป๊ยก่ายปกป้องคุ้มครอง...ไม่นานนัก องครักษ์จำนวนมากก็พากันกรูเข้ามาจับกุมตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อและสี่ขันทีเอาไว้ สี่ขันทีตกใจพากันหลบหนี  ไซ่เวยและไซ่หู่สององครักษ์ตะโกนร้องว่ามีคนร้ายบุกวังหลวง  ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลายเป็นคนร้ายในชั่วพริบตา

 

 

 

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android