ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 10-14 ธ.ค.2555

เปิดอ่านแล้ว 121 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 10-14 ธ.ค.2555

10-14 ธ.ค. 2555

ฉิงเอ๋อวิเคราะห์สถานการณ์อย่างละเอียดต่อจื่อเวย ฉิงเอ๋อวิเคราะห์พระอุปนิสัยของเฉียนหลง ตลอดจนแผนการเสด็จประพาสในครั้งนี้นั้นจะทำให้พระองค์ทรงค้นพบความจริงมากขึ้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นจื่อเวยและฉิงเอ๋อกำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอจึงเข้ามาก่อกวน ทั้งสามนอนเบียดเสียดอยู่บนเตียงเล็กๆเปิดเผยความในใจกันและกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลัดกลุ้มใจไม่รู้ว่าเหตุใดระยะนี้เบนจามินไม่ค่อยให้ความสนใจนางเลย...

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นห่วงเป็นใยความรู้สึกของเบนจามินซึ่งดูหงอยเหงา ระหว่างการเดินทาง เสี่ยวเยี่ยนจื่อขี่ม้าตัวเดียวกันกับเบนจามิน แต่ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อพูดจาไม่เข้าหูเบนจามินจึงทำให้เบนจามินโกรธไม่พอใจขึ้นมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อหัวเสียใช้แส้ฟาดไปที่ม้า แต่กลับถูกเบนจามินรั้งเอาไว้ ด้วยความไม่ระวังทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกือบพลัดตกลงมาจากหลังมา โชคดีที่หย่งฉีประคองเสี่ยวเยี่ยนจื่อไว้ทันการ ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยิ่งตอกย้ำทำร้ายจิตใจเบนจามินมากขึ้น

               ขบวนเสด็จประพาสเดินทางมาถึงลำธารแห่งหนึ่งซึ่งมีทัศนียภาพงดงามมาก เฉียนหลงทรงนึกสนุกขึ้สมาจึงชักชวนทุกคนทายปริศนา จื่อเวยยิ้มรับคำท้า ด้วยรู้ดีว่าเฉียนหลงทรงมีพระประสงค์ค้นหาสิ่งของที่เกี่ยวพันกับฝน ฉิงเอ๋อและเอ่อคังซึ่งเฉลียวฉลาดทายปริศนาได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ทุกคนหัวเราะอย่างมีความสุข มีเพียงเบนจามินเท่านั้นที่ดูซึมเศร้าหงอยเหงา ฝนตกลงมา เบนจามินคิดถึงท้องฟ้าอันสดใสเมื่อสายฝนผ่านพ้นไป

               หย่งฉีทนไม่ได้ที่เห็นเบนจามินซึ่งเป็นคนร่าเริงกลับกลายเป็นคนซึมเศร้าหงอยเหงา  หย่งฉีพูดแทงใจดำเบนจามิน        เบนจามินเปิดเผยตรงไปตรงมาต่อหย่งฉีว่าตนและเสี่ยวเยี่ยนจื่อคนละเชื้อชาติ ทำให้ตนถ่องแท้กับปัญหาที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ ขอให้หย่งฉีดูแลเสี่ยวเยี่ยนจื่อให้ดี เมื่อหย่งฉีได้ยินความในใจ ตลอดจนการยอมรับความพ่ายแพ้ของเบนจามิน หย่งฉีก็ตัดสินใจถามเสี่ยวเยี่ยนจื่อถึงความสัมพันธ์ของตนและนาง ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อคลุมเครือจึงไม่สามารถให้คำตอบตามที่หย่งฉีต้องการ ทั้งยังทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวเยี่ยนจื่อ,หย่งฉีและเบนจามินคนทั้งสามเลวร้ายลงอีกด้วย

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อบอกจื่อเวยว่าหย่งฉีเปิดเผยความในใจบอกรักนาง จื่อเวยเตือนสติเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าใจนางเองให้ถ่องแท้เสียก่อน มิฉะนั้นจะเป็นการทำลายสองหัวใจที่มีความรักและความจริงใจต่อนาง

               ขบวนเสด็จประพาสตระเตรียมการข้ามแม่น้ำ แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกบัณฑิตบุ๋นบู๊สองคนขัดขวางขบวนเสด็จประพาส  บัณฑิตบุ๋นท้าต่อกลอน ถ้าหากตนพ่ายแพ้ยินดีให้ขบวนเสด็จประพาสข้ามแม่น้ำไปก่อนเอ่อคังร่ายกลอนไม่กี่ประโยคก็ทำให้บัณฑิตบุ๋นอึ้งถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว ทำให้ขบวนเสด็จประพาสข้ามแม่น้ำไปอย่างราบรื่น

               เบนจามินก็ยังคงซึมเศร้าหงอยเหงาอยู่เช่นเดิม ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นห่วงเบนจามินจึงพยายามเอาอกเอาใจ แต่กลับถูกปฏิเสธ พระอาทิตย์อัสดง เบนจามินนั่งวาดรูปอยู๋ในสวนสาธารณะตามลำพัง เด็กๆเห็นรูปร่างหน้าตาเบนจามินเป็นสิ่งแปลกจึงพากันรุมล้อมลูบคลำเส้นผมสีทองของเบนจามิน เสี่ยวเยี่ยนจื่อสะกดรอยตามเบนจามินมา  ทนไมได้ที่เห็นเบนจามินถูกเด็กๆรังแก  เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงตวาดไล่เตพิดเด็กๆไป เสี่ยวเยี่ยนจื่อและเบนจามินปรับความเข้าใจกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อบอกเบนจามินว่านางรู้ถึงสาเหตุที่ทำให้เบนจามินซึมเศร้าหงอยเหงาเช่นนี้ เบนจามินตื้นตันใจที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้าใจตน ในที่สุดปมในใจของเบนจามินก็ถูกคลายลง เบนจามินติดตามเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับโรงเตี๊ยมอย่างอารมณ์ดี ทุกคนดีใจที่เห็นเบนจามินกลับมาร่าเริงเหมือนเดิม

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 43

               เดิมทีเบนจามินตัดสินใจตัดใจจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่ด้วยความจริงใจและความเป็นห่วงเป็นใยของเสี่ยวเยี่ยนจื่อทำให้    เบนจามินหวั่นไหวขึ้นมา เบนจามินนำไวโอลินขึ้นไปบนเขา จากนั้นเบนจามินก็สีไวโอลินเปิดเผยความในใจบอกรักเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงขลุ่ยแว่วมาสอดรับกับเสียงไวโอลิน ที่แท้เสียงขลุ่ยเป็นของเซียวเจี้ยนนั่นเอง

               ขบวนเสด็จประพาสของเฉียนหลงเดินทางมาถึงลำธารแห่งหนึ่ง เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกสนุกอยากลงไปเล่นน้ำ แม้แต่ฉิงเอ๋อและจื่อเวยก็ไม่สามารถห้ามใจได้จึงลงไปเล่นน้ำกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ลมหนาวพัดมา จื่อเวยขึ้นจากน้ำพอดีจึงจามด้วยความหนาว ขณะที่เอ่อคังจะนำเสื้อคลุมไปให้จื่อเวยนั่นเองกลับพบเห็นเฉียนหลงทรงปลดผ้าคลุมของพระองค์เพื่อห่อหุ้มกายจื่อเวย  ทุกคนต่างพากันตกตะลึงเมื่อเห็นเช่นนั้น    จื่อเวยสัมผัสได้ถึงพระเมตตาของเฉียนหลงโดยหารู้ไม่ว่าในเวลานี้เฉียนหลงทรงมีรู้สึกต่อจื่อเวยเช่นความรักของหนุ่มสาวทั่วไป

               เฉียนหลงทรงตากลมหนาวริมลำธารจนประชวร จื่อเวย,ฉิงเอ๋อและเสี่ยวเยี่ยนจื่อต่างพากันถวายการดูแลปรนนิบัติ   เฉียนหลง ภายนอกห้องพระบรรทม จี้เสี่ยวหลันบอกเป็นนัยให้ฝูหลุนรู้ว่าเฉียนหลงทรงโปรดปรานจื่อเวย เรื่องนี้ทำให้ฝูหลุนเอ่อคังสองพ่อลูกเกิดความวิตกกังวลขึ้นมา

               ในระหว่งที่เฉียนหลงทรงประชวร พระองค์ทรงสุบิณถึงเหตุการณ์ที่พระองค์และหยี่เหอต้องพลัดพรากจากกันท่ามกลางหิมะโปรยปราย เฉียนหลงทรงตะโกนร้องเรียกชื่อหยี่เหอ จากนั้นพระองค์ก็ทรงสะดุ้งตื่นจากพระสุบิณ เฉียนหลงทรงลุกขึ้นนั่งกุมมือจื่อเวยซึ่งกำลังเช็ดเหงื่อให้พระองค์ไว้แน่น จับจ้องใบหน้าจื่อเวย ในเวลาเดียวกัน หย่งฉีนำพระโอสถมาถวายเฉียนหลงจึงพบเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เมื่อหย่งฉีเห็นเช่นนั้นจึงรีบออกจากห้องพระบรรทมไปจนถอยไปชนเอ่อคังซึ่งเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเช่นเดียวกัน เอ่อคังโกรธมากจนเกือบพลั้งปากเปิดเผยฐานะองค์หญิงของจื่อเวยออกมาเพื่อไม่ให้เฉียนหลงทรงผิดพลาด โชคดีที่ฉิงเอ๋อห้ามไว้ทันโดยปลอบใจเอ่อคังว่าเฉียนหลงทรงพระสุบิณโดยคิดว่าจื่อเวยเป็นหยี่เหอ

               จื่อเวย,เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,ฉิงเอ๋อ เอ่อคัง,เอ่อไท่,เบนจามินและหย่งฉี คนทั้งเจ็ดไปขี่ม้าด้วยกันอย่างมีความสุข การติดตามขบวนเสด็จประพาสในครั้งนี้ทำให้ฉิงเอ๋อสัมผัสได้ถึงความสุขและมิตรภาพที่แท้จริง ในช่วงที่เฉียนหลงทรงหยุดพักการเดินทาง จื่อเวย,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกอาศัยเสียงไวโอลินของเบนจามินแต่งเพลงขึ้นมาหนึ่งเพลง

               อาการพระประชวรของเฉียนหลงทรงทุเลา ขบวนเสด็จประพาสจึงเดินทางต่อไป วันหนึ่ง เบนจามินขึ้นไปสีไวโอลินบนเขา เสี่ยวเยี่ยนจื่อติดตามเบนจามินไป เมื่อได้ยินเสียงไวโอลินของเบนจามินก็ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเคลิบเคลิ้ม  ต่อมา  เสี่ยวเยี่ยนจื่อและเบนจามินก็ยื้อยุดฉุดกระฉากกันจนตกเขาไปด้วยกันทั้งคู่  เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนร้องร้องไห้ด้วยความตกใจ

               ที่ตลาดนัด เสียงตะโกนร้องขายของจากพ่อค้าหาบเร่แผงลอยดังระงมไปทั่ว เฉียนหลงและพวกพากันเดินชมตลาด ทันใดนั้น เฉียนหลงก็ทรงเหลือบไปเห็นไฉ่เหลียนหญิงสาวนางหนึ่งคุกเข่าอยู่กับพื้นแขวนป้ายมีเนื้อความว่าขายตัวทำศพให้พ่อ ต่อมา อันธพาลกลุ่มหนึ่งก็พากันใช้กำลังฉุดกระฉากไฉ่เหลียนไป ไฉ่เหลียนดึงดันต่อสู้ ตะโกนร้องขอความช่วยเหลือ เสี่ยวเยี่ยนจื่อทนไม่ได้ที่เห็นหญิงสาวถูกรังแกจึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือ กลุ่มอันธพาลออกปากด่าทอเสี่ยวเยี่ยนจื่อ หย่งฉีทนไม่ได้จึงลงมือสั่งสอนกลุ่มอันธพาล ความโกลาหลจึงเกิดขึ้นไปทั่วตลาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตอนที่ 44

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีเพียงชั่วพริบตาเดียวก็สามารถสั่งสอนกลุ่มอันธพาลที่รังแกไฉ่เหลียนจนเข็ดราบ ฟู่เหิงไม่อยากให้เรื่องบานปลายไปกว่านี้จึงขอให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อลามือ ขณะที่ทุกคนกำลังจะจากไปนั่นเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เหลือบไปเห็นไฉ่เหลียนติดตามหย่งฉีมา ที่แท้หย่งฉีออกเงินช่วยเหลือไฉ่เหลียนทำศพพ่อ ทุกคนฉงนท์เมื่อได้ยินไฉ่เหลียนกล่าวว่าจะติดตามหย่งฉีตลอดไป ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่าหลังจากที่ช่วยเหลือจัดงานศพพ่อของไฉ่เหลียนแล้วค่อยออกเดินทางต่อไป

               หลังจากที่ทุกคนจัดงานศพพ่อของไฉ่เหลียนแล้วก็ออกเดินทางต่อไป ขบวนเสด็จประพาสเดินทางมาถึงชานเมือง นึกไม่ถึงว่าได้พบกับไฉ่เหลียนยืนกรานที่จะติดตามขบวนเสด็จประพาสไปให้ได้ หย่งฉีเห็นเช่นนั้นจึงบอกไฉ่เหลียนว่าที่ตนทำลงไปนั้นเพียงเพื่อช่วยเหลือนางทำศพพ่อเท่านั้น ไมได้คิดเป็นอื่น จากนั้นหย่งฉีก็เหลือบไปเห็นรองเท้าของไฉ่เหลียนในสภาพที่ขาดวิ่น ทั้งยังมีบาดแผลที่เท้าอีกด้วย หย่งฉีเวทนาจึงให้นางขึ้นหลังม้าเดินทางไปด้วยกัน นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเกิดความหึงหวง ขี่มารุดหน้าไปด้วยความไม่พอใจ

               ขบวนเสด็จประพาสพักแรมกันที่เมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง หย่งฉีขอความช่วยเหลือจากจื่อเวยให้หารองเท้าคู่ใหม่ให้ไฉ่เหลียน เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นหย่งฉีดูแลเอาใจใส่ไฉ่เหลียนเป็นอย่างดีจึงหัวเสียพาลไปทั่ว เอ่อคังเตือนสติหย่งฉีรีบปรับความเข้าใจกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยเร็วที่สุด

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อไปที่ทะเลสาบด้วยอารมณ์ขุ่นมัว หย่งฉีหยั่งเชิงเสี่ยวเยี่ยนจื่ออารมณ์ขุ่นมัวด้วยเหตุใด แต่ด้วยความที่ทั้งสองพูดไม่เข้าหูกันจึงมีปากเสียงกันขึ้นมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อเปิดเผยตรงไปตรงมาต่อหย่งฉีด้วยความโกรธว่านางไม่เคยเชื่อที่หย่งฉีเปิดเผยความในใจบอกรักนางเป็นความจริง หย่งฉีผิดหวังมากเมื่อได้ยินเช่นนั้น ขณะที่หย่งฉีกำลังจะจากไปนั่นเองก็เห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่ออาละวาดเป็นการใหญ่ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้หย่งฉีผิดหวังในตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อมากยิ่งขึ้น...เมื่อถึงเวลาอาหาร หย่งฉีต้องการปรับความเข้าใจกับเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยังคงมีอารมณ์ขุ่นมัว ทำให้หย่งฉีลุกจากโต๊ะอาหารไปด้วยความโกรธ ด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อยังคงมีอารมณ์ขุ่นมัวจึงกินไม่ลงวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไป เบนจามินวิ่งตามเสี่ยวเยี่ยนจื่อออกไปเพื่อคุ้มครองนาง

               เบนจามินปลอบใจเสี่ยวเยี่ยนจื่อโดยวิเคราะห์ให้นางฟังว่าในเวลานี้อารมณ์ของนางทั้งโกรธทั้งสับสนในตัวเอง ในที่สุดเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ได้สติขึ้น ไม่ว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะเลือกใครก็ตาม ทุกคนล้วนแล้วแต่ที่จะปกป้องคุ้มครองเสี่ยวเยี่ยนจื่อทั้งนั้น

               เสี่ยวเยี่ยนจื่ออารมณ์ขุ่นมัวทั้งวัน ตกดึกจึงท้องร้องด้วยความหิว นางจึงเข้าไปในห้องครัวเพื่อหาอาหารรองท้อง หย่งฉีตามเข้ามาในห้องครัวยิ้มให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อด้วยความเป็นมิตรเพื่อเอาใจเสี่ยวเยี่ยนจื่อหย่งฉีลวกบะหมี่ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อสัมผัสได้ถึงความห่วงใยและความอบอุ่น ด้วยความที่หย่งฉีไม่เคยเข้าครัวทำอาหารมาก่อนจึงงกเง่น บะหมี่ก็ลวกไม่สุก ไข่เจียวก็ไหม้ กระนั้นก็ตามก็ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อตื้นตันใจ เสี่ยวเยี่ยนจื่อกินอาหารอย่างออกรสชาติ  หยอกล้อหย่งฉี  หย่งฉีไม่สามารถสะกดความรู้สึกที่มีต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อไว้ได้จึงดึงเสี่ยวเยี่ยนจื่อเข้ามากอดจูบซึ่งถือเป็นความทรงจำ ซึ่งยากที่จะลืมในห้องครัวของคน   ทั้งสอง นึกไม่ถึงว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถูกเบนจามินซึ่งอยู่นอกห้องครัวพบเห็นจนหมดสิ้น

               ขบวนเสด็จประพาสของเฉียนหลงเดินทางมาถึงเมืองซิ่วปิง ขณะที่ทุกคนเข้าพักในโรงเตี๊ยมนั่นเอง เซียวเจี้ยนปรากฏตัวด้วยท่าทางองอาจจนเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกจ้องมองเป็นตาเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งฉิงเอ๋อจำได้แม่นยำว่าเซียวเจี้ยนเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้   เมื่อเบนจามินเห็นขลุ่ยของเซียวเจี้ยนก็เกิดความสนอกสนใจขึ้นมา ทันใดนั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็นึกสนุกขึ้นมาชิงกระบี่ของเซียวเจี้ยนวิ่งออกจากโรงเตี๊ยมไป เซียวเจี้ยนติดตามเสี่ยวเยี่ยนจื่อไปเพื่อทวงกระบี่ของตนกลับคืนมา เอ่อคัง,จื่อเวยและพวกก็พากันตามออกไปด้วย เสี่ยวเยี่ยนจื่อจงใจใช้กระบี่บุกเข้าจู่โจมเพื่อทดสอบวรยุทธของเซียวเจี้ยน เซียวเจี้ยนได้แต่หลบหลีกจนชนต้นไม้ ทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อหัวเราะด้วยความขบขัน จากการก่อกวนของเสี่ยวเยี่ยนจื่อในครั้งนี้ ไม่ตีกันก็ไม่รู้จักกัน    ในที่สุด ทุกคนก็กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

 

 

 

 

ตอนที่ 45

               ขบวนเสด็จประพาสของเฉียนหลงมุ่งหน้าเดินทางต่อไป ในระหว่างที่เดินทางไปนั้นทุกคนก็พูดคุยกันถึงเซียวเจี้ยนบุคคลลึกลับ โดยเฉพาะฉิงเอ๋อนั้นรู้สึกผิดหวังมากไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซียวเจี้ยนจึงไม่ยอมรับว่าตนเป็นคนที่ช่วยชีวิตนางเอาไว้

               ตกดึก ทั้งที่อยู่ในระหว่างเสด็จประพาส เฉียนหลงก็ยังคงทรงทอดพระเนตรหนังสือราชการโดยมีเสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและ ฉิงเอ๋อถวายการปรนนิบัติอยู่ใกล้ๆ ต่อมา เฉียนหลงทรงหิวขึ้นมา ทุกคนจึงพากันเข้าครัวเพื่อปรุงอาหารถวายเฉียนหลง ขณะที่ทุกคนกำลังสาละวนกับการทำครัวนั่นเอง เสี่ยวเยี่ยนจื่อพบเห็นหัวขโมย เบนจามินจับกุมตัวขโมยไว้ได้ หัวขโมยลนลานจนทำห่อผ้าตกลงพื้น เงินจำนวนมากกระจายตามพื้น

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกพากันไต่สวนหัวขโมย หลิวฮุยหน้าตาหมดจด สวมใส่เสื้อผ้าเก่า ร้องไห้ขอความเห็นใจจากทุกคนโดยเล่าถึงสภาพความทุกข์ยากของตนและปู่ออกมา เฉียนหลงทรงมีรับสั่งว่าพระองค์ทรงเคยสดับเรื่องราวของหลิวฮุยมาก่อน ก่อนอื่นให้จื่อเวยหาข้าวปลาอาหารให้หลิวฮุยเสียก่อน จากนั้นค่อยปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ไขปัญหาของหลิวฮุยอย่างไร

               วันรุ่งขึ้น เฉียนหลงทรงมีพระบัญชาให้หมอหลวงหูตรวจรักษาอาการป่วยของปู่ของหลิวฮุย จื่อเวยและเอ่อคังช่วยกันต้มยาให้ปู่ เบนจามินนำอาหารสัตว์มาที่บ้านหลิวฮุยเพื่อให้อาหารไก่และวัว ทำให้หลิวฮุยรู้สึกซาบซึ้งใจในความช่วยเหลือของจื่อเวยและพวกเป็นอันมาก หลิวฮุยขอร้องจื่อเวยสอนตนทำบะหมี่หยางชุนเพื่อยังชีพ จะได้ไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีกต่อไป จื่อเวยและพวกได้ยินเช่นนั้นต่างพากันชื่นชมอุดมการณ์ของหลิวฮุย

               หลายวันต่อมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกช่วยกันเปิดร้านขายบะหมี่ให้หลิวฮุย การนี้เฉียนหลงทรงพระอักษรป้ายหลิวฮุยร้านบะหมี่หยางชุนด้วยลายพระหัตถ์ของพระองค์เองในที่สุดร้านบะหมี่ของหลิวฮุยก็ถูกเปิดอย่างเป็นทางการ หย่งฉี,เอ่อคัง,เอ่อไท่และเบนจามินช่วยกันส่งบะหมี่ตามโต๊ะลูกค้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อตีฆ้องตะโกนร้องเรียกลูกค้า เฉียนหลงทรงแย้มพระสรวลด้วยสำราญพระทัยที่การเสด็จประพาสครั้งนี้เต็มไปด้วยสีสัน

               ขบวนเสด็จประพาสเดินทางมาถึงเมืองแห่งหนึ่งซึ่งเต็มไปด้วยความครึกครื้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อชื่นชอบปิ่นปักผมจนไม่อยากวาง แต่แล้วเสียงเชิญชวนของงานชิงลูกแพรก็เบ่ยงเบนความสนใจของเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เฉียนหลงและทุกคนพากันไปที่ลานกว้างพบว่ามีการแข่งขันปีนร้านไม้ไผ่ชิงลูกแพร เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกสนุกขึ้นมาจึงยุสี่องครักษ์เข้าร่วมการแข่งขัน ผลปรากฏว่าสี่องครักษ์ไม่ได้ทำให้ทุกคนผิดหวัง ขณะท่ทุกคนตะโกนโห่ร้องด้วยความดีใจนั่นเอง หย่งฉีย้อนกลับไปที่ร้านขายปิ่นปักผมเพื่อซื้อปิ่นปักผมมอบให้      เสี่ยวเยี่ยนจื่อ

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและฉิงเอ๋อกลับเข้าห้องพักในโรงเตี๊ยมพบว่ามีคนนำห่อผ้าซึ่งมีปิ่นปักผมอยู่ภายในมามอบให้ ที่แท้ปิ่นปักผมอันนี้เป็นปิ่นปักผมอันเดียวกันกับที่พบเห็นในเวลากลางวัน ในเวลาเดียวกัน เบนจามินก็นำปิ่นปักผมอีกอันหนึ่งซึ่งเป็นคู่กันมามอบให้ ที่แท้เบนจามินก็แอบไปซื้อปิ่นปักผมเช่นเดียวกัน

               เฉียนหลงทรงเสด็จมาถึงเมืองฉีเจียง บังเอิญที่เมืองนี้มีงานบูชาไฟพอดี เสี่ยวเยี่ยนจื่อนึกสนุกจึงชงนหย่งฉีและเบนจามินเข้าไปร่วมงาน ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินอยู่นั่นเอง ทันใดนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งสวมหน้ากากผีบุกเข้ามาทำร้ายหมายเอาชีวิตเฉียนหลง ทุกคนตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก จื่อเวยพาเฉียนหลงหลบหนี นักฆ่าเงื้อดาบฟันไปที่เฉียนหลง จื่อเวยเห็นว่าจวนตัวจึงใช้ตัวรับคมดาบของนักฆ่า เอ่อคัง,เบนจามิน,หย่งฉีและเอ่อไท่ต่อสู้กับนักฆ่าอย่างดุเดือด เอ่อคังหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นจื่อเวยได้รับบาดเจ็บ ท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตเซียวเจี้ยนปรากฏตัวช่วยชีวิตฉิงเอ๋อซึ่งกำลังหวาดผวาเอาไว้

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android