ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายความอาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม บริษัท บางกอกเอ็นเตอร์เทนเม้นต์ จำกัด
Ch3Thailand Logo

ความในใจดาวดวงใหม่ วงการนักเขียน คุณบูรฉัตร จาก ทึ่ว่างสำหรับคนเรื่องเยอะ

เปิดอ่านแล้ว 64 ครั้ง

/tv3admin/uploaded/store/images/Whats%20up/2011/News_%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B9%83%E0%B8%88%E0%B8%94%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%94%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%88%20%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%99%20%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A3%E0%B8%89%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%20%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%20%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A2%E0%B8%AD.jpg'/>
ความในใจดาวดวงใหม่ วงการนักเขียน คุณบูรฉัตร จาก ทึ่ว่างสำหรับคนเรื่องเยอะ
 
                   เนื่องด้วยwww.thaitv3.comได้เปิดโอกาสให้กับนักเขียนได้ส่งเรื่องราวมาทางเว็บไซต์กับมุมเล็ก ๆ ที่ชื่อว่า“ที่ว่างสำหรับคนเรื่องเยอะ”และนี่เป็นอีกครั้งหลังจากเรื่อง สัตยาภพ ได้รับการตีพิมพ์ และครั้งนี้เป็นเวลาของ คุณ บูรฉัตร เสียงใส กับเรื่อง อสูรกายสายพันธุ์อมตะ นักเขียนที่มีความกล้า กล้าที่จะคิด กล้าที่จะเขียนเรื่องราวของแวมไพร์
 
                    ถึงวันนี้คุณ บูรฉัตร อยากบอกเล่า ความในใจ บนเส้นทางนักเขียนที่กว่าจะมาถึงตอนนี้ เขาผ่านอะไรมาบ้างในบทความ“กว่าจะเป็น” เพียงแค่นี้คุณจะสัมผัสได้ถึงความพยายามของนักเขียนคนหนึ่ง ที่ชื่อ บูรฉัตร เสียงใส
 
 
กว่าจะได้มา
                      ในวัยเด็ก เคยมีกลุ่มเด็กป.1 เจ็คคน และป.2 หนึ่งคน ชอบจับกลุ่มกัน ฝันว่าจะสร้างการ์ตูนขึ้นมา ในตอนแรก ๆ ได้เอาตัวการ์ตูนจากการ์ตูนที่ชอบ มารวม ๆ เป็นเรื่องเดียวกัน เป็นการ์ตูน   มั่ว ๆ และเล่นกันเองในสมัยเด็ก ๆ ต่อมาจากแปดก็เหลือแค่สาม แต่ว่าเมื่อวัยที่โตขึ้น จากทำแบบ มั่ว ๆ ก็มีการวางเรื่องกัน หลังจากต่างคนต่างทำการ์ตูนของตัวเอง แต่ว่า เมื่อวัยที่โตขึ้น ทุกคนก็แยกกันไปทำความฝันใหม่หรือความเป็นจริงของชีวิต แต่ว่ามีผมคนหนึ่ง ที่พยายามต่อไป แต่ว่าแม้จะพยายามแค่ไหนก็ไม่สามารถวาดรูปได้ดีเลยแถมลายมือยังห่วยอีก ทำให้ต้องทิ้งความฝันไปแต่เนื้อเรื่องยังคงวิ่งเล่นอยู่ในหัวเสมอ และเมื่อได้รู้จักคอมพิวเตอร์ ผมก็เริ่มแต่งนิยายโดยการพิมพ์เอาและลงอินเตอร์เน็ต นั่งคือจุดเริ่มต้นของผมเอง
                      และได้เริ่มเขียนนิยายเรื่องแรกวันที่ 7 มกราคม 2546 คือ เรื่อง วิญญาณล่าชีพ เป็นเรื่องราว
ของสองพี่น้องแวมไพร์ ไมกับแมท แดเนียล ตอนแรกก็แค่แต่งลงคอมไว้ จนกระทั่งวันหนึ่ง ได้
รู้จักกับอินเตอร์เน็ต แต่ตอนนั้น ยังไม่รู้นะครับว่าอินเตอร์เน็ตลงนิยายได้ จนกระทั่งได้ซื้อหนังสือของ ดร.บ็อบ มาอ่าน เขาได้แนะนำเว็ป เด็กดีดดอทคอม ไว้ในหนังสือของเขา นั่นทำให้วิญญาณล่า
ชีพได้ลง ในเน็ต และจบสมบูรณ์ใน วันที่ 19 พฤษาคม 2547 เกือบปี จำนวน ๗๓ ตอน ก็ยังมีผลงาน
มาให้เห็น เรื่อย ๆ 
                      ด้วยความที่ตอนนั้นยังเป็นเด็กอยู่ พอมีผลงานลงเน็ตก็เลยโม้ใหญ่ เพราะคิดว่ามันอาจเท่
อาจะทำให้สาว ๆ กรี๊ดแค่ผลที่ได้กลับตรงกันข้าม ผมกลายเป็นเหมือนคนโรคจิตไปซะงั้น มันไม่เท่
เท่าพวกนักบอล หรือพวกเด็กเรียนที่สอบได้อับดับต้น ๆ พวกที่ชมมักเป็นพวกผู้ใหญ่นะ แต่วัย
เดียวกันไม่เคยมี อาจมีก็เป็นพวกแฟนคลับในนิยาย ซึ่งเราก็ไม่เคยเห็นหน้ากัน
 
                      จนกระทั่งวันหนึ่งมีเว็ปหนึ่ง ไม่ขอเอ่ยนามนะครับได้บอกว่า สามารถตีพิมพ์เป็นเล่มขายได้
จึงได้เอาวิญญาณล่าชีพไปเสนอกับเว็ปนั่นแต่ แล้ว ผลออกมาคือ เว็ปปิดตัว นิยายขายได้แค่เล่มเดียว
แต่เป็นผมชื้อ และเมื่อเอาไปให้ใคร ก็จะได้เสียงวิจารณ์มาว่า
 
               “ห่วย”
               “ยังไม่ดีนะ มันดูขัด ๆ”
               “เลียนแบบ………..”
               “ฉันก็ทำได้หรอก กะอีกแค่ส่งนิยายลงเว็ป โธ่ กระจอกว่ะ ไม่เห็นยาก ผู้ชายมันต้องเล่น บอลสนใจกีฬาสิวะ”
และอื่น ๆ อีกมากมาย แต่พี่ชายผมได้บอกว่า
               “สำนวนมึงไปเหมือนกับ นักเขียนหลายคนน่ะ ลองแต่งเองดูสิ ถ้ารักมันจริงก็พยายามเข้า
เถอะ”
                      ผมก็อึ้ง ๆ นะครับ ผมได้แต่นั่งร้องไห้อยู่คนเดียวมันเศร้า สุด ๆ เปรียบเทียบเหมือนนักมวยชกใหม่ดันมาเจอกับแชมป์โลก โดนอัดจะเละ ชกตอบก็ไม่ได้ แต่ดันไม่ล้ม กรรมการก็ไม่เห็น เรียกว่า เมาหมัด ครับ ตอนนั้นใจคิดออกอย่างเดียว เลิก กูต้องเลิก เพราะที่ผ่านมา ผมมักถูกมองว่าเป็นพวกโรคประสาท คนอะไรวะทนอยู่หน้าคอมแต่งนิยายได้ทั้งวัน แล้วแต่งได้ไงตั้งยาว ขณะที่กำลังเศร้า ผมก็ได้แต่ถามตัวเองว่า รักการเขียนมั้ย คำตอบที่ได้คือรักสิรักมากเลย คิดว่าคงทำอย่างอื่นได้ไม่ดีเท่านี้ บวกกับยังมีคนที่รออ่านของผมอยู่บ้างในเน็ต ผมเลยตัดสินใจแต่งเรื่องใหม่ และลองเอาไปลงเด็กดีอีกครั้งหนึ่งคือ ดับเดนนรก เรื่องการต่อสู้ของแวมไพร์และอสุรกาย และก็มีการต้อนรับเป็นอย่างดี แต่ไม่เปรี้ยงเท่ากับเรื่องอื่น ๆ แต่ก็ไม่ได้หวังอะไรจากมันอีกแล้วเพราะคิดว่าทำไปเพราะอย่าทะลึ่งไปเสนอพูดง่าย ๆ ตอนนั้นปอดแหกครับ
                      จนกระทั่งวันหนึ่ง คุณดอลฟินกับท่านกบ นักเขียนในเด็กดี บอกให้ผมไปลงช่องสาม ผมก็กำลังจะเอาไปลง แต่ว่า ความคิดหนึ่งก็บอกว่า
               “อย่าบ้าน่า นิยายมึงมันเป็นแฟนตาซี มันเข้ากับช่องสามเหรอ และจะสู้นิยายรักได้เหรอ อย่าหาเรื่องให้อายเลย”
                      ผมคิดอยู่นานจนกระทั่งตัดสินใจนะครับ เอาลงไปเถอะไม่มีอะไรเสียอยู่แล้วและตอนลงผมไม่ได้บอกใครที่บ้านหรือเพื่อนที่ใกล้ตัวด้วยเพราะกลัวว่าจะเจอหัวเราะเยาะ
               ผลคือ มันได้อยู่สองมานานพอสมควร ก่อนที่จะ
ตกอันดับไป ผมก็นึกดีใจนะ และคิดว่ามันคงไม่ได้รางวัลอะไรหรอก
 
จนกระทั่งวันหนึ่ง ผมกำลังไปเช่าหนังสืออ่านโทรศัพท์ผมก็ดัง แต่ไม่ขึ้นเบอร์ ใครโทรมา
หาเราฟะ
               “สวัสดีครับ”
               “สวัสดีค่ะ คุณบูรฉัตรใช่หรือเปล่าค่ะ”
               “ครับ ผมเอง”
               “โทรจากช่องสามนะค่ะ ดับเดนนรก นิยายของคุณเข้ารอบนะค่ะ ส่งเรื่องย่อมาให้ทางเว็ป
ด้วยค่ะ”
               ผมก็งง ๆ นะว่านิยายจบแล้วเอาเรื่องย่อทำไม แต่มันเข้ารอบเชียวนะ เอา ล่ะก็เลยส่งเรื่องย่อ
ไปให้ทางอีเมลย์ และคิดว่า
“ก็แค่เข้ารอบล่ะว้า”
               ผมไม่ได้บอกใครเรื่องนี้นะ เพราะกลัวว่าจะถูกมองว่าไม่ยอมโต และไร้สาระ เพราะบวก
กับผมตกงานอยู่ และหลังจากนั้นอีกสองวันก็มีโทรศัพท์มาอีก
               ช่องสามโทรมาบอกว่า ผมได้รับรางวัลชมเชยให้มา
รับรางวัลในวันที่ 24กุมภาพันธ์ 2553
 
               “โอ แม่เจ้า”
 
                      ผมตื่นเต้นมากครับ นอนไม่หลับเลย เมื่อถึงวัน ผมออกจากปากช่องแต่เช้า และเดินทางมาถึงช่อง
สาม ได้พบนักเขียนหลายคน และได้รับความยินดี คำชมแบบซึ่งหน้า ซึ่งไม่ได้รับมานานแล้ว ทำให้
มีกำลังใจมากขึ้น
ผมได้พบกับนักเขียนคนหนึ่ง คือ คุณซ่อนกลิ่น เขาได้ถามผมว่า
“เคยเอาไปเสนอที่ไหนหรือเปล่า”
               “ลงตะกร้าไปหลายที่แล้วครับ”
               “ไม่ลองส่งไปอีกล่ะครับนี่ได้รางวัลเชียวนะ มีไม่บ่อยหรอกครับที่มือรางวัลจะเอางานไปเสนอนะ”
ผมกลับบ้านด้วยความคิดสองจิตสองใจ ว่าส่งไปดีหรือเปล่า และได้ก็คำตอบ ลองดูก็ได้นี่ไม่ เสียหายอะไรนี่ส่งไป แล้วก็เงียบไว้อย่าทะลึ่งบอกใครก่อนงานจะวางสิ และผมได้เลือกคือ    แฮปปี้ไลฟ์ และก็ได้รับการตอบรับมาว่า
               “จะสามารถตีพิมพ์ได้เหรอค่ะ ติดสัญญาอะไรกับช่องหรือเปล่า”
ผมไม่มีสัญญาอะไรกับช่องสาม แถมช่องสามยังสนับสนุนอีกครับ
               หลังจากวันนั้นก็มีคำสั่งให้ขัดเกล้า แต่ผมก็ไม่แน่ใจ ผมรออยู่หลายวัน รอจนเครียดไปแล้วครับ เลยไปปรึกษากับน้องคนหนึ่ง เธอเป็นนักเขียนเหมือนกัน นามปากคือ ชนกหมายหรืออีกนามปากกาหนึ่งคือ สามฟ้า เธอก็บอกว่า
               “ให้ใจเย็น ๆ อย่าคิดมากเลยพี่ มันต้องได้แน่ ๆ”
หลังจากนั้นการคิดมากก็มีมากขึ้น คนกระทั่งมีคนมาถามจะได้พิมพ์แน่เหรอ และมีนิยายในเว็ปช่องสามตีพิมพ์ไปแล้ว ผมนี่ก็ยิ่งอึ้งเพราะกลัว จนมีการสอบถามความคืบหน้า ผมเลยได้แต่บอกไปที่สำนักพิมพ์ ก็ได้รับคำยืนยันมาว่า
               “ได้แน่นอนค่ะไม่เกินสองสามเดือน”
และผมกำลังจะได้เห็นปก บวกกับ มีคนมาจองไว้แล้วด้วย ผมใจชื่นขึ้นมาบ้างครับ ความเครียดก็หายไป และบวกกับ ผมมีที่ปรึกษาที่น่ารัก คอยบอกคอยเตือนอยู่เสมอ ต้องขอบคุณเธอล่ะ เธอ คือ สามฟ้า เป็นนักเขียนเหมือนกัน เธอคอยเตือนผมว่าไม่ให้หลงระเริงกับรางวัลช่องสามมากไปแล้วบอกผมเสมอว่าผมทำได้แน่นอน ทำให้ผมเลิกจิตตก และพยายามต่อไป
ผมก็รอการติดต่ออยู่จนกระทั่งสำนักพิมพ์บอกให้เปลี่ยนชื่อจากดับเดนนรกเป็น Immortal Frankenstein อสุรกายสายพันธุ์อมตะ และบอกว่ากำลังจะได้ตีพิมพ์แน่นอน แต่เป็นสำนักพิมพ์ในเครือ คือ ลีลาวดีไลฟ์ และจะได้ขายที่ร้านอินทร์ และวันที่วางแผงก็มาถึง ผมได้เห็นงานของตัวเองในร้านหนังสือเอาน้ำตาไหลเลยครับ นี่ผลของการพยายาม
 
ขอบคุณ ช่องสามที่เปิดโอกาสให้มีโครงการดี ๆ แบบนี้
ขอบคุณ ลีลาวดีไลฟ์ ที่เห็นอะไรดี ๆ ในผลงานนี้และนำไปตีพิมพ์
ขอบคุณ ครอบครัวที่สนับสนุนมาตลอด
ขอบคุณ พี่เหยี่ยวที่ วันนั้นให้แก้เรื่อง
ขอบคุณเอก ที่แนะนำให้มาประกวด
ขอบคุณ พี่ซ่อนกลิ่น แนะนำให้ส่งงาน
ขอบคุณ สามฟ้าที่เป็นกำลังให้กับมาตลอด
ขอบคุณคนอ่านทุกคนที่เป็นกำลังให้กันเสมอ
 
               มีคนเคยถามว่า ทำงานเขียนนี่ได้อะไร ผมคงตอบได้ว่า ได้รับความสุขจากสิ่งที่รักและส่ง
ต่อสิ่งที่รักไปให้คนอื่นต่อไป นั่นล่ะครับความ สุขของนักเขียน
 
วันหนึ่งจะเป็นวันของเราครับ(กลอนโดยพี่มะหลีครับ)
 
ขอบคุณสวรรค์ที่มองเห็นหัวใจฉัน
รับรู้มั่นฝ่าฟันฝันแสนหวาน
ขอบคุณฟ้าที่เมตตามาประทาน
ให้คนสานฝันอย่างฉันได้หยัดยืน
จะฟื้นตัวฟื้นชีวิตลิขิตสร้าง
จะก้าวอย่างอดทนแต่มิฝืน
จะขอฝากความดีไว้ในวันคืน
ฝากความชื่นรื่นเริงใจในอักษรา
ปรารถนาแห่งหัวใจในความสุข
แม้จะล้มหรือทุกข์บ้างยังใฝ่หา
ยังคงยึดคงมั่นฝันตรึงตรา
บูรฉัตรหยัดยืนมาจะฝ่าไป(ไปให้ถึงฝั่งฝัน)
 
                      ใครที่เป็นคิดว่าตัวคุณเป็นนักอ่านที่พร้อมจะเจอกับเรื่องราวอะไรใหม่ ๆ อสูรกายสายพันธุ์อมตะ น่าจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่คุณจะหยิบขึ้นมาอ่าน...

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android