พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

เรื่องเล่าแดนพุทธภูมิ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ตอนที่ 2 เยือนเมืองสารนาถ สถานที่ประกาศพุทธศาสนา และชมวิถีชีวิตยามราตรีริมฝั่งคงคา ณ พาราณสี

เปิดอ่านแล้ว 24 ครั้ง

       วันจันทร์ที่ 2 ธันวาคม 2556 หลังจากที่ได้ร่วมงานอุปสมบทพระสงฆ์ไทยที่พุทธคยาแล้ว พวกเราเดินทางต่อไปยังธรรมเมกขสถูป เมืองสารนาถเมื่อกล่าวถึงสารนาถ นับว่าเป็นพุทธสังเวชนียสถานแห่งที่ 3 ใน 4 แห่ง เหตุที่ได้ชื่อว่าสารนาถ มาจากการเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนา ซึ่งมีความหมายว่า“ที่อยู่ของสัตว์จำพวกกวาง หรือ ป่าอันยกให้แก่หมู่กวาง”ภายในอาณาบริเวณของสารนาถ มีธรรมเมกขสถูป พุทธสถานขนาดใหญ่ที่สุด เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาหรือเทศน์ครั้งแรก“ธัมมจักกัปปวัตนสูตร”มีแนวทางในการปฏิบัติเพื่อบรรลุถึงอริยสัจทั้ง 4 คืออริยมรรคมีองค์ 8 โดยเริ่มจากทำความเห็นให้ถูกทางสายกลางก่อน เพื่อดำเนินตามขั้นตอนการปฏิบัติรู้เพื่อละทุกข์ทั้งปวง เพื่อความดับทุกข์ อันได้แก่นิพพานซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพระพุทธศาสนา“ธัมมจักกัปปวัตนสูตร”เป็นพระสูตรแรกที่ทรงโปรดปัญจวัคคีย์ คือ ท่านโกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหามานะและอัสสชิ เมื่อทรงแสดงธรรมจบลง พราหมณ์โกณฑัญญะ เกิดความเลื่อมใสในพระธรรม ได้เกิดดวงตาเห็นธรรมหรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคลระดับโสดาบัน ท่านจึงขออุปสมบทด้วยวิธีเอหิภิกขุอุปสัมปทา ถือว่าเป็นภิกษุรูปแรกและปฐมสาวกในพระพุทธศาสนา ซึ่งตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8คือวันอาสาฬหปุรณมีดิถี ทำให้วันนี้มีพระรัตนตรัยครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกของโลกคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ด้วยเหตุนี้จึงเรียกวันนี้ว่า“วันพระธรรมจักร”คือวันที่ล้อแห่งพระธรรมของพระพุทธเจ้าหมุนเป็นครั้งแรกภายในอาณาบริเวณของป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองสารนาถ ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองพาราณสี รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน

ภายในอุทยานประวัติศาสตร์หรือป่าอิสิปตนมฤคทายวันแห่งนี้ นอกจากจะเป็นที่ตั้งของธรรมเมกขสถูปแล้ว ยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ที่ควรค่าแก่การเยี่ยมชมของพุทธศาสนิกชน เช่น พระมูลคันธกุฎี เชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงประทับจำพรรษาแรก ซึ่งคำว่า“มูล”แปลว่า เดิมหรือแรก นั่นเอง ใกล้กับพระมูลคันธกุฎี มีเสาอโศกหรือเสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช เดิมสูง 50 ฟุตหรือประมาณ 15.25 เมตร บนยอดเสาหินมีหัวสิงห์ 4 ตัวหันหลังชนกัน หันหน้าไปทั้ง 4 ทิศ แบกวงล้อธรรมจักร อันหมายถึงการประกาศพระธรรมไปทั่ว 4 ทิศ ประดุจการบันลือสีหนาทของสีหราช ขณะนี้หัวสิงห์เก็บรักษาไว้ ณ พิพิธภัณฑ์สารนาถ ถือเป็นโบราณวัตถุที่สำคัญที่สุดของอินเดีย ปัจจุบันอินเดียใช้หัวสิงห์นี้เป็นตราราชการประจำแผ่นดินอินเดีย ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ และปรากฏอยู่ธนบัตรและธงชาติอินเดียเช่นกัน     

พระอาจารย์บุญทิ้ง พระธรรมวิทยากรได้นำชมสถานที่ภายในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ แวะกราบสักการะและสวดมนต์ที่พระมูลคันธกุฎีของพระพุทธองค์ ก่อนจะนำคณะสวดมนต์และเวียนปทักษิณาวัตร ณ ธรรมเมกขสถูป

นอกจากอุทยานประวัติศาสตร์หรือป่าอิสิปตนมฤคทายวันจะเป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนาของเมืองสารนาถแล้ว พวกเรายังแวะเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สารนาถ ซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามวัดไทยสารนาถ ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาหัวสิงห์ของเสาหินพระเจ้าอโศกที่อยู่ในป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ตามที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ไฮไลต์หนึ่งภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ นอกจากหัวสิงห์ที่ขัดมันเงาแล้ว ยังเก็บรักษาพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาที่ขึ้นชื่อว่ามีความงดงาม เป็นพุทธศิลป์สมัยคุปตะ อันเป็นยุคทองของอินเดีย แกะมาจากหินทรายแดงออกสีน้ำตาลอ่อน ประทับนั่งขัดสมาธิเพชร ยกพระหัตถ์ทั้งสองขึ้นอยู่ในท่าแสดงธรรม นิ้วมือซ้ายทำเป็นวงจีบเข้าหาตัว ทอดพระเนตรลงต่ำ มีจุดที่เด่นคือ จีวรไม่มีริ้ว บางแนบสนิทกับพระองค์ และคลุมพระอังสา(ไหล่)ทั้งสองข้าง น่าเสียดายที่พระพุทธรูปองค์นี้ถูกทำลายพระนาสิก ปลายพระกรรณขวา นิ้วพระหัตถ์ และนิ้วพระบาทขวา

ระหว่างทางไปเมืองพาราณสี ก่อนถึงอุทยานประวัติศาสตร์เพียงกิโลเมตรเดียว เป็นสถานที่ตั้งของเจาคันธีสถูป กล่าวกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงพบปัญจวัคคีย์ทั้งห้าภายหลังทรงตรัสรู้ ก่อนจะทรงแสดงปฐมเทศนา ณ ธรรมเมกขสถูปลักษณะของเจาคันธีสถูป เป็นสถูปทรง 8 เหลี่ยม ตั้งอยู่บนเนินดินสูง เดินขึ้นไปชมถึงยอดได้ และสามารถมองเห็นธรรมเมกขสถูปที่อยู่ไม่ไกลนัก ตามพุทธประวัติ พระพุทธองค์ทรงจาริกจากพุทธคยา สถานที่ตรัสรู้ มาถึงเมืองสารนาถ เป็นเวลา 2 เดือน

ในช่วงค่ำของวัน พระธรรมวิทยากรได้นำพวกเราเดินทางไปล่องเรือ ณ แม่น้ำคงคา เมืองพาราณสี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้นกาสี(Kingdom of Kashi)ในสมัยพุทธกาล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย มีแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ไหลผ่าน มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 4,000 ปี ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิที่ไหลมาจากมวยผมของพระศิวะเจ้า โดยเรือที่พวกเรานั่งล่องตามแม่น้ำคงคาไปจนถึงท่าน้ำทศาศวเมธ ซึ่งทุกคืนจะจัดพิธีบูชาไฟ มหาศิวะราตรี และมีการจัดพิธีอย่างยิ่งใหญ่เรียกกันว่า มหาอารตี เพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งปวง หลังจากพิธีบูชาไฟเสร็จสิ้น พวกเราได้ล่องเรือต่อมายังท่ามณีกรรณิการ์ฆาตหรือท่าตุ้มหูพระศิวะ มีเรื่องเล่าว่า เป็นท่าน้ำที่พระศิวะลงสรงน้ำ เมื่อทรงสรงน้ำเสร็จขึ้นมา ปรากฏว่าตุ้มหูของพระองค์หล่นหาย ณ ที่ท่าแห่งนี้ ท่าน้ำนี้เป็นสถานที่ที่มีการเผาศพอยู่ตลอดเวลา จนเรียกขานกันว่า เป็นสถานที่ที่ควันไฟจากการเผาศพไม่เคยเลือนหายมานานกว่า 4,000 ปี เชื่อกันว่าท่าน้ำแห่งนี้มีความสำคัญและศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในบรรดาท่าน้ำทั้งหมดที่ตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำคงคา ชาวฮินดูเชื่อว่าหากนำศพมาเผาและเอากระดูกเถ้าถ่านโปรยลงไปในแม่น้ำคงคา ผู้ตายจะได้ไปสู่สวรรค์ทันที บริเวณท่ามณีกรรณิการ์ฆาต จะพบเห็น“โรงแรมแห่งความตาย”ตั้งอยู่รายรอบ เป็นโรงแรมห้องเล็กๆ สำหรับผู้ที่รอความตายมาพัก เพื่อจะได้เผาศพภายใน 24 ชั่วโมงหรือเร็วที่สุด ชาวฮินดูเชื่อว่าความตายเป็นการทิ้งสังขารเก่าที่ผุผัง ไปเกิดใหม่ตามแต่บุญกรรมของดวงวิญญาณนั้น เป็นที่สังเกตว่าจะมีกองฟืนเรียงรายตามริมฝั่งบริเวณท่าน้ำแห่งนี้ เพื่อใช้สำหรับการเผาศพฟืนเป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกสถานะของผู้ตาย หากเป็นคนจนก็จะมีกำลังเงินในการซื้อฟืนน้อย ถ้าเป็นพราหมณ์หรือคนรวยจะมีกำลังซื้อมากกว่าอย่างไรก็ตาม ยังมีศพอยู่ 5 ประเภทที่จะไม่ถูกเผา ได้แก่ ศพเด็กทารก ศพสาวพรหมจรรย์ ศพนักบวช ศพคนถูกงูกัด และศพคนถูกฟ้าผ่า เนื่องจากชาวฮินดูเชื่อว่า ศพทั้ง 5 ประเภทไม่มีราคีและไม่มีบาป หลังจากได้ชมวิถีชีวิตยามราตรีริมฝั่งคงคาแล้ว พวกเราจึงได้เดินทางเข้าที่พัก ณ เมืองพาราณสี    

Channel3 Apps

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android