พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 26-30 พ.ย.2555

เปิดอ่านแล้ว 187 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 26-30 พ.ย.2555

26-30 พ.ย. 2555

การแข่งขันเตะลูกหนังผ่านพ้นไป วังหลวงเต็มไปด้วยความสุขสนุกสนาน ทว่าไทเฮากลับทรงวิตกกังวลการแต่งงานของ   ฉิงเอ๋อ พระนางทรงมีรับสั่งเป็นนัยให้ฉิงเอ๋อเลือกหย่งฉีหรือเอ่อคังคนใดคนหนึ่ง จากนั้นไทเฮาก็ทรงเสด็จไปเข้าเฝ้าเฉียนหลงเพื่อปรึกษาหารือเรื่องการแต่งงานของฉิงเอ๋อและเอ่อคัง เฉียนหลงทรงเห็นว่าเอ่อคังไปที่ตำหนักของเสี่ยวเยี่ยนจื่ออยู่เป็นนิจจึงเข้าพระทัยว่าเอ่อคังมีใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ พระองค์จึงทรงนิ่งเงียบสงวนท่าที จู่ๆไทเฮาก็ทรงเหลือบไปเห็นภาพวาดองค์หญิงที่แขวนบนกำแพงซึ่งเป็นภาพที่จื่อเวยกำลังอุ้มองค์หญิงเก้าอยู่ในอ้อมกอดโดยมีเสี่ยวเยี่ยนจื่อยืนอยู่เคียงข้าง ภาพวาดที่ทรงทอดพระเนตรเห็นทำให้ไทเฮาทรงเคลือบแคลงสงสัยถึงความสัมพันธ์ของเฉียนหลงและจื่อเวยมากยิ่งขึ้น

               วันหนึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อสวมใส่ชุดฝึกซ้อมกระบี่ของชาวตะวันตกฝึกซ้อมกระบี่กับเบนจามิน เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยังคงฮึกเหิมลำพองทิ่มแทงกระบี่ไปที่เบนจามินเพื่อบีบบังคับให้เบนจามินตอบโต้ หย่งฉีรบเร้าให้เบนจามินสอนการใช้กระบี่ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ นึกไม่ถึงว่าคำพูดนี้กลับทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อหันมาเล่นงานหย่งฉีแทนเบนจามิน ทันใดนั้น ไทเฮาก็ทรงเสด็จมาถึง หย่งฉีหลบหลีกคมกระบี่ของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยังคงรุกคืบหน้าต่อไป เบนจามินเห็นเช่นนั้นจึงเบนความสนใจของเสี่ยวเยี่ยนจื่อมาที่ตนเอง แต่นึกไม่ถึงว่ากระบี่กลับพุ่งตรงไปยังจื่อเวย หย่งฉีเห็นเช่นนั้นจึงกระโดดไปขวางกระบี่ ทำให้จื่อเวยรอดพ้นจากอันตรายไปได้

               นับเป็นอีกครั้งที่ไทเฮาทรงอกสั่นขวัญแขวนกับการเล่นพิลึกพิลั่นของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ และเมื่อพระนางทรงทอดพระเนตรเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อและเบนจามินสวมใส่ชุดฝึกซ้อมกระบี่ของชาวตะวันตกก็ยิ่งเห็นว่าไม่เหมาะไม่ควรที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อสวมใส่ชุดชาวตะวันตก หย่งฉีทูลเชิญเสด็จไทเฮาทรงประทับที่ห้องพักรับรอง จินสั่วนำขนมเปี๊ยทูลถวายไทเฮาเพื่อดับความกริ้วของพระนาง ไทเฮาทรงพบว่าขนมเปี๊ยฝีมือจื่อเวยมีรสชาติดีมาก พระนางจึงทรงมีพระประสงค์หยั่งเชิงทดสอบจื่อเวยเพื่อประจักษ์ถึงความเป็นมาของนาง ไทเฮาทรงมีรับสั่งให้จื่อเวยไปที่ห้องเครื่องในวันรุ่งขึ้นเพื่อสอนการทำขนมเปี๊ยให้แก่ต้นเครื่องคนอื่นๆ จื่อเวยน้อมรับพระบัญชาของไทเฮา แต่การนี้กลับทำให้หย่งฉีและเบนจามินเกิดความวิตกกังวลขึ้นมา

               ฮองเฮาทรงปิติยินดียิ่งนักเมื่อรู้ว่าจื่อเวยได้รับพระบัญชาจากไทเฮาให้ไปทำงานที่ห้องเครื่องในวันรุ่งขึ้น ต่อพระพักตร์ไทเฮา ฮองเฮาทรงสรรเสริญเยินยอไทเฮาว่าพระนางตัดสินพระทัยได้อย่างเฉียบแหลม เนื่องจากประวัติความเป็นมาของจื่อเวยคลุมเครือเป็นที่น่าสงสัยยิ่งนัก ทั้งที่ไทเฮาทรงสดับเช่นนั้น แต่พระนางกลับทรงไม่นำพาต่อคำพูดของฮองเฮาแต่อย่างใด

               สี่องครักษ์,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจินสั่วต่างพากันเกลี้ยกล่อมจื่อเวยไม่ให้ไปทำงานที่ห้องเครื่อง โดยเฉพาะเอ่อคัง ภาพความโหดร้ายที่จื่อเวยถูกกระทำที่ตำหนักจิ่งเหยินนั้นยังคงติดตาเอ่อคังไม่ลบเลือน ทำให้เอ่อคังเกิดความวิตกกังวลอดเป็นห่วงจื่อเวยไม่ได้ แต่จื่อเวยกลับเห็นว่าเป็นการดีที่จะทำให้ไทเฮาทรงเข้าพระทัยนางมากยิ่งขึ้น นางจึงยืนกรานที่จะไปทำงานที่ห้องเครื่องให้ได้ ที่สำคัญยิ่งเป็นพระบัญชาไทเฮายิ่งขัดขืนไม่ได้  รุ่งเช้า สี่องครักษ์,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกพากันไปส่งจื่อเวยถึงห้องเครื่อง นึกไม่ถึงว่ากลับพบเห็นฮองเฮาทรงประทับอยู่ที่หน้าประตูห้องเครื่อง ฮองเฮาทรงมีรับสั่งเย้ยหยัน ทั้งสองฝ่ายจับจ้องกันด้วยสายตาที่เป็น       อริต่อกัน

               แม่นมกุ้ยได้รับพระบัญชาจากไทเฮาสอนงานในห้องเครื่องให้จื่อเวย       แต่แม่นมกุ้ยกลับฉวยโอกาสนี้กลั่นแกล้งจื่อเวยด้วยการให้นางล้างไหล้างผัก เอ่อคังเป็นห่วงจื่อเวยจึงไปที่ห้องเครื่องพบเห็นนางถูกกลั่นแกล้งต่งๆนาๆ ด้วยความโกรธจึงตบหน้าสั่งสอนแม่นมกุ้ยไปหนึ่งฉาด นับตั้งแต่การทำเกี๊ยวถวายเฉียนหลงในคราวนั้น ต้นเครื่องจ้วงก็เลื่อมใสฝีมือการทำครัวของจื่อเวยเรื่อยมาจึงแอบให้ความช่วยเหลือจื่อเวยทั้งทางลับและทางแจ้ง แม่นมกุ้ยนำความกลับไปกราบทูลไทเฮาว่านางถูกเอ่อคังตบตี ไทเฮาทรงเสด็จยังห้องเครื่อง เอ่อคังทูลไทเฮาว่าตนเห็นแม่นมหยงรังแกจื่อเวยต่อหน้าต่อตา ทุกคนต่างพากันเป็นพยานให้เอ่อคัง ทำให้แม่นมจำต้องยอมจำนนด้วยหลักฐานคุกเข่าทูลขอชีวิตจากไทเฮา จื่อเวยรบเร้าเอ่อคังไปจากห้องเครื่อง เนื่องจากเอ่อคังมีภารกิจจึงไมได้ดึงดันแต่อย่างใด ด้วยความที่เอ่อคังไม่ไว้วางใจเสียทีเดียวจึงไหว้วานเบนจามินคุ้มครองจื่อเวย ในเวลานี้ ไม่เพียงมีเบนจามินคอยให้ความคุ้มครอง บรรดาต้นเครื่องต่างพากันให้ความช่วยเหลือช่วยงานจื่อเวยอีกด้วย

               จื่อเวยกลับตำหนักในสภาพที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล ทุกคนเป็นห่วงจื่อเวยจึงเกลี้ยกล่อมนางอย่าได้ไปทำงานที่ห้องเครื่องอีกต่อไป แต่จื่อเวยกลับเชื่อในเจตนาของไทเฮาจึงถือว่าการทำงานในห้องเครื่องเป็นแบบทดสอบอันหนึ่ง

               แม่นมกุ้ยกราบทูลไทเฮาถึงความสามารถและผลงานของจื่อเวย ตลอดจนเรื่องที่เอ่อคังลงมือทำร้ายนาง ไทเฮาทรงเห็นว่าถ้าหากไม่รังแกจื่อเวยก็จะไม่สามารถคลายความเบื่อหน่ายไปได้ จื่อเวยยังคงทำงานในห้องเครื่องต่อไป  แม่นมหยงถึงแม้ว่าไม่ได้มอบหมายงานหนักให้จื่อเวย แต่ก็ไม่ปล่อยให้จื่อเวยสุขสบาย  ด้วยการส่งให้จื่อเวยปอกพริกจนน้ำตาไหล แกะเปลือกหอย เม็ดธัญพืชจนมือแตก ต้นเครื่องจ้วงเห็นใจจื่อเวยจึงแอบสั่งให้ลูกมือให้คามช่วยเหลือจื่อเวย กระนั้นจื่อเวยก็ยังคงทำงานตามที่ได้รับมอบหมายต่อไป

               จื่อเวยกลับตำหนักในสภาพที่มีบาดแผลเต็มมือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อทั้งเจ็บปวดทั้งโกรธที่เห็นจื่อเวยมีสภาพเช่นนี้ เมื่อเอ่อคังมาถึง จื่อเวยกลับซุกซ่อนมือเอาไว้ไม่ให้เอ่อคังเห็น เอ่อคังคว้ามือจื่อเวยออกมา มีความรู้สึกทั้งเจ็บปวดทั้งโกรธเช่นเดียวกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เอ่อคังสุดที่จะทนต่อไปได้จึงตัดสินใจพาจื่อเวยไปจากวังหลวง แต่จื่อเวยกลับดึงดันไม่ยอมไปจากวังหลวง ขณะที่สถานการณ์กำลังวุ่นวายนั่นเอง สี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ก็ตะโกนร้องออกมาว่าเฉียนหลงทรงเสด็จ จื่อเวยซุกซ่อนมือไว้เพื่อไม่ให้เฉียนหลงทรงเห็น แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับทูลเฉียนหลงด้วยน้ำตานองหน้าถึงสภาพน่าเวทนาที่จื่อเวยได้รับ เฉียนหลงทรงตกตะลึงเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นมือทั้งสองของจื่อเวย หลังจากที่เฉียนหลงทรงจับต้นชนปลายได้แล้ว พระองค์ก็ทรงมีรับสั่งให้หมอหลวงรักษาบาดแผลของจื่อเวยทันที

               หลังจากที่เฉียนหลงเสด็จออกจากตำหนักของเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้ว พระองค์ก็ทรงเสด็จยังตำหนักฉือหนิงทันทีเพื่อเอาผิด   แม่นมกุ้ย ทูลขอร้องไทเฮาอย่าได้ทรงรังแกจื่อเวยอีกต่อไป จากนั้นเฉียนหลงก็ทูลไทเฮาว่าพระองค์จะเสด็จประพาส

               สี่องครักษ์บอกทุกคนถึงเรื่องที่เฉียนหลงทรงมีพระราชดำริเสด็จประพาส ทุกคนดีใจมากที่จะได้ร่วมติดตามขบวนเสด็จ เฉียนหลงทรงชักชวนสี่องครักษ์,จื่อเวยและเสี่ยวเยี่ยนจื่อไปเดินเล่นในอุทยานเพื่อปรึกษาหารือถึงเรื่องการเสด็จประพาส จากนั้นเฉียนหลงก็ทรงมีรับสั่งเป็นนัยว่าจะให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและเอ่อคังแต่งงานกัน เรื่องนี้ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อลมจับแทบล้มทั้งยืนเลยทีเดียว ทุกคนรีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทันที แต่การนี้เฉียนหลงทรงมีรับสั่งให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อนำตำราไปด้วย

               พระชายาบอกเอ่อคังถึงเหตุผลท่เฉียนหลงทรงมีพระประสงค์ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและเอ่อคังแต่งงานกัน ทั้งหมดเป็นเพราะฐานะชาติกำเนิดของจื่อเวย เนื่องจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อต้องแบกตำราร่วมเดินทาไปด้วยจึงพาลใส่จื่อเวยเป็นการใหญ่ เบนจามินพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อไปสงบสติอารมณ์ที่หยูอี้กว่าน จากนั้นเบนจามินก็มอบนาฬิกาปลุกให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อซึ่งก่อนหน้านี้เบนจามินไม่มีโอกาสมอบให้นางเสียที

               รุ่งเช้า พระสนมอี๋นำความมาบอกหย่งฉีวาไทเฮาทรงมีพระราชประสงค์ให้หย่งฉีหรือเอ่อคังคนใดคนหนึ่งแต่งงานกับฉิงเอ๋อ  ขอให้หย่งฉีอย่าได้ยอมแพ้ต่อเอ่อคังเป็นอันขาด    เรื่องนี้ทำให้หย่งฉีซึ่งกำลังกินอาหารเช้าอยู่ตกตะลึงถึงกับตะเกียบหล่นลงจากมือเลยทีเดียว

               หย่งฉีกลัดกลุ้มใจมากเมื่อพบว่าเบนจามินมีใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งฉีสอบถามเบนจามินอย่างตรงไปตรงมาว่าจะแย่งชิงเสี่ยวเยี่ยนจื่อกับตนหรือ      เบนจามินกล่าวว่าตนคำนึงถึงความสุขของเสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นสำคัญ จากนั้นเบนจามินก็ย้อนถามหย่งฉีว่าเพื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อแล้วหย่งฉียินดีสละความเป็นใหญ่จ้าวแผ่นดินหรือไม่ สำหรับสองพี่น้องต่างเชื้อชาติต่างคนต่างตกอยู่ในวังวนแห่งความรักโดยไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร    ที่สำคัญไม่มีใครรู้ว่าเรื่องราวของเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะลงเอยอย่างไร เบนจามินเน้นย้ำว่าไม่ว่าอย่างไร มิตรภาพไม่มีวันเปลี่ยนแปลง

               เพื่อช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อสามารถติดตามขบวนเสด็จประพาสอย่างราบรื่น หย่งฉีจึงสอนเสี่ยวเยี่ยนจื่อรำกระบี่โดยให้ท่องบทกวีซึ่งใช้ประกอบท่ารำให้ขึ้นใจ  แต่นิสัยพิลึกพิลั่นของเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อรำกระบี่ไม่รู้หัวหางลำดับท่ารำไม่ถูกต้องก่อนหลัง บทกวีก็ถูกเปลี่ยนจนเลอะเทอะ ทุกคนไม่มีทางเลือกจึงจำต้องไปเป็นกำลังใจให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อท่องบทกวีต่อพระพักตร์เฉียนหลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับซุกซนทำท่าเสือกำลังขย้ำหมู ทำให้ทุกคนต่างระอาใจ แต่แล้วเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็สามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปได้

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้ทำให้ได้รับพระราชานุญาตจากเฉียนหลง ให้ติดตามขบวนเสด็จประพาสในครั้งนี้ด้วย ทุกคนดีใจมากจึงพากันไปเรียนขี่ม้า เอ่อคังสอนจื่อเวย เบนจามินและหย่งฉีสอนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เอ่อไท่สบายที่สุดไม่ต้องรับผิดชอบอะไร หนุ่มสาวขี่ม้าด้วยกันอย่างมีความสุข

               ก่อนออกเดินทาง จู่ๆไทเฮาก็ทรงมีพระประสงค์ให้ฉิงเอ๋อติดตามขบวนเสด็จประพาส ที่แท้ไทเฮาทรงมอบภารกิจหนึ่งให้   ฉิงเอ๋อโดยให้นางสืบหาความจริงถึงเป้าหมายที่แท้จริงของจื่อเวย เพื่อที่ฉิงเอ๋อจะได้ตัดสินใจในสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต ฉิงเอ๋ออิจฉาที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกมีอิสระ เป็นตัวของตัวเอง เมื่อไทเฮาทรงมีพระประสงค์ให้จื่อเวยติดตามขบวนเสด็จประพาสจึงทำให้นางดีใจมากยอมรับภารกิจด้วยความเต็มใจ

               เมื่อหย่งฉีและเอ่อคังรู้ว่าฉิงเอ๋อติดตามขบวนเสด็จประพาสนี้ด้วยก็เชื่อว่าต้องเป็นพระประสงค์ของไทเฮา การเดินทางครั้งนี้จะต้องมีอุปสรรคอย่างแน่นอน ก่อนออกเดินทาง ทั้งสองปรึกษาหารือกันว่าจะทำอย่างไรไม่ให้ฉิงเอ๋อเลือกแต่งงานกับพวกตนคนใดคนหนึ่ง เบนจามินเสนอให้จับคู่ฉิงเอ๋อกับเอ่อไท่

               ฉิงเอ๋อไปหาเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยโดยหวังว่าการเดินทางครั้งนี้ทุกคนจะดูแลกันเป็นอย่างดี เสี่ยวเยี่ยนจื่อยินดีต้อนรับฉิงเอ๋อสู่ขบวนเสด็จประพาสอย่างเต็มอกเต็มใจ ทุกคนพูดคุยเข้ากันได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่และจินสั่วไม่สามารถติดตามขบวนเสด็จประพาสในครั้งนี้จึงพากันหดหู่เป็นอันมาก จินสั่ววิตกกังวลเกรงว่าจื่อเวยจะล้มป่วยได้รับบาดเจ็บระหว่างการเดินทาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อตบอกรับประกันว่านางจะดูแลจื่อเวยเป็นอย่างดี

               ก่อนที่ขบวนเสด็จประพาสจะออกเดินทาง ไทเฮาทรงนำพาบรรดาพระสนมน้อมส่งเฉียนหลง สี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่,จินสั่ว,หมิงเยี่ยและไฉ่เสียต่างรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวย ต่างฝ่ายต่างกำชับกันและกันให้ดูแลตัวเองให้ดี เสี่ยวเยี่ยนจื่อให้กำลังใจทุกคนอย่าได้ร้องไห้เป็นอันขาด  จื่อเวยปลุกขวัญกำลังใจทุกคนด้วยการเป็นต้นเสียงตะโกนขอให้การเดินทางครั้งนี้มีแต่ความสุข ปลอดภัย ราบรื่น

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวย,หย่งฉี,เอ่อคัง,เบนจามิน,เอ่อไท่และพวก ต่างพากันตะโกนร้องตามจื่อเวย แต่ละคนมีความฝันงดงามโดยหารู้ไม่ว่าหนทางเบื้องหน้าเป็นอย่างไร

               เฉียนหลงทรงพาฝูหลุนอาจารย์ใหญ่หอบัณฑิต เอ้อหมิ่นเสนาธิการทหาร จี้เสี่ยวหลันซึ่งมีพรสวรรค์ด้านศิลปะและบรรดาขุนนางทั้งหลาย ตลอดจนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวย,ฉิงเอ๋อ,หย่งฉี,เอ่อคัง,เบนจามิน,เอ่อไท่และพวกติตามพระองค์ร่วมขบวนเสด็จประพาส

               ป่าเขาเขียวขจี เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและฉิงเอ๋อพากันพูดคุยกับเฉียนหลงบนรถม้าที่ประทับ เสี่ยวเยี่ยนจื่อท่องกลอนโดยร้องออกมาเป็นเพลง  จื่อเวยสร้างบรรยากาศหยอกเย้าเสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยการเปลื่อนเนื้อเพลงเป็นสาวน้อยถือการบ้านเข้าห้องเรียน เงยหน้าเห็นหนู ก้มหน้าเห็นแมลงสาบ กลัวที่สุดคือเขียนหนังสือ วาดภาพเรื่อยเปื่อย บนกระดาษเต็มไปด้วยสิ่งไร้สาระเฉียนหลงทรงแย้มพระสรวลหัวเราะเนื้อเพลงของจื่อเวย

               ขบวนเสด็จประพาสมาถึงวัดใหญ่แห่งหนึ่ง เฉียนหลงทรงนึกสนุกขึ้นมาจึงทรงตั้งปริศนาหนึ่งขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนทาย ปริศนามีว่าสองหัวแหลมๆ สองหัวขาวๆ ซีซีซูซู ฉงฉงเตียเตียเสี่ยวเยี่ยนจื่อไขปริศนาโดยตอบว่า สองหัวแหลมๆคือปัสสาวะหนู สองหัวขาวขาวคือปัสสาวะไก่ ซีซีซูซูคือปัสสาวะแพะ ฉงฉงเตียเตียคือปัสสาวะวัว  ทุกคนต่างพากันหัวเราะกับคำตอบของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ  ฉิงเอ๋อและจื่อเวยแสดงภูมิปัญญาด้วยการไขริศนาออกมาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเป็นที่พอพระทัยของเฉียนหลงยิ่งนัก

               ขบวนเสด็จประพาสท่องเที่ยวไปทั่ว วันหนึ่ง ขบวนเสด็จมาถึงเมืองดอกเหมย บังเอิญในเมืองมีการแสดงกลองยาวเฉลิมฉลองพืชผลอุดมสมบูรณ์ เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกนึกสนุกจึงพากันไปชมการแสดง หัวหน้าคณะการแสดงเชื้อเชิญทุกคนร้องรำทำเพลงด้วยกัน ด้วยความที่หย่งฉีและเบนจามินมือไม้เก้งก้างร่ายรำกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้การแสดงมีสีสันครึกครื้นยิ่งขึ้น

               ขณะที่ทุกคนกำลังสนุกสนานกับงานเฉลิมฉลองนั่นเอง จู่ๆก็มีอันธพาลกลุ่มหนึ่งเข้ามาแย่งชิงข้าวเปลือก คณะการแสดงกองยาวต้องการรักษาข้าวเปลือกเอาไว้จึงมีเหตุวิวาทกับกลุ่มอันธพาล เฉียนหลงทรงทนไม่ได้ที่เห็นชาวบ้านถูกรังแก พระองค์จึงมีพระบัญชาให้สี่องครักษ์ให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งยังทรงเอาผิดลงโทษขุนนางท้องถิ่นที่กดขี่ข่มเหงชาวบ้านอีกด้วย

               ขบวนเสด็จประพาสเดินทางมาถึงเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง บนท้องถนนเต็มไปด้วยความคึกคัก เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกอยากรู้อยากเห็นจึงพากันไปดู ที่แท้หูยั่วหลันหญิงงามแห่งเมืองนี้จัดงานยิงธนูเลือกคู่ขึ้นที่วัดกามเทพนั่นเอง เส่ยวเยี่ยนจื่อยุหย่งฉีและเบนจามินไปทดสอบฝีมือ แต่แล้วหย่งฉีก็ต้องผงะเมื่อพบเห็นชายหนุ่มหนวดเฟิ้มปรากฏตัว ทำให้งานยิงธนูเลือกคู่มีสีสันมากขึ้น

               หลังจากที่หย่งฉี,เอ่อคัง,เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและพวกออกจากงานยิงธนูเลือกคู่แล้ว ทุกคนก็พูดคุยกันถึงเรื่องบุพเพสันนิวาส เบนจามินเล่าให้ทุกคนฟังว่าชาวตะวันตกมีเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อจูปีเตอร์ทำหน้าที่ดูแลเรื่องราวความรักโดยเฉพาะ โดยจะแผลงศรไปยังคู่รักเพื่อให้ทั้งสองรักกัน เรื่องเล่าของเบนจามินเป็นการเพิ่มสีสันให้กับงานเลือกคู่ยิงธนูมากขึ้น

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android