ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 19-23 พ.ย.2555

เปิดอ่านแล้ว 68 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 19-23 พ.ย.2555

19-23 พ.ย. 2555

ความปรารถนาดีของเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่มีต่อพระสนมอี๋กลับกลายเป็นประสงค์ร้าย ที่สำคัญท่าทีของหย่งฉีที่มีต่อนางเมื่ออยู่ต่อหน้าพระสนมอี๋นั้นกลับเปลี่ยนไปไม่เหมือนปกติทั่วไปที่เป็นอยู่ เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกน้อยใจ นับเป็นครั้งแรกที่ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกว่าหย่งฉีปฏิบัติต่อนางเหมือนเป็นคนอื่น เช่นนี้แล้วจึงตัดสินใจว่านับแต่นี้เป็นต้นไปจะไม่ใยดีหย่งฉีอีกต่อไป จื่อเวยเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีผิดใจกัน นางจึงอาสาเป็นคนกลางให้คนทั้งสองปรับความเข้าใจกัน โดยเล่าเรื่องทั้งหมดให้หย่งฉีฟัง เพื่อขอให้หย่งฉีกล่าวขอโทษเสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               เบนจามินพบว่าหลายวันมานี้เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่สบายใจ เพื่อให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อสบายใจ เบนจามินจึงนำโคมซึ่งขึ้นรูปเป็นเรือมอบให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ เอ่อคังก็เช่นกันนำโคมซึ่งฝูฮูหยินตั้งใจทำเป็นพิเศษมอบให้จื่อเวย  ที่แท้เทศกาลโคมประจำปีซึ่งจัดขึ้นในวังหลวงกำลังจะมาถึง จื่อเวยชื่นชมความงามของโคมที่ได้รับจากเอ่อคังด้วยความเบิกบานใจ สี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ไม่ยอมน้อยหน้าจึงชักชวนเสี่ยวเยี่ยนจื่อทำโคมรูปนกนางแอ่นขึ้นมา หย่งฉีเห็นทุกคนสนุกสนานจึงเข้าไปร่วมวงด้วย เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ยินว่าวังหลวงจะมีงานเทศกาลโคมประจำปีก็ทำให้นางตื่นเต้นดีใจมากจนลืมความขุ่นข้องหมองใจที่มีต่อหย่งฉีจนหมดสิ้น ทุกคนต่างตั้งตารอคอยการมาถึงของเทศกาลโคมประจำปีอย่างใจจดใจจ่อ

               เทศกาลโคมประจำปีถูกจัดขึ้นอย่างเอิกเกริก สระน้ำในวังหลวงเต็มไปด้วยแสงไฟจากโคม บรรดานางกำนัลและขันทีต่างพากันอธิษฐานขอพรปล่อยโคมลงน้ำ เอ่อคังและจื่อเวยอธิษฐานขอพรด้วยกัน แม้ว่าทั้งสองพบหน้ากันทุกวัน แต่ก็ไม่กล้าเปิดเผยความรักที่มีต่อกันออกมาได้ ขอเพียงมีใจดวงเดียวกันเท่านั้นก็พอ

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกสนุกจึงชักชวนพี่น้ององค์ชายและองค์หญิงร้องรำทำเพลงอย่างมีความสุข ฮองเฮาทูลไทเฮาถึงพฤติกรรมของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แม้ว่าไทเฮาทรงมีความรู้สึกว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่สำรวม แต่เนื่องจากเป็นเทศกาล พระนางจึงไม่ได้ทรงตำหนิเสี่ยวเย่ยนจื่อแต่อย่างใด

               นึกไม่ถึงว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อกระโดดไปมาด้วยความซุกซนนั้น รองเท้าของนางเหยียบไปถูกโคมซึ่งมีธูปเทียนปักอยู่ ทำให้รองเท้าของนางลุกไหม้ไฟขึ้นมา ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อตกใจจึงสะบัดรองเท้าลอยไปตกลงตรงหน้าขันที ขันทีตกใจจึงโยนรองเท้าใส่ขันทีคนอื่นจนวุ่นวายไปทั่ว กระทั่งรองเท้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อลอยไปตกบนเรือพระที่นั่งของไทเฮาซึ่งกำลังจะทำพิธีบวงสรวง  ไทเฮาแทบเป็นลมเมื่อเห็นเรือพระที่นั่งไหม้ไฟ  เฉียนหลงทรงตะโกนร้องเพื่อไม่ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อหลบหนี เพื่อเป็นการลงโทษเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เฉียนหลงจึงทรงรับสั่งกักบริเวณเสี่ยวเยี่ยนจื่ออยู่ภายในตำหนักเท่านั้น

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อหมดอาลัยตายอยากเมื่อถูกกักบริเวณอยู่ภายในตำหนักเท่านั้น  เบนจามินและหย่งฉีปลอบใจเสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยการมอบลูกหนังใบหนึ่งให้นาง โดยตั้งชื่อลูกหนังใบนี้ว่าลูกหนังระบายอารมณ์ หย่งฉีและเบนจามินสาธิตการเตะลูกหนังให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อดู เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกสนุกจึงขอเล่นด้วย เสี่ยวเยี่ยนจื่อเตะลูกหนังลอยโด่งออกไปนอกตำหนักจนเกือบถูกไทเฮาซึ่งทรงนำฮองเฮาและองค์หญิงฉิงเสด็จมาที่ตำหนัก โชคดีที่ฉิงเอ๋อ(องค์หญิงฉิง)ทรงรับลูกหนังไว้ได้ ไทเฮาทรงรับสั่งถามถึงที่มาของลูกหนัง แต่ก็ไม่ได้ทรงเอาผิดแต่อย่างใด ทำให้ฮองเฮาทรงไม่พอพระทัยเป็นอันมาก

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อจนปัญญาที่นางไม่สามารถสร้างความประทับใจสู่ไทเฮาเสียที จินสั่วนำความไปบอกหย่งฉีและเบนจามิน เบนจามินตัดสินใจสร้างความประหลาดใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               หลางซื่อหนิงตำหนิเบนจามินไม่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แต่เบนจามินกลับกระซิบข้างหูเพื่อขอความช่วยเหลือจาก         หลางซื่อหนิง  หลางซื่อหนิงตาเบิกโพลงด้วยความตกตะลึง….

               ที่แท้เอ่อคังและฉิงเอ๋อถูกไทเฮาทรงหมั้นหมายไว้ด้วยกัน แต่เนื่องจากไทเฮาทรงอาลัยอาวรณ์ฉิงเอ๋อ พระนางจึงทรงเลื่อนการแต่งงานออกไปก่อน เมื่อเห็นฉิงเอ๋อติดตามไทเฮาเสด็จกลับวังหลวง เอ่อคังเห็นว่าสมควรที่จะเปิดเผยความจริงต่อจื่อเวย นึกไม่ถึงว่าเมื่อหย่งฉีมาถึง ยังไม่ทันได้เปิดเผยความจริงเรื่องของฉิงเอ๋อก็ถูกเบนจามินและพวกลากไปวางแผนเพื่อสร้างความประหลาดใจให้จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               ในชั้นเรียน เสี่ยวเยี่ยนจื่อให้อรรถาธิบายบทกวีบทหนึ่งว่าดั่งคนดื่มน้ำ ร้อนเย็นรู้ได้ด้วยตัวเอง จี้เสี่ยวหลันและเพื่อนร่วมชั้นต่างพากันตกตะลึงกับอรรถาธิบายของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่เฉียนหลงกลับทรงเห็นว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อเฉลียวฉลาด มีมุมมองต่างจากคนทั่วไป เฉียนหลงทรงชมเชยเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทั้งยังถอนรับสั่งกักบริเวณเสี่ยวเยี่ยนจื่ออีกด้วยยังความปิติยินดีสู่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอันมาก ทั้งที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นอิสระไม่ต้องถูกกักบริเวณอีกต่อไปแล้ว แต่หย่งฉี,เบนจามินและเอ่อไท่กลับอ้างเหตุตีตนออกห่างจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อผิดหวังเป็นอันมาก อีกด้านหนึ่งนั้น แม่นมหยงก็ยังคงจับตาดูความเคลื่อนไหวตำหนักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเรื่อยมา ช่วงนี้เห็นเงียบผิดปกติไปจึงเกิดความเคลือบแคลงสงสัยขึ้นมา

               วันหนึ่ง พระสนมลิ่งมอบเสื้อผ้าชุดใหม่ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวย ทั้งสองผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า สวมใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ด้วยความตื่นเต้น ระหว่างทางกลับตำหนักก็พบเห็นเบนจามินนำพาสี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ในชุดสากลขับร้องเพลงนกนางแอ่น ส่วนจินสั่วนั้นนำหมิงเยี่ยและไฉ่เสียพร้อมด้วยวงดนตรีร้องเพลงดอกไม้จื่อเวย เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยตื้นตันใจจนน้ำตานองหน้า ที่แท้การที่หย่งฉี,เอ่อคังและพวกเงียบหายไปนั้นเพราะตระเตรียมงานวันเกิดให้คนทั้งสองนั่นเอง

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยถูกนำตัวเข้าไปในห้องโถงใหญ่ ทันใดนั้น หลางซื่อหนิงก็นำขนมปังของชาวตะวันตกมาแสดงความยินดี ไม่นานนัก พระสนมลิ่งก็มาถึง หลิ่วชิงและหลิ่วหงสองพี่น้องถูกนำตัวเข้าวังหลวง ทันทีที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อพบเห็นหน้าหลิ่วชิงและหลิ่วหงสองพี่น้อง นางก็โผเข้ากอดคนทั้งสองร้องไห้ที่ไมได้พบหน้ากันเป็นเวลานาน

               ขณะที่ทุกคนพร้อมเพรียงกันเพื่อฉลองวันเกิดนั่นเอง ทันใดนั้น ไทเฮาและฮองเฮาก็ทรงเสด็จมาถึงโดยทรงมีรับสั่งถามใครเป็นต้นคิดจัดงานวันเกิดโดยพลการ และแล้วเฉียนหลงต้นคิดจัดงานวันเกิดตัวจริงก็ปรากฏตัวออกมา ทำให้ไทเฮาและฮองเฮาทรงนิ่งอึ้งไปเลยทีเดียว ในเวลานี้เองเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยถึงเข้าใจความหมายคำว่าเซอไพร้ในภาษาอังกฤษที่เบนจามินพูดถึง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่ได้รับจากทุกคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับพระเกียรติจากเฉียนหลงเสด็จมาร่วมงานด้วยพระองค์เอง ทำให้จื่อเวยรู้สึกเลื่อมใสศรัทธาเฉียนหลงผู้เป็นพ่อมากยิ่งขึ้น

               งานวันเกิดผ่านพ้นไปอย่างมีความสุข เสี่ยวเยี่ยนจื่อเตะลูกหนังอยู่หน้าห้องเรียน แต่กลับถูกเฉียนหลงทรงพบเห็นเข้าจึงถูกยึดลูกหนังไป ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกิดความหงุดหงิดที่ถูกยึดของรักของนางไป

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่พอใจที่ถูกยึดลูกหนังไปจึงตัดสินใจเข้าเฝ้าเฉียนหลงเพื่อทูลขอลูกหนังคืนมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าไปในห้องพระอักษรทูลขอลูกหนังจากเฉียนหลง โดยทูลเดิมพันกับพระองค์เพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงประโยชน์ของการเตะลูกหนัง ขอให้พระองค์ทรงจัดให้มีการแข่งขันลูกหนังขึ้นมา เฉียนหลงทรงสดับเช่นนั้นจึงทรงยกเว้นกฏเกณฑ์วังหลวงอันเคร่งครัดสนองความต้องการของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               ทุกคนเลื่อมใสเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่สามารถทูลเกลี้ยกล่อมเฉียนหลงได้สำเร็จ แต่นึกถึงการแข่งขันลูกหนังระหว่างชายหญิงซึ่งไม่เป็นธรรมสักเท่าใดนักก็เกิดความวิตกกังวลขึ้นมา จื่อเวยวิตกกังวลเกรงว่าไทเฮาทรงไม่เห็นด้วยกับการแข่งขันครั้งนี้ แต่            เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับมั่นใจว่าการแข่งขันลูกหนังจะต้องมีขึ้นอย่างแน่นอน เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยพากันไปเข้าเฝ้าไทเฮาเพื่อกราบทูลพระนางถึงการแข่งขันลูกหนัง ไทเฮาทรงตกตะลึง ปฏิเสธความต้องการของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เสี่ยวเยี่ยนจื่องัดไม้เด็ดออกมาด้วยการสาธิตการออกกำลังกายต่อพระพักตร์ไทเฮา ฉิงเอ๋อทูลไทเฮาสนับสนุนคำพูดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าในอดีตกาลบรรดาผู้กล้า         ล้วนแล้วแต่มีสุขภาพแข็งแรงทั้งนั้น ในที่สุดไทเฮาก็ทรงอนุญาต ฮองเฮาซึ่งทรงประทับเคียงข้างไทเฮากลับทรงนิ่งเงียบไม่ทรงออกความเห็นแต่อย่างใด

               ในที่สุดการแข่งขันลูกหนังก็ถูกจัดขึ้นมา หย่งฉีเป็นหัวหน้ากลุ่มองค์ชาย ส่วนเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นหัวหน้ากลุ่มองค์หญิง     เบนจามินทำหน้าที่กรรมการ ทุกคนพากันพูดคุยทำความเข้าใจกฏกติกาการเตะลูกหนัง เสี่ยวเยี่ยนจื่อระดมบรรดาองค์หญิงเข้าร่วมการแข่งขัน เพียงพริบตาเดียว บรรดาองค์หญิงก็พากันมาชุมนุมกันที่ตำหนักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อคัดเลือกตัวผู้เล่นอย่างรอบคอบโดยชักชวนเสียวเสี่ยวและชิวเทียน สองนางกำนัลเข้าร่วมการแข่งขันด้วย   สองนางกำนัลที่ว่านี้คนหนึ่งผอมเป็นไม้เสียบ อีกคนหนึ่งก็มีสูงใหญ่ราวกับผู้ชาย ต่อมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ได้พบกับหยูอี้ซึ่งมีรูปร่าง   อ้วนท้วนที่อุทยานโดยบังเอิญ แม้ว่าหยูอี้มีรูปร่างอ้วนท้วน แต่นางก็วิ่งเร็วราวกับเหาะ ดังนั้นจึงตัดสินใจชักชวนนางเข้าร่วมการแข่งขันด้วยอีกคน พระสนมลิ่งรู้ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลัดกลุ้มใจที่มีผู้แข่งขันไม่เพียงพอจึงมอบไจ๋ไจ่นางกำนัลคนสนิทที่ปราดเปรียวคล่องแคล่วให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               เมื่อมีผู้แข่งขันครบถ้วนแล้ว เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ฝึกสอนการเตะลูกหนังทันที วันหนึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและฮองเฮาพบกันโดยบังเอิญ สายตาคนทั้งสองจับจ้องกันโดยต่างฝ่ายต่างไม่ลดราวาศอกให้กัน และแล้วทั้งสองก็แยกย้ายกันด้วยอารมณ์ขุ่นมัว

               เมื่อถึงวันที่ต้องฝึกซ้อมอันแสนหฤโหด ด้วยความที่แต่ละคนอ่อนแอบอบบาง บ้างก็ได้รับบาดเจ็บ บ้างก็บวมฟกช้ำ...โดยเฉพาะจื่อเวย  ไม่มีพรสวรรค์ในการเตะลูกหนังแม้แต่น้อย สำหรับจื่อเวยแล้วการเตะลูกหนังเป็นความทุกข์ทรมานแสนสาหัส    เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนร้องปลุกขวัญสร้างกำลังใจให้ทุกคน อย่าได้แสดงความอ่อนแอให้ผู้ชายเห็นเป็นอันขาด

               หย่งฉี,เอ่อคัง,เบนจามินและเอ่อไท่ ในฐานะสี่องครักษ์ต่างรู้สึกเห็นใจบรรดาหญิงสาวในตำหนักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ได้รับบาดเจ็บฟกช้ำจากการฝึกซ้อมเตะลูกหนังจึงได้นำน้ำแข็งและยาไปมอบให้ เอ่อคังเห็นจื่อเวยมีสภาพสะบักสะบอมจึงขอให้นางถอนตัวจากการแข่งขัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อยืนกรานทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อการแข่งขันครั้งนี้โดยจะไม่ยอมเลิกล้มกลางคันเป็นอันขาด

               สี่องครักษ์เห็นบรรดาหญิงสาวมีแต่เพียงความตั้งใจ แต่ไม่มีแรงกาย ไม่รู้ว่าการแข่งขันครั้งนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร ในที่สุดคนทั้งสี่ก็เห็นพ้องต้องกันว่าจะเล่นให้สูสีกัน ชนะเพียงคะแนนเดียวเท่านั้น เอ่อคังแสดงความคิดเห็นว่าการแข่งขันครั้งนี้เป็นการแข่งขันที่ยากลำบากมาก เมื่อนึกถึงบรรดาองค์หญิงที่จะต้องได้รับบาดเจ็บจากการแข่งขันก็รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาทันที

               เอ่อคังยื่นข้อเสนอต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยยินดีให้หลิ่วหงเข้าร่วมการแข่งขันเพื่อให้จื่อเวยได้เป็นตัวสำรอง หลังจากที่        เสี่ยวเยี่ยนจื่อรับข้อเสนอของเอ่อคังแล้วก็ไล่เอ่อคังกลับไป

               วันหนึ่ง ขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกแอบซุ่มดูการฝึกซ้อมการเตะลูกหนังของกลุ่มองค์ชายนั่นเอง เบนจามินมอบกล้องส่องทางไกลให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้มองเห็นการฝึกซ้อมของกลุ่มองค์ชายอย่างชัดเจน เสี่ยวเยี่ยนจื่อใช้กล้องส่องทางไกลกวาดสายตาไปตามที่ต่างๆ นึกไม่ถึงว่าพบเห็นแม่นมหยงซึ่งมาแอบจับตาดูความเคลื่อนไหวของพวกนางเข้าโดยบังเอิญ

               จื่อเวยทำหน้าที่ผู้รักษาประตูฝึกซ้อมจนมือระบม จี๋เสียงเสนอทำถุงมือให้จื่อเวย เบนจามินนำถั่วมามอบให้ทุกคนขบเคี้ยว   ทั้งยังสอนกลยุทธต่างๆให้อีกด้วย  ทำให้กลุ่มองค์หญิงมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับชัยชนะอย่างแน่นอน

               การแข่งขันคืบคลานเข้ามา ทุกคนกลับมีความวิตกกังวลด้วยเกรงว่าจะมีคนจ้องขัดขวางทำลายการแข่งขัน จู่ๆเท้าของ     จี๋เสียงก็บวมขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ ถึงแม้ว่าเป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน แต่ก็ไม่ทำให้ทุกคนเลิกล้มความตั้งใจไปได้ ทุกคนยังคง     ฮึกเหิมที่จะแข่งขันจนถึงที่สุด

               ในที่สุดการแข่งขันก็มาถึง พระสนมลิ่งจัดกลุ่มนางกำนัลให้กำลังใจกลุ่มองค์หญิง  บรรดานางกำนัลต่างตะโกนร้องให้กำลังใจสมาชิกกลุ่มองค์หญิง กลุ่มองค์หญิงในชุดแดงและกลุ่มองค์ชายในชุดขาว ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมแพ้ต่อกัน ในสนามแย่งลูกหนังกันไปมา กลุ่มองค์หญิงงัดกลยุทธต่างๆมากมายออกมาใช้จนเรียกเสียงฮาจากเฉียนหลงและไทเฮาซึ่งประทับอยู่ที่พลับพลาที่ประทับ ส่วนกลุ่มองค์ชายนั้นต้องใช้สมองขบคิดแก้ไขกลยุทธต่อกลยุทธเลยทีเดียว การแข่งขันครั้งนี้ราวกับการแสดงเช่นนั้น มีทั้งเร้าอารมณ์หลากหลายสีสัน....ทั้งที่กลุ่มองค์ชายตั้งรับอย่างเต็มที่ แต่แล้วกลุ่มองค์หญิงก็สามารถชนะอย่างเฉียวฉิวหนึ่งคะแนน

               ขณะที่ทุกคนกำลังชมการแข่งขันอย่างสนุกสนานนั่นเอง ทันใดนั้น บรรดานางกำนัลซึ่งตะโกนร้องให้กำลังใจผู้แข่งขันก็ผลัดเสื้อผ้าปรากฏตัวหนังสือพระชนมายุยิ่งยืนนานออกมา    ที่แท้ในวันนี้เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของเฉียนหลงนั่นเอง การแข่งขันเตะลูกหนังจึงเป็นการแข่งขันซึ่งจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองทูลเกล้าถวายเฉียนหลง แม้แต่ไทเฮาก็ไม่ได้ทรงรู้ความจริงเรื่องนี้จนทรงมีพระเสาวนีย์ว่าไม่แปลกใจเลยที่เหตุใดเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นที่โปรดปรานของเฉียนหลง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android