พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 15-19 ตุลาคม 2555

เปิดอ่านแล้ว 485 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 15-19 ตุลาคม 2555

15-19  ตุลาคม 2555

ไซ่เวยและไซ่หู่สององครักษ์จับกุมตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อเอาไว้โดยพานางไปที่ตำหนักจิ่งเหยินเพื่อให้ฮองเฮาทรงไต่สวน ในที่สุดฮองเฮาก็ทรงสบโอกาสเล่นงานเสี่ยวเยี่ยนจื่อ พระนางทรงรับสั่งให้แม่นมหยงสั่งสอนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกมัดแน่นหนาทำให้ไม่สามารถตอบโต้แม่นมหยงได้จึงถูกแม่นมหยงตบตีจนสาแก่ใจ เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนร้องขอความช่วยเหลือจากพระบิดา ฮองเฮาทรงแย้มพระสรวลอย่างเยือกเย็น จากนั้นก็ทรงมีพระเสาวนีย์ว่าเมื่อเข้ามาในตำนหักจิ่งเหยินแล้ว ฮ่องเต้ก็ทรงไม่สามารถช่วยชีวิตนางได้

               ในเวลาเดียวกัน สี่ขันทีพากันไปที่พระตำหนักเหยียนสี่คุกเข่าโขกศีรษะร้องห่มร้องไห้ตะโกนร้องทูลขอพระเมตตาจากเฉียนหลงเสด็จตำหนักจิ่งเหยินให้ความช่วยเหลือองค์หญิงหวนจู....เฉียนหลงทรงถูกปลุกจากบรรทม ด้วยความตกพระทัยจึงทรงรีบรุดเสด็จตำหนักจิ่งเหยินทันที เฉียนหลงเสด็จถึงตำหนักจิ่งเหยินพบเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกมัดแน่นหนา ใบหน้าบวมแดงจากการถูกตบตี เฉียนหลงทรงไม่พอพระทัยฮองเอายิ่งนัก ฮองเฮาทรงกราบทูลเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดต่อเฉียนหลง  หลังจากที่เฉียนหลงทรงรู้ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อปีนกำแพงวังหลวงแล้ว พระองค์ก็ทรงจนปัญญากับพฤติกรรมของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ กระนั้นก็ตามเฉียนหลงก็ทรงมีรับสั่งให้นำเสี่ยวเยี่ยยนจื่อกลับไปที่พระตำหนักเหยียนสี่เพื่อไต่สวนอย่างละเอียด

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกนำตัวกลับไปยังพระตำหนักเหยียนสี่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อมองออกว่าเฉียนหลงทรงจนปัญญากับพฤติกรรมของนาง แต่เมื่อได้ยินเฉียนหลงทรงมีรับสั่งถามด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมด้วยพระเมตตาก็ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อตื้นตันใจเป็นอันมาก เสี่ยวเยี่ยนจื่อเปิดเผยความรู้สึกอึดอัดที่ต้องอยู่ในวังหลวงซึ่งเต็มไปด้วยกฎระเบียบเคร่งครัดต่อเฉียนหลง ทั้งยังทูลขอพระกรุณาเฉียนหลงทรงอนุญาตให้นางออกจากวังหลวงไปพบกับเพื่อนของนาง เฉียนหลงทรงมีรับสังให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อศึกษาเล่าเรียนเป็นข้อแลกเปลี่ยน เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่มีทางเลือกจึงจำต้องยอมรับข้อเสนอของเฉียนหลง

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งก่อเรื่องก่อราวตลอดทั้งคืนจนถูกตบตีจนใบหน้าบวมแดงนั้นนั่งรำพึงรำพันตามลำพังอยู่ในอุทยานหลวง นางกลัดกลุ้มใจที่จะต้องศึกษาเล่าเรียนตามพระประสงค์ของเฉียนหลง ไม่รู้ว่าเมื่อใดถึงจะไปจากวังหลวงเสียที ทันใดนั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ชนกับเบนจามินซึ่งถืออุปกรณ์วาดภาพเดินมา  ทุกครั้งที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและเบนจามินพบหน้ากันก็จะต้องมีปัญหาเกิดขึ้น  ครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ยากที่จะหลีกเลี่ยงไปได้ เบนจามินถูกเสี่ยวเยี่ยนจื่อชนตกลงไปในสระน้ำ

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้พบกับหย่งฉีและเอ่อไท่โดยบังเอิญ เสี่ยวเสี่ยนจื่อขอร้องหย่งฉีพานางออกจากวังหลวงไปเยี่ยมเยียนเซี่ยจื่อเวยพี่น้องร่วมสาบาน  เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดถึงจื่อเวยขึ้นมาก็ทำให้เอ่อไท่มีความมั่นใจว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นองค์หญิงตัวปลอม เรื่องราวที่ดำเนินต่อไปทำให้เอ่อไท่เกิดความวิตกกังวลไม่รู้ว่าในภายหน้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะมีจุดจบอย่างไร แต่หย่งฉีกลับวิตกกังวลด้วยเรื่องความบาดหมางของเสี่ยวเยี่ยนจื่อและฮองเฮา  ในเวลาเดียวกัน จู่ๆเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็สัมผัสได้ถึงภัยรอบด้านในวังหลวง

               จื่อเวยซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านสกุลฝูนั้น บัดนี้อาการบาดเจ็บของนางดีขึ้นเป็นลำดับแล้ว ความงดงามและมีน้ำใจของจื่อเวยก็ค่อยๆพรั่งพรูออกมา ทำให้เอ่อคังรู้สึกรักใคร่นางมากขึ้น เอ่อคังและจื่อเวยเข้าใจกันได้เป็นอย่างดีจนก่อเกิดเป็นความรัก แต่ด้วยฐานะของจื่อเวย ทำให้เอ่อคังต้องวางตัวไม่กล้าสนิทสนม

               เพื่อรักษาสถานภาพของตัวเองไว้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อตัดสินใจลอบเข้าไปในหยูอี้กว่านขโมยภาพวาดที่เบนจามินวาดไว้เมื่อพบกันครั้งแรกที่ตลาดมาทำลาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อไปสำรวจหยูอี้กว่านในเวลากลางวันเพื่อที่ค่ำคืนอันเงียบสงัดจะลอบเข้าไปปฏิบัติภารกิจ  แม้ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อลอบเข้าไปในหยูอี้กว่านอย่างราบรื่น   แต่กลับหาภาพวาดไม่พบ จู่ๆเบนจามินก็โผล่ออกมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อหลบหนี แต่กลับถูกเบนจามินจับกุมตัวไว้ได้

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อถูกเบนจามินจับกุมตัวไว้ได้ เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้ว่าหลบหนีไม่รอดแล้วก็ร้องไห้ขอความเห็นใจจากเบนจามิน จากความบาดหมางเมื่อพบกันครั้งแรกที่ตลาด ในที่สุดเสี่ยวเยี่ยนจื่อและเบนจามินก็สามารถปรับความเข้าใจกันได้ เบนจามินให้คำมั่นสัญญาต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าตนจะเก็บรักษาความลับนางเอาไว้เป็นอย่างดี นับแต่นี้เป็นต้นไปทั้งสองจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

               ด้วยความที่เอ่อไท่มีความประสงค์ที่จะคลายความทุกข์ให้จื่อเวย เอ่อไท่จึงตัดสินใจให้จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อพบหน้ากันวันรุ่งขึ้น เอ่อไท่นำความไปบอกเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าในเวลานี้จื่อเวยอยู่ที่หอบัณฑิต   เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจจนร้องไห้โฮออกมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อสารภาพว่านางถวิลหาความรักของพ่อ วันนี้นางรู้สึกผิดและละอายใจต่อจื่อเวยยิ่งนัก หลังจากที่หย่งฉีรับรู้ความรู้สึกของเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้วก็รู้สึกเห็นใจนางเป็นอันมาก

               วังหลวงกว้างใหญ่ไพศาล   ทุกหนแห่งในวังหลวงสร้างความตื่นตาตื่นใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอันมาก วันหนึ่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อสะกดรอยตามหย่งฉีและเอ่อไท่ไปถึงลานยิงธนู นางคันไม้คันมืออยากยิงธนูจึงคุยโวโอ้อวดโดยหารู้ไม่ว่าเฉียนหลงทรงประทับอยู่ด้านหลังของนาง เมื่อเฉียนหลงทรงสดับว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นมือธนูเทวดา พระองค์ก็ทรงแย้มพระสรวลด้วยความขบขัน เฉียนหลงทรงยกเว้นกฏเกณฑ์อนุญาตเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้ามาในลานยิงธนู   หย่งฉี,เอ่อคัง,เอ่อไท่และเบนจามินกำลังประลองยิงธนูกัน   เฉียนหลงทรงนึกสนุกจึงทรงเข้าร่วมการประลองด้วย ทุกคนต่างพากันทึ่งในพระปรีชาสามารถในการยิงธนูของเฉียนหลงเป็นอันมาก ฮองเฮาทรงกริ้วเมื่อทอดพระเนตรเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้รับพระกรุณาจากเฉียนหลงได้รับสิทธิพิเศษเข้าไปในลานยิงธนู

               การที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นที่ทรงโปรดของเฉียนหลงนั้น กลับเป็นการทำให้สถานการณ์องค์หญิงตัวจริงตัวปลอมเลวร้าย      ลงทุกที หย่งฉีตัดสินใจไปที่บ้านสกุลฝูเพื่อทำความรู้จักกับจื่อเวยเอาไว้ หลังจากที่หย่งฉีและจื่อเวยสองพี่น้องพบกันแล้ว ทั้งสองต่างก็เคอะเขินทำอะไรไม่ถูก หย่งฉีหลงรักเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัวจึงขอให้จื่อเวยคำนึงถึงความปลอดภัยของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นสำคัญ

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งใช้ชีวิตสุขสบายในวังหลวงรู้สึกละอายใจต่อจื่อเวยยิ่งนัก มีเพียงเบนจามินที่รับรู้และแบ่งเบาความรู้สึกอัดอั้นตันใจของนาง วันหนึ่ง เบนจามินพบเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อกำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินจึงได้เข้าไปพูดคุยเป็นเพื่อนนาง สี่ขันที   แอบดู เสี่ยวเติ้งจื่อซึ่งคลั่งไคล้ไซอิ๋วเป็นชีวิตจิตใจบอกขันทีคนอื่นๆว่าเส้นผมและขนของเบนจามินเป็นสีทองเชื่อว่าจะต้องเป็น      ซุนหงอคงจำแลงร่างมาอารักขาองค์หญิงอย่างแน่นอน ขันทีคนอื่นๆสัพยอกว่ามีลิงยักษ์เช่นนี้ด้วยหรือ ทุกคนพากันหัวเราะด้วยความขบขัน

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งกำลังนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินพบว่าเบนจามินมีชื่อเล่นว่าเบนซึ่งพ้องเสียงกับนกปันจิว นางดีใจมากที่ชื่อของคนทั้งสองหมายถึงนกด้วยกันทั้งค่ เบนจามินรู้สึกเอ็นดูในความไร้เดียงสาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงยินดีให้นางเรียกตนว่าปันจิว ทว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับบอกเบนจามินว่านับแต่นี้เป็นต้นไปห้ามตีลังกาเป็นอันขาด จากนั้นนางก็เล่าว่าแผ่นดินจีนมีคำพูดล้อเล่นว่านกปันจิวตีลังกาอวดก้น เมื่อเบนจามินได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะด้วยความขบขัน นับแต่นั้นเป็นต้นมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เรียกเบนจามินว่าปันจิว  มิตรภาพของคนทั้งสองแนบแน่นอย่างรวดเร็ว

               หย่งฉีบอกเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าตนได้พบกับจื่อเวยแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกรงว่าจื่อเวยจะเกลียดชังนางชั่วชีวิต นางจงตัดสินใจเขียนจดหมายฉบับหนึ่งอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นต่อจื่อเวย แต่เนื่องจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้หนังสือไม่มากนักจึงไม่สามารถเขียนบรรยายความตามที่ตั้งใจไว้ นางจึงตัดสินใจไปขอความช่วยเหลือจากเบนจามิน

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเปิดเผยความจริงเรื่ององค์หญิงตัวจริงตัวปลอมต่อเบนจามิน เบนจามินตกใจมากเมื่อรู้ความจริง กระนั้นก็เข้าใจตัวตนที่แท้จริงของนางมากขึ้น เหตุใดนางจึงมีสภาพเช่นนี้ เบนจากมินรับปากช่วยเหลือด้วยการวาดภาพแสดงความขอโทษโดยไม่บ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด

               หลังจากที่จื่อเวยทำความเข้าใจภาพวาดซึ่งเป็นเนื้อความในจดหมายของเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้ว ความรู้สึกน้อยใจในความไม่เป็นธรรมก็พลันหมดสิ้นไป นางเชื่อว่าชะตาชีวิตได้ถูกสวรรค์กำหนดไว้แล้ว หย่งฉีถือจดหมายของจื่อเวยไปมอบให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่อดีใจมากที่ได้รับการให้อภัยจากจื่อเวย ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่ออยากพบหน้าจื่อเวยสักครั้ง นางจึงรบเร้าขอความเห็นใจจากหย่งฉี เพื่อที่นางจะได้คืนฐานะองค์หญิงให้แก่จื่อเวยโดยเร็วที่สุด

               ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่ออยากออกจากวังหลวง นางจึงประพฤติปฏิบัติตัวดีโดยตั้งอกตั้งใจเรียนหนังสือ ภายในห้องเรียน เสี่ยวเยี่ยนจื่อสร้างเรื่องตลกขบขันมากมาย หย่งฉีและเอ่อไท่พยายามช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อแต่ก็วายเป็นที่ขบขันของเพื่อนนักเรียน ทำให้จี้เสี่ยวหลันอาจารย์ผู้สอนถึงกับปวดเศียรเวียนเกล้า แม้แต่เฉียนหลงซึ่งทรงแอบฟังก็อดแย้มพระสรวลไม่ได้ เบนจามินซึ่งหลงใหลในวัฒนธรรมจีนก็เข้าร่วมชั้นเรียน ความเข้าใจในภาษาและวัฒนธรรมจีนของเบนจามินเหนือกว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเสียอีก หลายต่อหลายครั้งที่อาจารย์หยิบยกเบนจามินเป็นตัวอย่าง ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขึ้นมา

               หย่งฉีพยายามอธิบายให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าใจถึงสี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ตามเนื้อหาของบทเรียน     แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับคิดพิลึกพิลั่นโดยนึกถึงเสี่ยวเติ้งจื่อ,เสี่ยวจัวจื่อ,เสี่ยวเหวินจื่อและเสี่ยวฉงจื่อสี่ขันทีขึ้นมาโดยนางได้ขนานนามคนเหล่านี้เป็นสี่ปราญช์ผู้ยิ่งใหญ่ ส่วนหมิงเยี่ยและไฉ่เสียนั้นเป็นสองหญิงงามแห่งแผ่นดิน เสี่ยวเยี่ยนจื่อกำชับเสี่ยวเติ้งจื่อและพวกว่านับแต่นี้เป็นต้นไปห้ามเรียกตัวเองว่าข้าน้อยหรือบ่าวอีกต่อไป ให้เรียกตนเองว่าปราชญ์และหญิงงามเท่านั้น นึกไม่ถึงวาความคิดพิลึกพิลั่นของเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับเป็นที่ถูกใจของหย่งฉี

               หลังจากที่จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อปรับความเข้าใจกันแล้ว นางก็ตัดสินใจไปจากบ้านสกุลฝู แต่เอ่อคังกลับรั้งนางเอาไว้ เอ่อคังพาจื่อเวยไปยังทะเลดอกไม้สถานที่ลับซึ่งเป็นส่วนตัวของตน ทะเลดอกไม้ซึ่งสวยสดงดงามสร้างความประทับใจให้จื่อเวยเป็นอันมาก เอ่อคังฉวยโอกาสนี้เปิดเผยความในใจบอกรักจื่อเวยเพื่อรั้งนางเอาไว้ ในวันบวงสรวงซึ่งเป็นวันที่พบนางเป็นครั้งแรกนั้นถือว่าเป็นรักแรกพบก็ว่าได้ จื่อเวยตื้นตันใจจนหลั่งน้ำตาออกมา ทั้งสองเปิดเผยความในใจต่อกันเป็นครั้งแรกท่ทะเลดอกไม้

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเบื่อหน่ายกับชีวิตอันเงียบเหงาในวังหลวง นางจึงชักชวนบรรดาองค์ชายและองค์หญิงซ่งยังพระเยาว์เล่นซุกซนในอุทยาน เสียงหัวเราะครึกครื้นของเด็กๆดังไปทั่ว นึกไม่ถึงว่าการปรากฏตัวของฮองเฮาทำให้เสียงหัวเราะครึกครื้นพลันเงียบหาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ทันระวังทำให้แม่นมหยงและฮองเฮาหกล้ม ฮองเฮาทรงกริ้วมากถึงกับอาฆาตเสี่ยวเยี่ยนจื่อเลยทีเดียว

               เอ่อคังพาจื่อเวยไปยังทะเลสาบมรกตสถานที่ส่วนตัวแห่งที่สองของเอ่อคัง ด้วยบรรยากาศอันแสนร่มรื่น กอปรกับความจริงใจของเอ่อคัง ทำให้จื่อเวยไม่สามารถสะกดความรู้สึกที่มีต่อเอ่อคังไว้ได้ ในที่สุดจื่อเวยก็รับไมตรีจากเอ่อคัง

               คืนเดียวกันนั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อปลอมตัวเป็นขันทีน้อยชักชวนสี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่(สี่ขันที)ลอบไปยังหยูอี้กว่าน เสี่ยวเยี่ยนจื่อพบว่าเบนจามินกำลังวาดภาพเหมือนของนางอยู่ เบนจามินพยายามกลบเกลื่อนความรักที่มีต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อ จู่ๆเฉียนหลงก็ทรงเสด็จยังหยูอี้กว่าน เบนจามินลนลานหาที่ซ่อนให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นึกไม่ถึงว่าเฉียนหลงทรงชักชวนเบนจามินเดินหมากรุกด้วยกัน ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อต้องยืนจนขาแข็ง เบนจามินเองก็รู้สึกพะวักพะวง

               สี่ปราชญช์ผู้ยิ่งใหญ่ต้องการช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งซ่อนตัวอยู่ในหยูอี้กว่านให้รอดพ้นจากวิกฤตเบื้องหน้าไปให้ได้ ทั้งสี่จึงกำเริบเสิบสานตะโกนร้องไฟไหม้วังหลวง เมื่อทุกคนในวังหลวงได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจเป็นอันมาก เฉียนหลงและเบนจามินพากันวิ่งออกมาจากหยูอี้กว่าน ฮองเฮาและพระสนมลิ่งแยกย้ายออกตามหาต้นเพลิง หย่งฉีตรวจสอบความปลอดภัยแต่ละตำหนัก....เพียงชั่วพริบตาเกิดเหตุโกลาหลทั่ววังหลวง เมื่อเข้าไปตรวจสอบที่พักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เบนจามินวางใจเมื่อพบว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับถึงที่พักอย่างปลอดภัย

               วันหนึ่ง เอ่อคังพร้อมด้วย,จื่อเวยและจินสั่วพากันไปเยี่ยมเยียนทุกคนที่คณะการแสดง หลิ่วชิงกลับเคลือบแคลงสงสัยเอ่อคัง รวมทั้งคลางแคลงใจในความเป็นมาของจื่อเวยอีกด้วย ด้วยความบังเอิญ เบนจามินเดินทางมาที่คณะการแสดงมอบจดหมายและเงินจำนวนหนึ่งให้ทุกคน ความจริงแล้วทุกอย่างน่าจะเป็นไปด้วยดี แต่หลิวชิงกลับไม่รับไมตรีจนวิวาทลงไม้ลงมือกับเบนจามินขึ้นมา

               ฮองเฮาทรงทูลเฉียนหลงถึงปัญหาต่างๆของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เป็นต้นว่าขาดการอบรมสั่งสอน ไม่มีมารยาทไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง นึกไม่ถึงว่าในวันต่อมา เฉียนหลงทรงทอดพระเนตรเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อเล่นการพนันในวังหลวง พระองค์ทรงกริ้วมากจึงทรงมีรับสั่งให้แม่นมหยงแนะนำเสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงกฏระเบียบและธรรมเนียมในวังหลวง

               แม่นมหยงเห็นเป็นโอกาสดีที่จะได้สั่งสอนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ นางจึงไปยังที่พักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเพื่อแนะนำกฏระเบียบและธรรมเนียมในวังหลวงโดยเริ่มต้นตั้งแต่การถวายบังคมจนถึงการคุกเข่าโขกศีรษะ ธรรมเนียมอันซับซ้อนทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อต้องทำครั้งแล้วครั้งเล่าจนลมจับ ถึงกับเหงื่อตกเลยทีเดียว สี่ขันทีรู้สึกเจ็บแค้นแทนเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ถูกแม่นมหยงกลั่นแกล้ง แต่ก็ต้องจำใจ  จำยอม

               ภายในหอประกอบพิธีกรรม แม่นมหยงพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาที่นี่เพื่อให้นางได้เรียนรู้ธรรมเนียมการบวงสรวง เสี่ยวเยี่ยนจื่อถ่องแท้กับธรรมเนียมอันซับซ้อนเป็นเพียงฉากบังหน้าที่แม่นมหยงใช้แก้แค้นนางเท่านั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อโกรธเป็นฟืนเป็นไฟโดยพยายามต่อต้านดึงดัน แต่ก็ไร้ผล ด้วยความโกรธ เสี่ยวเยี่ยนจื่ออาละวาดปัดถาดผลไม้ระเนระนาด สี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เห็นเช่นนั้นจึงช่วยกันเก็บผลไม้กลับเข้าที่เดิม

               ในเวลาเดียวกัน เอ่อคังพาจื่อเวยไปยังทุ่งหญ้าเขียวขจีสถานที่ลับส่วนตัวแห่งที่สามของตน นับเป็นอีกครั้งที่เอ่อคังเปิดเผยความในใจบอกรักจื่อเวย แม้ว่าเอ่อคังประสงค์หมั้นหมายจื่อเวย แต่การแต่งงานนั้นตนไม่สามารถเป็นไปตามความปรารถนา ทุกอย่างอยู่ที่เฉียนหลงเพียงพระองค์เดียว เว้นแต่ว่าจื่อเวยกลับสู่ฐานะองค์หญิง จื่อเวยสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยนของเอ่อคัง นึกไม่ถึงว่าการสับเปลี่ยนฐานะของนางกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั้นทำให้นางได้พบผู้ชายที่ดีและความรักอันงดงาม ท่ามกลางทัศนียภาพอันงดงาม ทั้งสองดื่มด่ำความสุขที่มีต่อกัน

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android