พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

เรื่องเล่าแดนพุทธภูมิ เนื่องในโอกาสเทศกาลวันอาสาฬหบูชา ตอนที่ 3 ตามรอยพระบาทพระพุทธองค์ ณ กรุงสาวัตถี

เปิดอ่านแล้ว 27 ครั้ง

เมื่อวันอังคารที่ 3 ธันวาคม 2556 พวกเราออกเดินทางแต่เช้าตรู่ สู่กรุงสาวัตถี เมืองหลวงของแคว้นโกศล ปัจจุบันตั้งอยู่ในรัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ซึ่งในสมัยพุทธกาลนับว่าเป็นเมืองที่ใหญ่พอกับเมืองราชคฤห์และเมืองพาราณสี เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าขายในสมัยพุทธกาล โดยมีพระเจ้าปเสนทิโกศลปกครองร่วมสมัยกับพระเจ้าพิมพิสาร กรุงสาวัตถียังเป็นเมืองสำคัญในการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เนื่องจากพระพุทธเจ้าทรงประทับ ณ ที่เมืองแห่งนี้นานที่สุดถึง 25 พรรษา  โดยทรงประทับที่วัดเชตวันมหาวิหาร 19 พรรษา และวัดบุพพารามอีก 6 พรรรษา ณ เมืองแห่งนี้ทำให้เกิดพระสูตรมากมาย เช่น มงคลสูตร ธรรมนิยามสูตร รวมไปถึงกาลามสูตร ที่ตรัสแสดง ณ เกสปุตตนิคมที่อยู่ในอาณาเขตของแคว้นโกศลเช่นกัน นอกจากนี้ ยังเป็นเมืองของมหาอุบาสกมหาอุบาสิกาที่สำคัญที่ให้การทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอย่างมั่นคง เช่น   พระเจ้าปเสนทิโกศล อนาถบิณฑิกเศรษฐี ที่มีความศรัทธาสร้างมหาสังฆารามวัดเชตวันมหาวิหาร และนางวิสาขา ผู้ที่พระพุทธองค์ยกย่องว่าเป็นผู้เลิศกว่าอุบาสิกาทั้งหลายในฝ่ายทายิกา และเป็นผู้สร้างวัดบุพพารามมหาวิหาร นอกจากนี้ ยังมีสถานที่สำคัญมากมายภายในกรุงสาวัตถีแห่งนี้ เช่น วัดเชตวันมหาวิหาร บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี บ้านบิดาขององคุลีมาล สถานที่พระเทวทัตถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตวันมหาวิหาร) ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ ก่อนเสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงพระอภิธรรมโปรดพระพุทธมารดา เป็นต้น

ระหว่างทางจากเมืองพาราณสีสู่เมืองสาวัตถี พวกเราได้แวะรับประทานอาหารกลางวันและเข้าห้องน้ำที่ โครงการสร้างห้องสุขาในแดนพุทธภูมิ ของมูลนิธิพุทธชยันตีไทย-อินเดีย เมืองสุลตานปุร์ รัฐอุตตร มีวัตถุประสงค์ในการสร้างก็เพื่อให้บริการความสะดวกแก่ผู้มาจาริกแสวงบุญ ในเรื่องของที่พัก ห้องสุขา เนื่องจากการเดินทางจากเมืองพาราณสีสู่เมืองสาวัตถี มีระยะทางยาวไกลและใช้เวลาเดินทางประมาณ 8-9 ชั่วโมง ทำให้ไม่สะดวกในการใช้ห้องสุขา ตลอดจนการหาสถานที่แวะพักรับประทานอาหาร ดังนั้น โครงการสร้างห้องสุขาในแดนพุทธภูมิแห่งนี้ จึงเป็นสถานที่ให้บริการอาหาร เครื่องดื่ม น้ำปานะ ห้องสุขา ตลอดจนอินเตอร์เน็ต (wi-fi) ฟรีสำหรับผู้ที่มีความจำเป็นต้องติดต่อกลับไปยังประเทศของตน นอกจากนี้ ยังมีโครงการสร้างที่พักพระนักศึกษาที่รอการAdmission รับเข้ามหาวิทยาลัยในอินเดียอีกด้วย ขณะนี้โครงการได้สร้างห้องน้ำชั่วคราวไว้ 10 ห้อง และจะขยายเป็น 24 ห้อง โดยจะเปิดเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2557 ในอนาคตมีโครงการให้ความช่วยเหลือชาวชนบทที่อยู่บริเวณโดยรอบให้ได้รับประโยชน์จากโครงการ เช่น การศึกษาและสาธารณสุข เป็นต้น ท่านใดที่เห็นคุณประโยชน์ สามารถร่วมทำบุญได้ที่ชื่อบัญชี มูลนิธิพุทธชยันตี ไทย-อินเดีย ธนาคารกรุงเทพ สาขายานนาวา เลขที่บัญชี 103-4-33130-4 หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ buddhajayantitrust@gmail.com

คณะเดินทางมาถึงเมืองสาวัตถีในช่วงเย็น พระอาจารย์บุญทิ้ง พระธรรมวิทยากรได้นำพวกเราแวะบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี อุบาสกที่มีความศรัทธาในการสร้างวัดเชตวันมหาวิหารถวายพระพุทธเจ้า กล่าวกันว่า เดิมที่ของวัดเชตวันเป็นที่ของเจ้าเชต เศรษฐีเจ้าที่ดินในสมัยนั้น ซึ่งท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเห็นว่าเหมาะที่จะสร้างเป็นอารามถวายแด่พระพุทธเจ้าได้ จึงเจรจาขอซื้อที่ต่อจากเจ้าเชตด้วยราคาที่แพงมหาศาลถึง 18 โกฏฺ โดยเจ้าเชตกำหนดให้นำเหรียญทองมาปูเรียงจนเต็มพื้นที่ที่ต้องการซื้อ นอกจากนี้ ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐียังได้สร้างถาวรวัตถุต่างๆ อีก 36 โกฏิ ทำให้การสร้างวัดแห่งนี้มีราคาสูงถึง 54 โกฏิ และใช้ชื่อของเจ้าของที่เดิมเป็นชื่อวัดว่า “วัดเชตวันมหาวิหาร” พระอาจารย์บุญทิ้งได้นำพวกเราสวดมนต์ ณ ที่บ้านท่านเศรษฐีแห่งนี้ เพื่อขอความเป็นสิริมงคล ส่วนชื่อท่านเศรษฐี“อนาถบิณฑิกเศรษฐี” นั้น แปลว่า เศรษฐีผู้เป็นที่พึ่งของคนยาก ตามศัพท์ “อนาถ” แปลว่า ผู้เป็นที่พึ่ง “บิณฑิกะ” แปลว่า ก้อนข้าว แปลรวมกันได้ว่า เศรษฐีผู้มีก้อนข้าวให้กับคนยากจน นั่นเอง

ตรงข้ามบ้านท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีคือ บ้านท่านพ่อขององคุลิมาล ซึ่งองคุลิมาลเดิมชื่อ อหิงสกะ แปลว่า ผู้ไม่เบียดเบียนเป็นบุตรของปุโรหิตในสมัยพระเจ้าปเสนทิโกศล เมืองสาวัตถี มารดาของชื่อมันตานี อหิงสกะได้ไปเรียนวิชาที่เมืองตักกสิลา และสามารถเรียนได้รวดเร็วอีกทั้งยังปรนนิบัติอาจารย์เป็นอย่างดี จนเป็นที่รักใคร่ของอาจารย์อย่างมาก เป็นเหตุให้ศิษย์อื่นริษยา จึงยุยงอาจารย์ว่าอหิงสกะจะทำร้าย อาจารย์จึงคิดจะกำจัดอหิงสกะ โดยบอกอหิงสกะว่า ถ้าจะสำเร็จวิชาต้องฆ่าคนให้ได้หนึ่งพันคนเสียก่อน อหิงสกะจึงออกเดินทางฆ่าคน แล้วตัดนิ้วหัวแม่มือมาคล้องที่คอเพื่อให้จำได้ว่าฆ่าไปกี่คน เหตุนี้อหิงสกะจึงได้รับสมญานามว่า องคุลิมาล ฆ่าคนจนครบ 999 คน  ก็มาพบพระพุทธเจ้า และได้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนา จึงออกบวชเป็นพุทธสาวกและสำเร็จเป็นพระอรหันต์ในภายหลัง เมื่อได้เวลาอันสมควร พวกเราจึงเดินทางไปยังวัดเชตวันมหาวิหาร ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านอนาถบิณฑิกเศรษฐี

วัดเชตวันมหาวิหาร หรือ วัดพระเชตวัน อารามของบิณฑิกเศรษฐีสถานที่ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จมาประทับจำพรรษาและบำเพ็ญพุทธกิจที่วัดแห่งนี้รวมถึง 19 พรรษา นับว่าเป็นวัดที่พระพุทธองค์ประทับจำพรรษานานที่สุด เนื่องจากสถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่สัปปายะต่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนา เพราะเมืองสาวัตถีในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองที่มั่งคั่ง สงบ และมีการอุปถัมภ์บำรุงเป็นอย่างดีจากพระเจ้าปเสนทิโกศล อนาถบิณฑิกเศรษฐี นางวิสาขา และประชาชนทั้งหลาย เมื่อพวกเราเดินทางถึงวัดเชตวัน เป็นเวลาใกล้ค่ำแล้ว พระธรรมวิทยากรจึงนำพวกเราสวดมนต์ถวายเป็นพุทธบูชา ณ บริเวณพระมูลคันธกุฏี ก่อนเดินทางกลับที่พัก

วันพุธที่ 4 ธันวาคม 2556 คณะเดินทางออกจากโรงแรมที่พักตั้งแต่เช้า เพื่อมากราบสักการะที่วัดเชตวันอีกครั้งก่อนออกเดินทางต่อไปยังลุมพินี ประเทศเนปาล ยามเช้า ณ ที่วัดเชตวันมหาวิหาร เมืองสาวัตถี พระอาจารย์บุญทิ้งนำคณะสวดมนต์ใต้ต้นอานันทโพธิ์ กล่าวถึงที่มาของต้นอานันทโพธิ์ว่า ในสมัยพุทธกาล ชาวเมืองสาวัตถีมีความเลื่อมใสศรัทธาในธรรมะ ประสงค์จะเคารพบูชาพระพุทธเจ้าอยู่ตลอดทุกวัน แต่เนื่องจากพระองค์ต้องเสด็จไปยังเมืองอื่นๆ พอเรื่องทราบถึงพระอานนท์ ท่านจึงนำเรื่องกราบทูลพระพุทธองค์ ซึ่งพระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาตให้นำกิ่งโพธิ์จากพุทธคยามาปลูก เพื่อให้ประชาชนได้กราบสักการะบูชา เมื่อได้กิ่งโพธิ์มาปลูกแล้ว ชาวเมืองจึงได้ขนานนามว่า “ต้นอานันทโพธิ์” ซึ่งเป็นต้นไม้ที่ยังคงยืนต้นมาจนถึงปัจจุบัน นับได้ว่าเป็นต้นโพธิ์ที่อายุยืนที่สุดในโลก ต่อจากนั้น พวกเราไปสักการะที่กุฏิพระโมคคัลลานะ (พระผู้เปี่ยมล้นด้วยคุณธรรมและความสามารถในอิทธิปาฏิหาริย์เหนือกว่าพระพุทธสาวกรูปอื่นๆ เป็นผู้มีอัธยาศัย ใจกว้างไม่กีดกัน ไม่เบียดบังความดีความสามารถของคนอื่น) กุฏิพระสารีบุตร (พระผู้เป็นเลิศทางปัญญา) กุฏิพระอานนท์  (พระผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็นเอตทัคคะ ผู้เลิศกว่าพระสาวกอื่นถึง 5 ประการ และเป็นพหูสูต เนื่องจากเป็นผู้ทรงจำพระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ และเป็นผู้ที่สาธยายพระสูตร จนทำให้ปฐมสังคายนาสำเร็จเรียบร้อย) และกุฏิพระสีวลี (พระผู้ได้รับยกย่องจากพระพุทธองค์ให้เป็นเอตทัคคะผู้เลิศในทางผู้มีลาภมาก) ซึ่งพระอาจารย์บุญทิ้งก็ได้นำพวกเราสวดมนต์และอธิษฐานจิต ณ ที่แห่งนี้ด้วยนอกจากนี้ พวกเรายังได้แวะชมบ่อน้ำที่พระพุทธเจ้าใช้เป็นที่สรงน้ำตลอดระยะเวลาที่จำพรรษาอยู่ที่นี่ นอกจากนี้ วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่เกิดเรื่องราวต่างๆ ในพระพุทธศาสนามากมาย เช่น พระเทวทัตและนางจิญมาณวิกา ถูกธรณีสูบ เป็นต้น เมื่อสมควรแก่เวลา พวกเราจึงออกเดินทางต่อไปยังชายแดนอินเดีย-เนปาล เพื่อเยือนสังเวชนียสถานที่สำคัญยิ่งอีกแห่งหนึ่ง

ระหว่างทางพวกเราได้แวะสถานที่แสดงยมกปาฏิหารย์ ปัจจุบันปรากฏให้เห็นเป็นเนินดินสูง กล่าวกันว่าเมื่อพระพุทธเจ้าเสวยน้ำปานะเสร็จ มีรับสั่งให้นายคัณฑะนำเม็ดมะม่วงไปปลูก เมื่อทรงล้างพระหัตถ์ลงบนปากหลุม เม็ดมะม่วงก็เจริญเติบโตออกผลเต็มต้นเป็นอัศจรรย์ ต้นมะม่วงนั้นมีชื่อว่า คัณฑามพฤกษ์ ตามชื่อของนายคัณฑะ พระพุทธองค์ทรงเนรมิตจงกรมแก้วในอากาศเหนือต้นมะม่วง ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์หรือปาฏิหาริย์ที่แสดงเป็นคู่ๆ เป็นปาฏิหาริย์ที่พระพุทธเจ้าทรงกระทําที่ต้นมะม่วงภายหลังจากที่ทรงแสดงเสร็จ พระพุทธองค์ก็เสด็จไปจำพรรษาที่สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อโปรดพระพุทธมารดาต่อไป

            ก่อนเดินทางถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง (Immigration) อินเดีย-เนปาล พวกเราได้แวะที่วัดไทยนวราชรัตนาราม 960 เมืองโสเนาลี(Sonauli)ด่านเนปาล โดยมีพระราชรัตนรังษี เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างเมื่อปี 2549 เป็นวัดที่มีน้ำดื่ม ชา กาแฟ และโรตีร้อนๆ ราดนมข้นแสนอร่อยจนต้องยกนิ้วให้ ไว้คอยให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีร้าน"นะโม"ร้านบุญสหกรณ์ที่ภายในร้านมีสินค้าที่สวยงามจากเมืองต่างๆ ทั้งในประเทศอินเดียและเนปาล เหมาะสำหรับการนำไปเป็นของฝากของที่ระลึกที่มีคุณภาพ และยังได้อุดหนุนสมทบทุนการศึกษาให้แก่นักศึกษาไทยในอินเดียอีกด้วย ส่วนหน้าวัดมีผลิตภัณฑ์Himalaya Herbal จากประเทศอินเดียที่เลื่องชื่อไว้จำหน่ายเพื่อเป็นของใช้ของฝากอีกมากมาย เมื่อกล่าวถึงวัดไทยนวราชรัตนาราม 960 ยังมีบริการที่สำคัญยิ่งสำหรับผู้แสวงบุญที่เดินทางผ่านด่านอินเดีย-เนปาลต้องกล่าวถึงคือ ห้องน้ำจำนวนมากและรับประกันความสะอาดแบบห้าดาว เมื่อได้เวลาอันควร พวกเราจึงเดินทางต่อไปยังด่านตรวจคนเข้าเมืองอินเดีย-เนปาล  (โสเนาลี) กว่าจะผ่านด่านโสเนาลีที่มีการจราจรค่อนข้างติดขัด และผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองได้นั้น ก็ใช้เวลาพอสมควรเลยทีเดียว เมื่อผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศเนปาล ก็เป็นเวลาเย็น พวกเราจึงเดินทางเข้าโรงแรมที่พัก ณ ประเทศเนปาล   

Channel3 Apps

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android