พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 18-22 ก.พ.2556

เปิดอ่านแล้ว 336 ครั้ง

เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 18-22 ก.พ.2556

18-22 ก.พ. 2556

 

ด้วยความที่หย่งฉีระแวงคลางแคลงใจเซียวเจี้ยนจึงทำให้คนทั้งสองผิดใจกันขึ้นมา เซียวเจี้ยนสุดที่จะทนต่อไปได้จึงตัดสินใจพาฉิงเอ๋อไปตามทางของตนเอง เอ่อคังและจื่อเวยเห็นเช่นนั้นจึงรั้งคนทั้งสองไว้ เบนจามินเสี่ยงอันตรายเดินทางมาถึงซื่อเหอย่วน ต่อมา ใต้เท้าหลี่ซึ่งอาศัยเบาะแสที่มีก็เดินทางมาถึงซื่อเหอย่วน หลังจากที่เบนจามินหาแส้คู่กายของเสี่ยวเยี่ยนจื่อพบแล้วก็หาที่ซ่อนตัว ทางด้านใต้เท้าหลี่พบเห็นยาจำนวนมาก รวมทั้งบทกลอนระบายความในใจของเอ่อคัง

               เซียวเจี้ยนพาฉิงเอ๋อขึ้นเขาด้วยอารมณ์ขุ่นมัว ฉิงเอ๋อปลอบใจเซียวเจี้ยนถึงแม้อกไหม้ไส้ขมก็ขอให้อดทนอดกลั้นเอาไว้เพื่อทุกคนเป็นสำคัญ

               ทุกคนผ่านพ้นมรสุมนานัปการ เซียวเจี้ยนพาทุกคนเข้าพักอาศัยที่บ้านสกุลเฮ่อ เมื่อหย่งฉีเห็นเซียวเจี้ยนแสดงภาวะผู้นำจัดการทุกอย่างได้เป็นอย่างดีก็ทำให้หย่งฉีรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจขึ้นมา

               ใต้เท้าหลี่นำยาและบทกลอนซึ่งเก็บได้จากซื่อเหอย่วนทูลถวายเฉียนหลง เฉียนหลงโทมนัสยิ่งนักเมื่อทรงรู้ความจริงว่าจื่อเวยตาบอด หย่งฉีได้รับบาดเจ็บ และเมื่อทรงทอดพระเนตรบทกลอนของเอ่อคังซึ่งระบายความอัดอั้นตันใจออกมาก็ยิ่งทำให้พระองค์ทรงสะเทือนพระทัย ในที่สุดเฉียนหลงก็ทรงพบความจริงว่ามีผู้ประสงค์ร้ายคิดกำจัดหย่งฉีและพวก เฉียนหลงทรงครุ่นคิดสักพักหนึ่ง ด้วยความที่ไม่มีทางเลือกพระองค์จึงทรงปฏิบัติตามคำแนะนำของพระสนมลิ่งด้วยการให้ฝูหลุนปกป้องคุ้มครองหย่งฉีและพวกอย่างลับๆ

               หลังจากที่เข้าพักที่บ้านสกุลเฮ่อแล้ว เซียวเจี้ยนก็ถ่ายทอดวิชาแส้ให้เสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างจริงจัง ความสนิทสนมของเซียวเจี้ยนและเสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับทำให้หย่งฉีเกิดความหึงหวง หย่งฉีสุดที่จะทนต่อไปได้จึงห้ามไม่ให้คนทั้งสองฝึกวรยุทธด้วยกันอีกต่อไป แต่นึกไม่ถึงว่าด้วยความที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ทันระวังทำให้แส้ฟาดไปถูกหน้าผากของหย่งฉี หย่งฉีโกรธมากจึงคว้าแส้ในมือเสี่ยวเยี่ยนจื่อโยนลงไปในกองไฟ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อรู้สึกผิดหวังและโกรธหย่งฉีเป็นอันมาก อีกด้านหนึ่งนั้น เบนจามินรีบหยิบแส้ซึ่งอยู่ในกองไฟขึ้นมาจนมือพอง ในเมื่อทุกคนขัดแย้งกันอย่างรุนแรงเช่นนี้ ในที่สุดเซียวเจี้ยนก็ตัดสินใจเปิดเผยความจริงซึ่งเก็บไว้ในใจนานนับสิบปีออกมาโดยเปิดเผยความลับเรื่องชาติกำเนิดของเสี่ยวเยี่ยนจื่อให้ทุกคนรู้ ทุกคนตกตะลึงเมื่อรู้ความจริงจากเซียวเจี้ยน

               เซียวเจี้ยนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีตอย่างละเอียดโดยเล่าว่าเนื่องจากครอบครัวประสบกับภัยพิบัติจึงทำให้ตนและเสี่ยวเยี่ยนจื่อสองพี่น้องพลัดพรากจากกัน เสี่ยวเยี่ยนจื่อแทบไม่เชื่อว่าเป็นความจริงไปได้ และเมื่อรู้ว่าพ่อแม่ตายอย่างอนาถก็ยิ่งเจ็บปวดทุกข์ระทมเป็นอันมาก ในที่สุดเอ่อคังและพวกก็คลายความสงสัยเรื่องฐานะที่แท้จริงของเซียวเจี้ยนซึ่งเป็นปริศนาที่ทุกคนต้องการคำตอบ หย่งฉีขอขมาเซียวเจี้ยนที่แล้วมาเข้าใจเซียวเจี้ยนผิดไป ทางด้านเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั้นนำตาคลอเมื่อมีคนรักนางเพิ่มขึ้นอีกคน

               เฉียนหลงทรงต้องการพิสูจน์ความจริงบางอย่าง พระองค์จึงทรงนำตายายของจื่อเวยไปเข้าเฝ้าไทเฮา แม่นมหยงและผู่กงกงหน้าถอดสีเมื่อพบเห็นตายายของจื่อเวย ในที่สุดตายายของจื่อเวยก็ยืนยันชาติกำเนิดที่แท้จริงของจื่อเวยต่อพระพักตร์ไทเฮา หลังจากที่ไทเฮาทรงรู้ความจริงแล้วก็ทรงละอายพระทัยยิ่งนัก เฉียนหลงทรงมีรับสั่งให้นำตัวผูกงกงไปคุมขังเพื่อรอรับการไต่สวน ทั้งที่หย่งจีซึ่งอายุเยาว์ยืนยันพฤติกรรมของฮองเฮา กระนั้นฮองเฮาก็ยังทรงปฏิเสธว่าไม่ได้ตามล่าหมายเอาชีวิตหย่งฉีและพวก แต่พฤติการณ์มากมายทำให้เฉียนหลงยากที่จะเชื่อถือคำพูดของฮองเฮา

 

               ไทเฮาทรงถ่องแท้ถึงความเหี้ยมโหดของฮองเฮา ทำให้พระนางทรงทุกข์ระทมสภาพที่หย่งฉี,จื่อเวยและพวกได้รับ ในที่สุดไทเฮาก็ทรงได้พระสติขึ้นมาสูญสิ้นความเชื่อถือและเวทนาต่อฮองเฮา ฮองเฮาทรงนิ่งอึ้งที่สูญสิ้นความเชื่อถือจากไทเฮา

               เซียวเจี้ยนพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อขึ้นเขาเพื่อเล่าเรื่องราวทั้งหมดของบ้านสกุลเซียวให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อฟังอย่างละเอียด เสี่ยวเยี่ยนจื่อลูบคลำขลุ่ยและกระบี่ของเซียวเจี้ยนอย่างทนุถนอมเมื่อรู้ว่าสิ่งของทั้งสองสิ่งนี้เป็นสมบัติล้ำค่าที่พ่อทิ้งไว้ให้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อตะโกนร้องด้วยความภาคภูมิใจเมื่อรู้ว่าพ่อของนางเป็นจอมยุทธคุณธรรม

               ด้วยความที่เบนจามินมีความคิดที่จะแบ่งเบาภาระซ้อเฮ่อ เบนจามินจึงใช้เชือกผูกฝูงห่านไว้ด้วยกัน ด้านหนึ่งก็สีไวโอลินไปพลาง ด้านหนึ่งก็ต้อนฝูงห่านกลับเข้าเล้า เอ่อคังและพวกพากันเฉลิมฉลองให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อที่ได้พบกับพี่ชาย ทุกคนเฉลิมฉลองด้วยกันอย่างมีความสุขเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงดนตรีของเบนจามิน

               ฉิงเอ๋อไม่พอใจเซียวเจี้ยนที่ปกปิดฐานะที่แท้จริงของตนไว้เป็นเวลานานทำให้นางต้องหึงหวงเสี่ยวเยี่ยนจื่อ เมื่อเซียวเจี้ยนรับรู้ความในใจของฉิงเอ๋อแล้วก็รู้สึกปลาบปลื้มใจที่ฉิงเอ๋อมีใจให้ตน แต่เมื่อฉิงเอ๋อถามถึงฆาตกรที่ทำให้เซียวเจี้ยนต้องบ้านแตกสาแหรกขาดขึ้นมาก็ทำให้เซียวเจี้ยนมีสีหน้าที่เคร่งเครียดทันที  เรื่องนี้ทำให้เซียวเจี้ยนเกิดความรู้สึกไม่สบายใจเพราะเกี่ยวพันกับความสุขชั่วชีวิตของเอ่อคังและจื่อเวย

               นับตั้งแต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อมีเซียวเจี้ยนเป็นพี่ชาย เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็เลี้ยงสัตว์ตามที่ได้รับมอบหมายจากเซียวเจี้ยนอย่างมีความสุขโดยตะโกนร้องพูดคุยกับแพะและไก่ว่านางมีพี่ชายแล้ว นางมีชื่อมีแซ่เหมือนทุกคน ขณะที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อหยอกเย้ากับหย่งฉีอย่างมีความสุข เมื่อนางเหลือบไปเห็นเบนจามิน นางก็โผเข้ากอดเบนจามินโดยไม่แยกแยะว่าเป็นชายหญิง มีความสุขยากที่จะพรรณนาออกมาได้

               จากการปรึกษาหารือของเซียวเจี้ยน,เอ่อคังและพวก ในที่สุดทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันที่จะเปิดร้านขายบะหมี่เพื่อยังชีพที่หนันหยาง รุ่งเช้าของวันเปิดกิจการ เสี่ยวเยี่ยนจื่อตีเกราะเคาะไม้ด้วยความตื่นเต้นปลุกทุกคนลุกขึ้นจากเตียง เบนจามินเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อและหย่งฉีคลอเคลียกันจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องไป

               ร้านขายบะหมี่เปิดกิจการอย่างครึกครื้น เสี่ยวเยี่ยนจื่อทำการแสดงอยู่หน้าร้านเพื่อเรียกลูกค้า ทันใดนั้น หลิ่วชิง,หลิ่วหงและจินสั่วก็ปรากฏตัวขึ้นตะโกนร้องสั่งอาหาร เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,จื่อเวยและฉิงเอ๋อดีใจมากที่พบเห็นหลิ่วชิงและพวกปลอดภัย ทุกคนโผเข้ากอดกันด้วยความดีใจที่ได้พบกันอีกครั้ง ตกดึก ทุกคนพูดคุยกันถึงรู้ความจริงว่าหลิ่วชิงและจินสั่วรักกัน เบนจามินสีไวโอลินด้วยความอ้างว้างเดียวดายอยู่ในสวนดอกไม้    เสี่ยวเยี่ยนจื่อผ่านมาพบเห็นเข้าจึงเกิดความสงสารและเห็นใจเบนจามินขึ้นมา....

 

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อเห็นเบนจามินอ้างว้างเดียวดาย อีกทั้งได้ยินทั้งจื่อเวยและฉิงเอ๋อตำหนิตนเองว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้เบนจามินมีสภาพเช่นนี้ ด้วยความที่รู้สึกผิด เสี่ยวเยี่ยนจื่อจึงตัดสินใจเป็นแม่สื่อให้เบนจามินและหลิ่วหงรักกัน รุ่งเช้า เสี่ยวเยี่ยนจื่อนัดหมายเบนจามินและหลิ่วหงไปพบกันบนเขา หลังจากที่เบนจามินและหลิ่วหงรู้ว่าถูกเสี่ยวเยี่ยนจื่อหลอก ทั้งสองก็โกรธมากไม่สนใจว่าเสี่ยวเยี่ยนจื่อจะขอขมาอย่างไรก็ตาม

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อไม่ละความพยายามที่จะเป็นแม่สื่อให้เบนจามินและหลิ่วหง นางฉกฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์เพื่อให้    เบนจามินและหลิ่วหงอยู่ด้วยกันตามลำพัง หย่งฉีขอให้เสี่ยวเยี่ยนจื่อเลิกทำตัวเป็นแม่สื่อเสียที แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อกลับทำเป็นหูทวน   ลม บ้างก็จัดการให้เบนจามินและหลิ่วหงกินข้าวด้วยกัน บ้างก็ให้ทั้งสองช่วยกันล้างจาน สร้างความโกลาหลไปทั่ว

               แม้ว่าเบนจามินและหลิ่วหงจะไม่นำพาต่อความหวังดีของเสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ตาม แต่เสี่ยวเยี่ยนจื่อก็ยังไม่สิ้นหวัง นางนำกระถางดอกไม้ในสวนดอกไม้ของบ้านสกุลเฮ่อไปจัดวางอย่างสวยงามในห้อง จากนั้นก็หลอกเบนจามินและหลิ่วหงเข้าไปห้องแล้วลงกลอนเพื่อให้คนทั้งสองอยู่ด้วยกันตามลำพัง แต่นึกไม่ถึงว่าการทำเช่นนี้นั้นกลับสร้างความไม่พอใจให้เบนจามินและหลิ่วหงเป็นอันมาก เบนจามินและหลิ่วหงพยายามดึงดันที่จะออกจากห้องให้ได้ แต่ประตูและหน้าต่างก็ถูกลงกลอนทำให้ออกจากห้องไม่ได้ หลังจากที่เบนจามินและหลิ่วหงหาทางออกจากห้องได้แล้ว หลิ่วหงซึ่งเดือดดาลเป็นฟืนเป็นไฟนั้นเดิมทีจะตบตีสั่งสอนเสี่ยวเยี่ยนจื่อ แต่เมื่อเห็นเสี่ยวเยี่ยนจื่อวิงวอนขอร้องขอให้ยกโทษให้นาง หลิ่วหงจึงจากไปอย่างไม่สบอารมณ์

               เบนจามินโกรธมากจึงพาเสี่ยวเยี่ยนจื่อไปที่บ่อน้ำ จากนั้นเบนจามินก็ตักน้ำในบ่อน้ำสาดไปที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อเพื่อเตือน     สตินาง เบนจามินระบายความรู้สึกต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าการที่เสี่ยวเยี่ยนจื่อทำกับตนเช่นนี้นั้นเป็นการทำร้ายจิตใจตนอย่างรุนแรง     ที่แล้วมาตนเก็บซ่อนความรักที่มีต่อเสี่ยวเยี่ยนจื่อไว้ในใจ แม้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ขอเพียงได้อยู่ข้างกายปกป้องคุ้มครองนางก็พึงพอใจแล้ว นึกไม่ถึงว่าความปรารถนาของตนกลับถูกทำลายลง เบนจามินรู้สึกผิดหวังมากจึงแสดงความจำนงที่จะไปจากทุกคน         เสี่ยวเยี่ยนจื่อสำนึกผิดจึงร้องไห้รั้งเบนจามินไว้

               เสี่ยวเยี่ยนจื่อในสภาพที่น่าเวทนาไปขอความช่วยเหลือจากหย่งฉี หย่งฉีปลอบใจเสี่ยวเยี่ยนจื่อ ทั้งยังต้มน้ำขิงเพื่อขับไล่ความหนาวเย็นให้นางอีกด้วย หลังจากที่หย่งฉีรับรู้เรื่องราวจากเสี่ยวเยี่ยนจื่ออย่างละเอียดแล้วถึงเข้าใจว่าเบนจามินโกรธเป็นฟืนเป็นไฟด้วยสาเหตุใด ที่แท้มีสาเหตุมาจากเสี่ยวเยี่ยนจื่อนั่นเอง

               เสี่ยวเยี่ยนจื่องอนง้อขอโทษหลิ่วหงนับครั้งไม่ถ้วน แต่ก็ยังไม่ได้รับการให้อภัยจากหลิ่วหง หลิ่วหงก้มหน้าก้มตาทำงานในร้านขายบะหมี่โดยไม่แยแสเสี่ยวเยี่ยนจื่อแม้แต่น้อย หลิ่วหงบอกเสี่ยวเยี่ยนจื่อว่าหญิงแกร่งไม่มีวันพึ่งพิงผู้ชายเด็ดขาด คำพูดของหลิ่วหงสร้างความตกตะลึงให้ลูกค้าผู้ชายเป็นอันมาก มีเพียงลูกค้าคนหนึ่งซึ่งหนวดเฟิ้มกลับหัวเราะร่าออกมา เมื่อลูกค้าคนนี้หันหลังกลับมา เอ่อคังและพวกร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า....เกาเลี่ยง

 

               ที่แท้ชายหนวดเฟิ้มที่หัวเราะร่านั้นก็คือเกาหมิงน้องชายฝาแฝดเกาเลี่ยงนั่นเองการปรากฏตัวของเกาหมิงสร้างความประหลาดใจให้ทุกคนเป็นอันมาก  เกาหมิงแสดงความสนอกสนใจหลิ่วหงเป็นพิเศษ   เกาหมิงสัพยอกหลิ่วหง  ทั้งสองพูดจาตอบโต้รู้เท่าทันกัน   แต่สิ่งที่น่าแปลกคือความรู้สึกที่ทั้งสองมีต่อกันนั้นราวกับว่ามีใจให้กันเช่นนั้น

               เอ่อคัง,จื่อเวยและพวกเปิดร้านบะหมี่ยังชีพอย่างสงบสุข เสี่ยวเยี่ยนจื่อ,หย่งฉีและเซียวเจี้ยนเปิดการแสดงแส้เพื่อเรียกลูกค้า ขณะที่หย่งฉีกำลังเก็บเงินจากผู้ชมการแสดงอย่างมีความสุขนั่นเอง ทันใดนั้น หย่งฉีก็เหลือบไปเห็นชายคนหนึ่งซึ่งคุ้นหน้ามาก เมื่อตั้งสติได้หย่งฉีก็ตะโกนร้องว่าทหารตามมาแล้ว หนีเร็ว เซียวเจี้ยนและพวกได้ยินเช่นนั้นจึงพากันหลบหนีหัวซุกกหัวซุน เมื่อทุกคนพบเห็นฝูหลุน ทุกคนถึงกับหน้าถอดสีเลยทีเดียว

               เอ่อคังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองที่เห็นฝูหลุนปรากฏตัวที่หนันหยาง และแทบไม่เชื่อหูตนเองเมื่อได้ยินว่าทุกคนได้รับอภัยโทษจากเฉียนหลง ตลอดจนไม่มีการตามล่าหมายเอาชีวิตทุกคนอีกต่อไป ฝูหลุนเกลี้ยกล่อมเอ่อคังและพวกคลายความหวาดระแวงต่อเฉียนหลง และเมื่อรับฟังเรื่องราวต่างๆในวังหลวง หย่งฉีและเอ่อคังก็สันนิษฐานว่าจะต้องมีผู้หนึ่งผู้ใดออกคำสั่งลับให้ตามล่าหมายเอาชีวิตพวกตน หลังจากที่ทุกคนคลายความหวาดระแวงที่มีต่อเฉียนหลงไปได้ เฉียนหลงก็ยังคงเป็นที่เลื่อมใสของทุกคนดังเดิม

               เฉียนหลงทรงวิตกกังวลในความปลอดภัยของหย่งฉีและพวกเป็นอันมาก และเมื่อพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นสิ่งของก็ยิ่งทำให้พระองค์ทรงคิดถึงคน พระสนมลิ่งนำภาพเหมือนของเสี่ยวเยี่ยนจื่อและจื่อเวยที่ซ่อมแซมอย่างดีแล้วทูลถวายเฉียนหลง เฉียนหลงทรงจับจ้องไปที่ภาพเหมือนด้วยหวังว่าพวกนางจะกลับวังหลวงโดยเร็ว

               เอ่อคังและพวกยืนกรานต่อฝูหลุนว่าพวกตนไม่ประสงค์ที่จะกลับวังหลวงอีกต่อไป คำตอบของทุกคนทำให้ฝูหลุนวางตัวลำบากไม่รู้จะนำความไปทูลเฉียนหลงอย่างไรดี และแล้วเรื่องที่เอ่อคังและพวกไม่มีความประสงค์ที่จะกลับวังหลวงต่อไปก็แพร่สะพัดไปถึงวังหลวง ไทเฮาทรงร้อนพระทัยจึงทรงเสนอให้เฉียนหลงทรงมีพระราชโองการเรียกทุกคนกลับวังหลวง เฉียนหลงทูลแย้งว่าเรื่องนี้สุดวิสัยไม่สามารถพึ่งราชโองการได้ พระชายาหลุนและซินหยงต่างรู้สึกผิดหวังยิ่งนัก

               ฝูหลุนอยู่ในหนันหยางเป็นเวลานาน ทำให้เซียวเจี้ยนรู้สึกอึดอัดด้วยวิตกกังวลว่าการตัดสินใจอย่างแน่วแน่ของเอ่อคัง,หย่งฉีและพวกจะหวั่นไหวไปตามฝูหลุน ต่อมา จินสั่วก็เข้ามาบอกทุกคนว่ามีคนประสงค์เหมาร้านบะหมี่ ทุกคนดีใจมากจึงพากันตระเตรียมการเพื่อการค้าใหญ่ครั้งนี้ เสี่ยวเยี่ยนจื่อเสนอให้ทุกคนสวมหน้ากากแต่งตัวเป็นตุ๊กตาหัวโตเพื่อต้อนรับลูกค้าสำคัญ ตกดึก ทุกคนนำหน้ากากออกมาสวมร้องรำทำเพลงกันอย่างมีความสุขโดยหารู้ไม่ว่าลูกค้าสำคัญที่ว่านี้ก็คือเฉียนหลงซึ่งเสด็จประพาสหนันหยางนั่นเอง เฉียนหลงซึ่งทรงประทับอยู่ในเกี้ยวที่ประทับทรงทอดถอนพระทัยเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นหย่งฉี,เสี่ยวเยี่ยนจื่อและพวกวางฐานะสูงศักดิ์ลงเพื่อทำการแสดงเลี้ยงชีพ

               การปรากฏตัวของเฉียนหลงสร้างความตกตะลึงให้ทุกคนเป็นอันมาก ความรู้สึกมากมายบังเกิดขึ้นในจิตใจของทุกคน ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเปี่ยมด้วยพระเมตตาของเฉียนหลง ทำให้ทุกคนถึงกับหลั่งน้ำตาออกมาเลยทีเดียว มีเพียงเซียวเจี้ยนที่วิ่งออกไปหลังร้านด้วยความเคียดแค้น เซียวเจี้ยนกระหน่ำชกต้นไม้ระบายความเคียดแค้น ฉิงเอ๋อตามมาปลอบใจเซียวเจี้ยนให้คลายความเคียดแค้น



เรื่องย่อซีรีส์ องค์หญิงกำมะลอ ป่วนกำลัง 3 อื่นๆ

เรื่องย่อซีรีส์ทั้งหมด

เรื่องย่อซีรีส์น่าสนใจอื่นๆ

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android