Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 24-28 ธ.ค.2555

เปิดอ่านแล้ว 49 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 24-28 ธ.ค.2555

24-28 ธ.ค. 2555


                จื่อเวย,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจินสั่วในสภาพที่ถูกมัดแน่นหนาถูกบรรดาองครักษ์นำตัวไปคุมขังที่ศาลบรรพชน   เอ่อคัง,เอ่อไท่,หย่งฉีและเบนจามินเห็นบรรดาองครักษ์เสียมารยาทต่อจื่อเวยและพวก  หย่งฉีโกรธมากจึงลงมือสั่งสอนบรรดาองครักษ์เป็นการใหญ่ บรรดาองครักษ์เห็นว่าพวกตนทำตามหน้าที่จึงตอบโต้จนเกิดการวิวาทกันขึ้นมา ฟู่เหิงมาถึงจึงเตือนสติเอ่อคังและพวกว่าความผิดฐานหมิ่นเบื้องสูงต้องโทษประหาร   จากคำตักเตือนของฟู่เหิง ทำให้เอ่อคังและพวกจำต้องปล่อยให้บรรดาองครักษ์พาจื่อเวย,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและจินสั่วไปคุมขังต่อหน้าต่อตาด้วยความเจ็บปวด เอ่อคังวิ่งไปหาจื่อเวย จากนั้นก็นำสร้อยคล้องคอจื่อเวย กำชับนางว่าจะต้องเข้มแข็ง สี่ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่,หมิงเยี่ยและไฉ่เสียซึ่งมีความภักดีพากันร้องห่มร้องไห้ส่งเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวก

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกถูกนำตัวไปคุมขัง ทั้งสามต่างเห็นใจกันและกัน ความรู้สึกในเวลานี้นั้นเต็มไปด้วยความเสียใจและกลัดกลุ้มใจ หย่งฉีรีบรุดไปที่หอบัณฑิตวิเคราะห์สถานการณ์ให้ฝูหลุนฟังเพื่อหาทางช่วยชีวิตจื่อเวยและพวก หย่งฉีและเอ่อคังตัดสินใจเข้าเฝ้าทูลขอพระเมตตาจากเฉียนหลงอีกครั้ง ทั้งสองพากันคุกเข่าทูลขอพระเมตตาจากเฉียนหลง แต่กลับทำให้เฉียนหลงทรงทวีความกริ้ว เฉียนหลงทรงมีรับสั่งว่าถ้าหากทั้งสองยังคงดึงดันก็จะต้องได้รับโทษไปด้วย ไม่ว่าอย่างไรจะไม่อภัยโทษให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกเป็นอันขาด

               ตกดึกในห้องขังซึ่งมืดมิด เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและจินสั่วต่างพากันหวาดกลัว ต่อมา ทหารยามก็มานำตัวคนทั้งสามไป เสี่ยวเยี่นจื่อและพวกพากันดึงดัน อีกด้านหนึ่งนั้น หย่งฉีลอบออกจากวังหลวงโดยไม่ให้พระสนมอี๋ล่วงรู้ แต่นึกไม่ถึงว่ากลับถูกพระสนมอี๋พบเห็นเข้า พระสนมอี๋เกลี้ยกล่อมหย่งฉี แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งหย่งฉีซึ่งประสงค์ที่จะช่วยชีวิตเสี่ยวเยี่ยนจื่อไว้ได้ ทำให้พระสนมอี๋ผิดหวังยิ่งนัก ในเวลาเดียวกัน เบนจามินบอกหลางซื่อหนิงว่าตนไม่สามารถนิ่งดูดายต่อไปได้ ตนตัดสินใจทำสิ่งที่ตนไม่รู้สึกเสียใจชั่วชีวิต จากนั้นเบนจามินก็กล่าวคำอำลาหลางซื่อหนิง

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและจินสั่วถูกนำตัวไปพบใต้เท้าเหลียงเพื่อรับการไต่สวน เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นว่าตกอยู่ในมือใต้เท้าเหลียงขุนนางชั่ว ด้วยความโกรธจึงออกปากด่าทอใต้เท้าเหลียงไม่เป็นชิ้นดี ใต้เท้าเหลียงจำได้ว่าทั้งสามคนเป็นคนร้ายที่มาก่อกวนงานวันเกิดอายุห้าสิบปีของตน เมื่อเป็นเช่นนี้ใต้เท้าเหลียงจึงมีคำสั่งให้คนทั้งสามลงนามรับสารภาพโดยไม่มีการไต่สวนอีกต่อไป เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกขัดขืนจึงถูกโบยตี  ทั้งสามถูกนำตัวกลับไปยังห้องขังในสภาพที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยบาดแผล กระนั้นจื่อเวยก็ยังคงให้กำลังใจทุกคน จื่อเวยมั่นใจว่าเฉียนหลงจะไม่ทรงทารุณพวกนางอย่างแน่นอน หย่งฉีและเบนจามินพากันไปยังห้องขังของศาลบรรพชน หลังจากที่ทั้งสองคนตรวจสอบสถานที่อย่างละเอียดแล้วก็กลับมาปรึกษาหาหรือกันเพื่อแหกคุกช่วยชีวิตจื่อเวยและพวก

               ตกดึก เฉียนหลงทรงคิดใคร่ครวญด้วยความหดหู่พระทัยประทับอยู่ใต้แสงเทียน หลังจากที่เฉียนหลงทรงสะกดความว้าวุ่นพระทัยได้แล้ว พระองค์ก็ทรงหวนนึกถึงความทรงจำในอดีต ความทรงจำได้นำเฉียนหลงกลับไปถึงวันที่ได้รู้จักหยี่เหอในฤดูหนาว จนกระทั่งถึงวันที่พระองค์และหยี่เหอต้องพลัดพรากจากกัน

               พระสนมลิ่งตระหนักดีถึงความขมขื่นของเฉียนหลง รู้ดีว่าพระองค์ทรงพระทัยอ่อนลงมาก นางจึงทูลแนะนำเฉียนหลงว่าการให้อภัยเป็นความสุข คำพูดของพระสนมลิ่งทำให้เฉียนหลงทรงได้พระสติขึ้นมา

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและจินสั่วต่างดูแลกันและกัน ทั้งสามเจ็บปวดบาดแผลจากการถูกโบยตี ทั้งสามโผเข้ากอดร้องไห้ด้วยกัน ทันใดนั้น ทั้งสามก็ได้ยินเสียงไวโอลินแว่วเข้ามาทางหน้าต่างของห้องขัง เพลงที่ได้ยินเป็นเพลงคุ้นหู ทั้งสามคึกคักมีชีวิตชีวาขึ้นมาเมื่อรู้ว่าเบนจามินอยู่ข้างนอกคิดหาทางช่วยเหลือพวกนาง เสียงไวโอลินของเบนจามินบ่งบอกหญิงสาวทั้งสามอย่าได้สิ้นหวังเป็นอันขาด ต่อมา เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เหลือบไปเห็นสร้อยคอที่เอ่อคังมอบให้จื่อเวย สร้อยคอมีถุงเล็กห้อยอยู่ จื่อเวยพบว่าในถุงเล็กมีถ้อยคำซึ่งเป็นคำมั่นสัญญาของเอ่อคังซึ่งจะยึดมั่นในความรักที่มีต่อจื่อเวยตลอดไป

               รุ่งเช้า หลังจากที่ไทเฮาทรงตื่นจากพระบรรทมแล้วก็ทรงทอดพระเนตรเห็นฉิงเอ๋อคุกเข่าเพื่อทูลขอพระเมตตาจากพระนางให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวก แต่ไทเฮากลับทรงไม่นำพาต่อน้ำใจไมตรีของฉิงเอ๋อที่มีต่อเพื่อนๆ ฉิงเอ๋อทูลขอร้องไทเฮาทรงเสด็จยังศาลบรรพชนสักครั้งเพื่อให้ประจักษ์แก่สายตาที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกถูกทำร้าย

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและจินสั่วถูกทรมานเพื่อให้ลงนามสารภาพ แต่ทั้งสามก็ยังคงขัดขืนจนถูกโบยตีอย่างทารุณ ในเวลาเดียวกัน หย่งฉี,เอ่อคัง,เอ่อไท่และเบนจามิน รวมทั้งหลิ่วชิงและหลิ่วหงพากันปลอมตัวเป็นขุนนางมายังห้องขังพร้อมด้วยพระราชโองการ ใต้เท้าเหลียงจับพิรุธได้ ทุกคนจึงกำลังชิงตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวก ขณะที่เหตุการณ์กำลังชุลมุนนั่นเอง ทันใดนั้น เซียวเจี้ยนก็บุกเข้ามาช่วยเหลือพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกแหกคุก

               เมื่อฉิงเอ๋อและไทเฮามาถึงศาลบรรพชนก็พบว่าห้องขังเต็มไปด้วยความโกลาหล ไทเฮาทรงหวาดกลัวเมื่อได้ยินเสียงกระบี่รบพุ่งกัน ฉิงเอ๋อบุกเข้าไปในห้องขังตามลำพัง ทันใดนั้น เซียวเจี้ยนก็วิ่งออกมาจากห้องขัง เมื่อเซียวเจี้ยนพบเห็นฉิงเอ๋อ เซียวเจี้ยนก็พาฉิงเอ๋อไปยังชายป่า ขอร้องฉิงเอ๋อให้โยนความผิดให้คนชุดดำแหกคุกช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวก ตนจะหาทางให้ความช่วยเหลือเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกต่อไป

               จี้เสี่ยวหลันทูลแนะนำเฉียนหลงว่าด้วยความไม่ประสาของเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยจึงทำให้เกิดเรื่องราวใหญ่โตขึ้นมา แต่คุณงามความดีของคนทั้งสองก็สามารถลบล้างโทษตาย เฉียนหลงทรงเห็นด้วยกับคำแนะนำของจี้เสี่ยวหลัน พระองค์จึงทรงตัดสินพระทัยเสด็จไปยังศาลบรรพชนเพื่อรับจื่อเวยและพวกด้วยพระองค์เอง เมื่อเฉียนหลงทรงเสด็จถึงห้องขังพบเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นก็ทำให้พระองค์ทวีความกริ้วมากยิ่งขึ้น เฉียนหลงทรงมีพระบัญชาให้ฟู่เหิงจับกุมตัวหย่งฉีและพวกมาไต่สวน

               หลังจากที่เอ่อคังและพวกช่วยจื่อเวยและพวกออกมาจากห้องขังได้แล้วก็พาทุกคนหลบหนีออกไปนอกเมือง ระหว่างทางเอ่อคังและเบนจามินก็บอกทุกคนว่าจะกลับวังหลวงเพื่อรับโทษ ด้วยมิตรภาพเหนียวแน่นที่มีต่อกัน ทุกคนยินดีร่วมเป็นร่วมตายด้วยกัน ฟู่เหิงพบเห็นทุกคนจึงพาทุกคนไปเข้าเฝ้าเฉียนหลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกแสดงความจริงใจยอมรับผิดต่อเฉียนหลง จากนั้นก็แสดงบาดแผลที่ได้รับจากการถูกทารุณเพื่อให้ลงนามยอมรับสารภาพ ขอให้เฉียนหลงทรงลงอาญาใต้เท้าเหลียงและพวก...

               เฉียนหลงทรงเศร้าสลดพระทัยเมื่อทรงสดับว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกถูกทารุณที่ศาลบรรพชนโดยมีบาดแผลตามเนื้อตัวเป็นที่ประจักษ์ ด้วยความกริ้วเฉียนหลงจึงทรงมีพระบัญชาให้นำตัวใต้เท้าเหลียงเข้าเฝ้า จื่อเวยแสดงความจริงใจด้วยการยอมรับโทษทัณฑ์จากเฉียนหลงโดยขอให้พระองค์ทรงพระเมตตาอภัยโทษให้แก่สี่องครักษ์ที่ทำการอุกอาจแหกคุก แม้ว่าเฉียนหลงไม่ได้ทรงคลางแคลงพระทัยต่อจื่อเวยและพวก แต่ความผิดฐานปลอมแปลงราชโองการและแหกคุกร้ายแรงไม่สามารถละเว้นได้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อได้ยินเช่นนั้นจึงตัดสินใจพลีชีพโดยไม่คำนึงถึงชีวิต ต้นเหตุทั้งหมดมาจากนางเพียงคนเดียว ฉะนั้นนางจึงต้องรับผิดชอบ เมื่อเฉียนหลงทรงสดับเช่นนั้นจึงทรงมีพระบัญชาให้องครักษ์นำตัวเสี่ยวเยี่ยนจื่อออกไปประหาร

               ไทเฮายังคงทรงตระหนกกับเหตุการณ์แหกคุกที่ศาลบรรพชน ทันใดนั้น ผู่กงกงก็เข้ามาทูลไทเฮาว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกย้อนกลับมาวังหลวงเพื่อรับโทษทัณฑ์จากเฉียนหลง เมื่อไทเฮาทรงสดับเช่นนั้นก็ทรงเสด็จยังตำหนักเฉียนชิงพร้อมด้วยฉิงเอ๋อ จื่อเวย,เอ่อคัง,เอ่อไท่,เบนจามินและพวกพากันคุกเข่าขอพระเมตตาจากเฉียนหลงอภัยโทษให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าถ้าหากประหารก็ต้องประหารด้วยกัน เป็นการแสดงว่าทุกคนยินดีร่วมเป็นร่วมตายกัน     เมื่อไทเฮาเสด็จมาถึงก็ทรงมีพระเสาวนีย์ว่าถึงแม้เสี่ยวเยี่ยนจื่อมีความผิด แต่โทษทัณฑ์ก็ไม่ถึงตาย ทันใดนั้น ฟู่เหิงก็ควบคุมตัวใต้เท้าเหลียงเข้ามา   จี้เสี่ยวหลันนำหลักฐานที่ใต้เท้าเหลียงบีบบังคับให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกทูลถวายเฉียนหลง ด้วยมีหลักฐานแน่นหนา เฉียนหลงจึงทรงมีพระบัญชาให้ประหารชีวิตใต้เท้าเหลียง ในเวลานี้เอง เฉียนหลงถึงทรงประจักษ์ว่าจื่อเวยแลวะพวกถูกทารุณอย่างโหดเหี้ยม พระองค์จึงทรงอภัยโทษให้ทุกคน จื่อเวยปลาบปลื้มใจมากจนหมดสติไป

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเป็นห่วงอาการบาดเจ็บของจื่อเวย หลังจากท่เสี่ยวเยี่ยนจื่อทายาแล้วก็รีบไปหาจื่อเวย จื่อเวยฟื้นได้สติขึ้นมา เมื่อนางลืมตาก็พบสายพระเนตรที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาของเฉียนหลง ทุกคนเห็นจื่อเวยฟื้นได้สติขึ้นมาแล้วก็พากันป้อนยานาง แต่เฉียนหลงกลับทรงมีพระประสงค์ที่จะป้อนยาให้จื่อเวยด้วยพระองค์เอง เหตุการณ์นี้ทำให้จื่อเวยตื้นตันใจเป็นอันมากจึงร่ำไห้ออกมา เฉียนหลงทรงเจ็บปวดพระทัยยิ่งนักจึงทรงยอมรับจื่อเวยเป็นพระธิดาต่อหน้าทุกคน ทุกคนปิติยินดีจึงพากันหลั่งน้ำตาออกมา บรรดาข้าราชบริพารพากันคุกเข่าขนานพระนามองค์หญิงจื่อเวย สี่องครักษ์ซึ่งอยู่หน้าห้องเมื่อได้ยินว่าเฉียนหลงทรงยอมรับจื่อเวยเป็นพระธิดาแล้วก็โผเข้ากอดกันด้วยความปิติยินดี

               ขณะที่จื่อเวยได้กลับสู่อ้อมกอดอันอบอุ่นของเฉียนหลงนั่นเอง ฮองเฮากลับทรงใช้วาจาเสียดสีทิ่มแทงจื่อเวย เฉียนหลงทรงนึกถึงเรื่องราวต่างๆที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกถูกให้ร้าย ทำให้พระองค์เชื่อมั่นว่าจะต้องเป็นฝีมือของฮองเฮาอย่างแน่นอนที่มีความประสงค์ตัดรากถอนโคน เช่นนี้เฉียนหลงจึงทรงมีพระบัญชาให้ควบคุมตัวฮองเฮาไปคุมขังที่ศาลบรรพชนเพื่อได้สัมผัสความทุกข์ยาก จื่อเวยทูลขอพระเมตตาจากเฉียนหลงทรงเห็นแก่คุณงามความดีของฮองเฮาอภัยโทษให้พระนาง

               ฉิงเอ๋อสัมผัสได้ถึงจิตใจที่ดีงามของจื่อเวย แต่ไทเฮากลับยังคงไม่ทรงยอมรับจื่อเวยมีสายเลือดขัตติยะอย่างแท้จริง เนื่องจากชาติกำเนิดนางยังคงคลุมเครือไม่ชัดแจ้ง หย่งฉีกลับตำหนักหย่งเหออย่างปลอดภัย พระสนมอี๋ก็โผเข้ากอดหย่งฉีร่ำได้ด้วยความดีใจที่เห็นลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัย หย่งฉีปลอบใจพระสนมอี๋ให้คลายความอาดูร  เมื่อเบนจามินกลับถึงหยูอี้กว่านก็ถูกหลางซื่อหนิงทำร้ายด้วยกระบ่ชาวตะวันตก เบนจามินหลบหลีกเป็นพัลวันจนศีรษะโขกถูกเสาหมดสติไป ตกดึก ฉิงเอ๋อหวนนึกถึงเหตุการณ์ที่ได้พบเห็นเซียวเจี้ยนที่ศาลบรรพชนโดยมือของนางกำผ้าพันแผลที่เซียวเจี้ยนทำแผลให้นางเอาไว้แน่น

               รุ่งเช้า เบนจามินฟื้นได้สติขึ้นมาด้วยอาการเจ็บปวดศีรษะ ทั้งยังพบว่าดวงตาสองข้างของตนบวมช้ำจนดูไม่ได้ อีกด้านหนึ่ง ฮองเฮาซึ่งทุกอย่างสูญสิ้นกลับทรงไม่ยอมรับความผิดของพระนาง ฮองเฮาทรงกรรแสงทูลไทเฮาว่าพระนางทำไปเพื่อปกป้องราชวงศ์และพระเกียรติของเฉียนหลง ไทเฮาทรงปลอบฮองเฮา  ทำให้ฮองเฮาทรงมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง

               เฉียนหลงทรงชักชวนหย่งฉี,เบนจามิน,เอ่อคังและเอ่อไท่สี่องครักษ์เสวยพระสุธารสชาต้วยกันที่อุทยาน เมื่อเฉียนหลงทรงทอดพระเนตรเห็นเบนจามินสวมใส่แว่นกันแดดก็ทรงรู้สึกแปลกพระทัยขึ้นมา เฉียนหลงทรงกลัดกลุ้มพระทัยด้วยเรื่องการอภิเษกของเอ่อคังและองค์หญิงไซหย่า ไม่รู้ว่าจะหาทางออกอย่างไรดี ทุกคนพากันทูลเสนอความคิดเห็นด้วยหวังว่าจะสามารถยกเลิกการอภิเษกไปได้ ทันใดนั้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ตามล่าองค์หญิงไซหย่ามาถึงอุทยาน ทั้งสองใช้แส้เข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด ขณะที่แส้ของทั้งสองพันกันนั่นเอง เอ่อไท่ก็กระโดดทะยานยังเบื้องหน้าองค์หญิงไซหย่า จากนั้นก็ชิงแส้ขององค์หญิงไซหย่าไป ทำให้องค์หญิงไซหย่าทรงเบนความสนใจสู่เอ่อไท่ เมื่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นคู่อริจากไป นางก็เข้าไปออดอ้อนเฉียนหลง เสี่ยวเยี่ยนจื่อพบเห็นเบนจามินสวมใส่แว่นตาแปลกประหลาดจึงยื่นมือไปกระชากแว่นตากันแดดของเบนจามินนางตกใจมาก เมื่อพบว่าดวงตาทั้งสองข้างของเบนจามิน บวมช้ำ

               หย่งฉี,เอ่อคัง,เบนจามินและพวกชุมนุมกันปรึกษาหารือวิเคราะห์ว่าคนชุดดำที่ช่วยพวกตนแหกคุกเป็นใครกันแน่ จื่อเวยปักใจเชื่อว่าจะต้องเป็นเซียวเจี้ยนอย่างแน่นอน เสี่ยวเยี่ยนกลับไม่คัดค้านโดยเห็นว่าเป็นไปไม่ได้

               องค์หญิงไซหย่าและเอ่อไท่ประลองกระบี่กันที่ทุ่งหญ้า เอ่อไท่กวัดแกว่งกระบี่รวดเร็วจนปรากฏลวดลายบนเสื้อผ้าขององค์หญิงไซหย่า ทำให้องค์หญิงเลื่อมใสเพลงกระบี่ของเอ่อไท่เป็นอันมาก ต่อมา ทั้งสองก็สองก็ขี่ม้ากลับไปด้วยกัน เอ่อไท่แสดงความสามารถบนหลังม้าให้เป็นที่ประจักษ์แก่องค์หญิงไซหย่า องค์หญิงไซหย่านึกสนุกจึงคิดกลั่นแกล้งเอ่อไท่ เอ่อไท่รู้ทันจึงนำองค์หญิงไซหย่าแขวนบนต้นไม้ ในเวลานี้เอง เอ่อไท่ถึงรู้ความจริงว่าองค์หญิงไซหย่ากลัวความสูง เอ่อไท่รู้สึกว่าองค์หญิงไซหย่าในสภาพนี้น่ารักมาก ต่อมา องค์หญิงไซหย่าก็ตกลงมาอ้อมอกของเอ่อไท่  องค์หญิงไซหย่าไม่สามารถสะกดความรู้สึกไว้ได้จึงจูบเอ่อไท่  เอ่อไท่รู้สึกราวกับว่ามีไฟฟ้าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย

               หลายวันต่อมา ฉีเค่อเอ่อหัวเราะร่วนทูลเฉียนหลงอย่างตรงไปตรงมาว่าองค์หญิงไซหย่าทรงมีจิตปฏิพัทธ์ต่อเอ่อไท่ เมื่อเฉียนหลงทรงสดับเช่นนั้นราวกับยกก้อนหินออกจากอกเลยทีเดียว จากนั้นพระองค์ก็ทรงโอนอ่อนผ่อนตามตามความประสงค์ขององค์หญิงไซหย่า ทางด้านไทเฮานั้นทรงมีเรื่องราวมากมายครุ่นคิด พระนางทรงคัดค้านไม่เห็นด้วยที่จะให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีแต่งงานกัน รวมถึงควรชะลอการสถาปนาจื่อเวยเป็นองค์หญิงหมิงจูออกไปก่อน   เหตุผลของไทเฮาทำให้เฉียนหลงจำต้องทรงยินยอมโดยตัดสินพระทัยว่าให้ผ่านพ้นงานอภิเษกขององค์หญิงไซหย่าไปก่อน จากนั้นค่อยปรึกษาหารือกันใหม่อีกครั้ง

               สามเดือนต่อมา เอ่อไท่เชื้อเชิญเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยเป็นเพื่อนเจ้าสาว ทุกคนปรึกษาหารือกันถึงเรื่องของขวัญที่สร้างความประทับใจให้แก่องค์หญิงไซหย่าและเอ่อไท่ หลายวันต่อมา องค์หญิงไซหย่าและเอ่อไท่จัดงานอภิเษกที่ทุ่งหญ้ากว้าง เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและฉิงเอ๋อพากันกั้นประตูขันหมากด้วยการตั้งคำถามท่แปลกประหลาดต่อเจ้าบ่าว เจ้าบ่าวรวมทั้งกลุ่มส่องครักษ์ร้องเพลงตอบ องค์หญิงไซหย่าซึ่งรอคอยอยู่ในกระโจมสุดที่จะทนต่อไปได้จึงวิ่งออกมาจากกระโจม เอ่อไท่และพวกเห็นเป็นโอกาสดีจึงใส่กุญแจมือองค์หญิงไซหย่า พร้อมทั้งตะโกนร้องออกมาว่าชิงตัวเจ้าสาว หย่งฉีและเอ่อคังพาองค์หญิงไซหย่าไป เอ่อไท่ชิงตัว   องค์หญิงไซหย่าขี่ม้าจากไป ทำให้การอภิเษกครึกครื้นเต็มไปด้วยสีสัน

               อีกด้านหนึ่งนั้น อาหลี่เหอจัวเดินทางเข้าเมืองหลวงเพื่อนำตัวหานเซียงทูลถวายเฉียนหลง  ไม่เอ่อตานชายคนรักของหานเซียงฉวยโอกาสระหว่างเดินทางชิงตัวหานเซียง ทั้งสองฝ่ายจึงปะทะกันอย่างดุเดือด ไม่เอ่อตานถูกดาบฟันจนเลือดไหลนอง ทำให้หานเซียงเจ็บปวดใจยิ่งนัก

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family
Mello.me
YouTube Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android