ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

ตอนที่ 3:จากเมืองเวสาลี สู่เมืองราชคฤห์

เปิดอ่านแล้ว 81 ครั้ง

          เมืองเวสาลี เป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป ที่มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรม หรือ คณาธิปไตย หรืออาจจะเรียกว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่งก็ได้ หลังพระพุทธเจ้าปรินิพานแล้ว เมืองเวสาลีได้ตกอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธโดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งราชคฤห์ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่า สาเหตุการเสียเมืองแก่แคว้นมคธ  มาจากการแตกความสามัคคีของกษัตริย์แห่งวัชชี อันมาจากการยุยงของวัสสการพราหมณ์ที่พระเจ้าอชาตศัตรูส่งมาเป็นใส้ศึกนั่นเอง ในที่สุดแคว้นวัชชีจึงถึงความล่มสลาย 

            ในเมืองแคว้นวัชชี มีเมืองหลวงชื่อว่าไพศาลี หรือ เวสาลี สาเหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังเมืองเวสาลีนั้น ในพระธรรมบทเล่าว่า"เกิดโรคห่าขึ้นในเมืองเวสาลี"ส่งผลให้มีคนตายมีซากศพทับถมกันทั้งในเมือง นอกเมือง และในแม่น้ำลำคลอง บังเอิญช่วงนั้น เจ้าลิจฉวีนามว่า มหาลิ ซึ่งเป็นสหายของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ข่าวว่า พระโคดมพุทธเจ้า ทรงมีฤทธิ์เหนือใคร  เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับอาราธนาแล้ว ก็เสด็จพร้อมด้วยพระอานนท์ โดยเสด็จไปทางเรือ จากท่าเรือเมืองราชคฤห์ไปถึงท่าเรือเมืองเวสาาลี เมื่อเสด็จไปถึงหน้าประตูเมืองเท่านั้น ก็เกิดปาฏิหาริย์ คือ ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมา พัดพาเอาซากศพและสิ่งปฏิกูลทั้งปวงไหลลงแม่น้ำคงคาไปสิ้น จากนั้น พระพุทธองค์ทรงรับสั่งให้พระอานนท์ทำน้ำพระพุทธมนต์ ด้วยบทว่า"ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ฯลฯ"พระพุทธองค์ทรงนั่งบริกรรมอยู่ที่หน้าเมืองอยู่จนสว่าง ส่วนพระอานนท์ก็ประพรมน้ำพระพุทธมนต์อยู่จนรุ่งสางเช่นกัน ครั้นวันใหม่ เมืองเวสาลีได้กลับเข้าสู่สภาพเดิม ประชาชนกลับมามีชีวิตเป็นปรกติสุขอีกครั้ง หลังจากล้มตายกันไปหลายหมื่น

              วัดแห่งแรกในแคว้นวัชชี เมืองเวสาลี  คือ“กูฏาคารศาลา”  แปลว่า ศาลาเรือนยอด จากการที่ รัฐสภาวัชชีจึงมีมติ มอบถวาย"กูฏาคารศาลา"ในป่ามหาวัน  อันเป็นที่ประพาสของเจ้าลิจฉวีทั้งหลาย ให้เป็นวัดในบวรพระพุทธศาสนา และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับที่กูฏาคารศาลาหลายครั้ง จึงมีพระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองเวสาลี ณ กูฏาคารศาลาแห่งนี้ พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระแม่น้าของพระบรมศาสดา ทรงเสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ มาทูลขอบรรพชาเป็นพระภิกษุณี และได้รับพระบรมพุทธานุญาต ณ ที่แห่งนี้ เช่นกัน  กูฏาคารศาลาจึงเป็นสถานที่กำเนิดของพระภิกษุณีเป็นครั้งแรกในโลก     

           กาลล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าอโศก(พ.ศ.300) ได้มีการจัดสร้างพระสถูปขึ้นมา ในบริเวณกูฏาคารศาลา พร้อมทั้งตั้งเสาอโศก อันหมายถึง เสาที่อยู่รอดปลอดภัยทั้งจากภัยธรรมชาติและการทำลายของศัตรูต่างศาสนา ได้รับการยอมรับว่า เป็นเสาอโศกสวยและสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาเสาทั้งปวงด้วย
นับเป็นโชคดีของครอบครัวธรรมะ ที่ได้มีโอกาสอาราธนานิมนต์ พระครูปริยัติโพธิวิเทศ(ดร.พระคมสรณ์)พระธรรมวิทยากรไมค์ทองมารับรอง นำพาคณะเยือนเวสาลีจนถึงราชคฤห์ ทำได้รับข้อคิดมุมมองอินเดียและสาระธรรมมากมาย สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม

            คณะเดินทางมาถึงนาลันทา เมืองหนึ่งในแคว้นมคธ ห่างจากนครราชคฤห์ประมาณ 1 โยชน์(ประมาณ 16 กิโลเมตร)ในพุทธประวัติกล่าวว่า พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวก ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เกิดที่เมืองนาลันทา   สถานที่สำคัญของนาลันทาคือ มหาวิทยาลัยนาลันทา  ซากอดีตแห่งความรุ่งเรืองที่สุดในโลก ของการศึกษาทางพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของพุทธศาสนา มีพระภิกษุนับหมื่นมาศึกษายังที่แห่งนี้     แม้แต่พระถังซำจั๋ง(ไซอิ้ว) ยังเดินทางมาพำนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาถึง 14 พรรษา   มหาวิทยาลัยนาลันทาถูกขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ.2404   โดยท่านเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิงแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ซึ่งไม่มีใครเลยในขณะนั้นรู้ว่ามีอดีตมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฝังตัวอยู่ในนาลันทามาถึง 700 ปี   ซากอาคารที่ขุดค้นพบมีลักษณะเป็นที่พำนักสงฆ์ มีห้องพักพระนักศึกษา และของพระอาจารย์ ภายในห้องโถงยกระดับพื้นเป็นเวทีให้พระอาจารย์บรรยายธรรม และมีสถูปเจดีย์ มากมาย รวมถึง พระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏให้เห็นอยู่ ใน พื้นที่ของนาลันทากินบริเวณกว้างถึงกว่า 16 ตารางกิโลเมตร

          คณะเดินออกจากประตูเข้าออกเล็ก ๆ ของมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางไปสักการะพระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธองค์ดำ นาลันทา เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ปางมารวิชัย ศิลปะปาละแกะสลักด้วยหินดำที่มีความสมบูรณ์ที่สุด มีอายุกว่า 1,000 ปี ตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาวิทยาลัยนาลันทา  สร้างในสมัยพระเจ้าเทวาปาล ระหว่าง พ.ศ.1353-  1393  โดยท่านธรรมปาล(ตามบันทึกของราม ปิล่า สิงห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยงานท่องเที่ยวอินเดีย)ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เหลืออยู่องค์เดียวในบริเวณมหาวิทยาลัยนาลันทานี้รอบเมืองราชคฤห์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ ในพุทธกาลนั้น จะมีเบญจคีรีทิวเขา 5 ลูกอยู่รายล้อม ได้แก่ อิสิคีรี บัณฑวะ คิชฌกูฎ เวภาระ และ เวปลละ     พระธรรมวิทยากรได้พาคณะไปที่เขาคิชกูฎ เป็นภูเขาลาดเอียงเดินขึ้นลงได้ไม่ลำบาก  เพื่อที่จะได้นมัสการและทำสมาธิ  ณ.กุ กุฎิบนยอดเขาพองพระพุทธเจ้า,กุฏิพระอานนท์,ถ้ำพระโมคคัลลานะ ,ถ้ำสุกรชาตาที่พระสารีบุตรบรรลุพระอรหันต์  และสถานที่ที่พระเทวฑัตกลิ้งก้อนหินใส่พระองค์  โดยการงัดก้อนหินใหญ่ลงมาเพื่อหวังปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่กุฎิวิหารบนยอดเขานี้ แต่ก็ไม่สามารถทำร้ายพระองค์ได้เป็นแต่เพียงสะเก็ดหินกระเด็นไปกระทบฝ่าพระบาทจนห้อพระโลหิต    เมื่อลงมาจากเขาคิชกูฎแล้ว ได้เดินทางไปยังวัดเวฬุวันมหาวิหาร เวฬุวัน แปลว่า สวนไผ่ เดิมวัดแห่งนี้เป็นพระราชอุยานของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ตั้งอยู่นอกเมืองราชคฤห์ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วเสด็จไปยังเมืองราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยข้าราชบริพารเข้าไปเฝ้า หลังจากทรงสดับธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวายสวนเวฬุวันเป็นพุทธบูชา  ด้วยเห็นเป็นที่ร่มรื่นเหมาะแก่การบำเพ็ญธรรมของพระสงฆ์ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าๆได้แสดงโอวาทปาฏาติโมกข์แก่พระสงฆ์สาวก 1,250 รูป ในวันเพ็ญเดือน 3 มาฆบูชา ซึ่งต่อมา ถือกันว่า วัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
โปรดติดตาม ตอน 4 >

Channel3 Apps

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android