พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช
Ch3Thailand Logo

กิตติ ดำเนินรายการ เสวนา อภิมหาโปรเจกต์ สู้น้ำ:คิดดี คิดชอบ คิดรอบ หรือยัง?

เปิดอ่านแล้ว 74 ครั้ง

/tv3admin/uploaded/store/images/Whats%20up/2012/News_%E0%B8%AD%E0%B8%A0%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B8%81%E0%B8%95%E0%B9%8C%20%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%20%20%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%94%E0%B8%B5%20%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%8A%E0%B8%AD%E0%B8%9A%20%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%9A%20%E0%B8%AB%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B1%E0%B8%87%E2%80%9D.jpg'/>
                    เมื่อวันพุธที่ 25 มกราคม 2555 ณ ห้อง 105 อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มีการเปิดเวทีสาธารณะอาทรเสวนา ผ่าน Social Media เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย ครั้งที่ 1 ขึ้นมา จากความร่วมมือกันของ สถาบันพระปกเกล้า โดย นักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 3 กลุ่มการเมือง ร่วมกับ สถาบันเอเชียศึกษา ด้วยการเปิดประเด็นเด่น“อภิมหาโปรเจกต์ สู้น้ำ:คิดดี คิดชอบ คิดรอบ หรือยัง?”เชิญกูรูเสวนาอาทร ให้แง่คิดมุมมองรอบด้าน ตั้งรับ-รับมือ สู้น้ำ ปี 55 
                    ในการเปิดเวที Peacetlakครั้งนี้ ท่านพลเอก เอกชัย ศรีวิลาศ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ในฐานะ ผู้อำนวยการหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข เรียกโดยย่อว่า หลักสูตร 4 ส ได้รายงานความเป็นมาและวัตถุประสงค์ในการจัดงานเสวนาในครั้งนี้ว่าโครงการเวทีสาธารณะอาทรเสวนาผ่านSocial Media เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยครั้งที่1เรื่อง“อภิมหาโปรเจกต์ สู้น้ำ:คิดดี คิดชอบ คิดรอบ หรือยัง?” เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง  การเสริมสร้างสังคมสันติสุข ซึ่งได้เปิดอบรมต่อเนื่องมาถึงรุ่นที่ 3 ผู้เข้ารับการศึกษา ประกอบด้วย สมาชิกรัฐสภา ข้าราชการระดับสูงฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ ข้าราชการศาลยุติธรรม และภาคประชาชน ได้แก่ ผู้บริหารภาคเอกชน ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้นำศาสนา องค์กรพัฒนาเอกชน สื่อมวลชน ผู้นำชุมชน ซึ่งล้วนเป็นผู้ที่มีบทบาทเกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหาความขัดแย้งที่สำคัญในสังคมไทย วัตถุประสงค์หลักของการศึกษาในหลักสูตร มุ่งเน้นการสร้างความรู้ ความเข้าใจในสภาพปัญหาและแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งต่างๆ อย่างสันติวิธี ทั้งนี้ เนื่องมาจากปรากฎการณ์ของสังคมไทยในช่วงเกือบทศวรรษที่ผ่านมานั้น ได้เกิดประเด็นปัญหาความขัดแย้งที่มีความซับซ้อนและทวีความรุนแรงมากขึ้น ทั้งยังสร้างความแตกแยกบาดหมางระหว่างคนในสังคม และก่อให้เกิดความเสียหายโดยรวมแก่ประเทศชาติ อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในอดีต ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งจากมิติการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  ความขัดแย้งอันเกิดจากการช่วงชิงทรัพยากรธรรมชาติ รวมถึงผลกระทบจากภัยพิบัติธรรมชาติ และความขัดแย้งอันเป็นผลจากปัญหาในการจัดการภาวะวิกฤติ ซึ่งได้ลุกลามขยายตัวเป็นความขัดแย้งของคนในสังคมตั้งแต่ระดับชุมชนจนถึงระดับชาติ ดังเป็นที่ประจักษ์กันดีแก่ทุกฝ่าย
                           จากปัญหาดังกล่าว รัฐบาลและทุกภาคส่วนในสังคมจึงกำลังมุ่งมั่นพยายามที่จะสร้างความสมานฉันท์และความปรองดองของคนในชาติ โดยหวังให้ทุกคนร่วมมือกันกอบกู้และฟื้นฟูประเทศชาติด้วยการเรียนรู้จากบทเรียนของปัญหาในอดีต ซึ่งก็ได้สะท้อนให้เราเห็นว่า สังคมไทยยังขาดการเรียนรู้ในการป้องกัน แก้ไข และบริหารจัดการความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในเชิงสันติวิธีอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ นักศึกษาหลักสูตร 4 ส รุ่นที่ 3 ของสถาบันฯ จึงได้เห็นพ้องกันจัดทำโครงการอาทรเสวนาผ่านSocial Mediaเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทย โดยเปิดพื้นที่การสื่อสารผ่านเว็บไซด์อาทรเสวนา peacetalk.in.th เพราะเห็นว่า องค์ประกอบสำคัญในการเสริมสร้างสังคมสันติสุขนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องสร้างเวทีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้กับคนในสังคม ซึ่งถือเป็นกระบวนการสำคัญที่จะช่วยให้คนที่มีความคิดเห็นขัดแย้ง แตกต่าง  ได้มีพื้นที่และช่องทางในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อปรับทัศนคติและความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน สร้างบรรยากาศความเข้าใจอันดีและก่อให้เกิดความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมอย่างสันติสมานฉันท์ โดยอาศัยความก้าวหน้าและอิทธิพลของเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคโลกาภิวัฒน์ที่ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตประจำวันของผู้คนในสังคมเราทุกระดับ ในวงกว้างเป็นช่องทางหรือเครื่องมือสร้างปฏิสัมพันธ์สื่อสาร เพื่อสะท้อนแนวคิดและมุมมองเกี่ยวกับประเด็นปัญหาความขัดแย้งต่างๆ อย่างมีพลวัตร
                           หลังการกล่าวรายงาน ศาสตราจารย์ ดร.เกื้อ วงศ์บุญสิน รองอธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้กล่าวต้อนรับและกล่าวถึงความร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า ด้วยเห็นว่ามีแนวทางที่สอดคล้องกับพันธะกิจของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในการที่จะผนึกกำลังกับสังคม สร้างชุมชนทางปัญญา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในยามที่บ้านเมืองเราต้องเผชิญกับวิกฤติ จะได้ร่วมกันเป็นกำลังสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาของประเทศ   ต่อจากนั้น ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างสถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับคณะนักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข ของสถาบันพระปกเกล้า ถือได้ว่าเป็นเจตนารมณ์อันดีที่จะร่วมกันสนองนโยบายเสริมสร้างความสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งกำลังมีประเด็นปัญหาความขัดแย้งหลากหลายในสังคม สามารถพัฒนาการไปสู่การใช้ความรุนแรง สร้างความเสียหายและเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศให้ก้าวเดินไปข้างหน้า เช่นกัน
                    ประเด็นเด่นปัญหาสังคมไทยที่นำมาในเวทีครั้งนี้ คือ“ความเสียหายจากอุทกภัยในปี 2554 ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินประชาชน และมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก จากสาเหตุหลักของมหาอุทกภัยครั้งนี้ เป็นผลจากการที่พื้นที่ป่าไม้ลดลง ระบบนิเวศน์ถูกทำลาย องค์กรที่มีอำนาจบริหารจัดการทรัพยากรน้ำทั้งระบบยังไม่มีประสิทธิภาพอย่างเพียงพอ การขาดแผนหลักและงบประมาณในการบริหารจัดการน้ำในระยะยาว ตลอดจนระบบข้อมูลทรัพยากรน้ำของประเทศยังไม่มีประสิทธิภาพ กฎหมายด้านการจัดการทรัพยากรน้ำไม่ทันสมัย และการขาดความพร้อมในการเผชิญอุทกภัยขนาดใหญ่ แม้ว่ารัฐบาลจะได้จัดทำแผนแม่บทการบริหารจัดการน้ำเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่สำคัญ และยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อวางระบบ  การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ(กยน.)ขึ้น เพื่อวางระบบการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ป้องกัน บรรเทา และลดผลกระทบจากอุทกภัยในอนาคต แต่ปัจจัยความสำเร็จดังกล่าว รัฐบาลเอง ก็ตระหนักและยอมรับว่า จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ ภาคธุรกิจเอกชน องค์กรเอกชนอาสาสมัคร เครือข่ายจิตอาสา สื่อมวลชน รวมถึงความเชื่อมั่นจากนานาประเทศ บนพื้นฐานของการสร้างความรู้-ความเข้าใจของภาคประชาสังคมเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันให้แผนแม่บทบรรลุผลสำเร็จ โดยเฉพาะแผนในระยะเร่งด่วน ซึ่งประกอบด้วยแผนจัดการน้ำ เชิงวิศวกรรม อาทิ การบริหารน้ำในเขื่อน การสร้างขีดความสามารถระบายน้ำ การสร้างพื้นที่รับน้ำ เป็นต้น และในส่วนของแผนการบริหารจัดการภัยน้ำท่วม ประกอบด้วย ระบบเตือนภัยที่มีเอกภาพ กลไกการบริหารจัดการน้ำ การกู้ภัย การอพยพ การจัดระบบขนส่งระบบสาธารณูปโภคฉุกเฉิน เป็นต้น เหล่านี้ล้วนจำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้เข้ามาช่วยในการบริหารการจัดการ ต้องพยายามส่งเสริมให้ประชาชนในพื้นที่ต้นน้ำมีความรู้ ความเข้าใจเรื่องผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เข้าใจเรื่องการบริหารจัดการ ๒๕ ลุ่มน้ำ      เร่งส่งเสริมการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริ การชะลอน้ำ การสร้างฝาย เพื่อไม่ให้น้ำไหลบ่าอย่างรุนแรง ส่วนในพื้นที่กลางน้ำ ก็ต้องเข้าใจเรื่องพื้นที่รองรับน้ำแก้มลิง หรือทางระบายน้ำหลาก (ฟลัดเวย์) ในขณะที่ประชาชนในพื้นที่ปลายน้ำก็ต้องเตรียมความพร้อมรับผลกระทบจากการเร่งระบายน้ำและผลักดันน้ำสู่ทะเล และในกรณีที่ไม่สามารถบริหารจัดการน้ำได้ปัญหาที่จะเกิดตามมา ก็คือ การบริหารความขัดแย้งของมวลชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบ ดังที่เป็นข่าวปรากฏในหลายพื้นที่ในช่วงเกิดอุทกภัย
                     /tv3admin/uploaded/store/images/Whats%20up/2012/page1_pr%20New.jpg'/>
                          ทั้งนี้ ศาสตราจารย์ ดร.บวรศักดิ์ ยังกล่าวทิ้งท้าย เชื่อมั่นว่าโครงการเวทีสาธารณะอาทรเสวนาผ่าน Social Mediaเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในสังคมไทยครั้งที่1เรื่อง “อภิมหาโปรเจกต์ สู้น้ำ:คิดดี คิดชอบ คิดรอบ หรือยัง?”และ การขอเปิดตัวเว็บไซต์www.peacetalk.in.th  เครือข่ายสังคมออนไลน์(social media network)ของนักศึกษาหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 3 ในวันนี้ จะได้ช่วยจุดประกายความหวังและสร้างพลังในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ผ่านพ้นปัญหาความขัดแย้ง เสริมสร้างสังคมสันติสุขด้วยแนวทางสันติวิธี ทั้งจะเป็นประโยชน์ในการนำเสนอต่อรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องต่อไป 
                        สำหรับการบรรยายและเสวนาแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ประสบการณ์ เพื่อให้เกิดแง่คิดมุมมองอย่างรอบด้าน นั้น ได้นำเสนอประเด็นปัญหาที่เป็นวาระแห่งชาติ  เริ่มจากปัญหาอุทกภัย ซึ่งได้สร้างความเสียหายแก่ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างร้ายแรงเป็นประวัติการณ์ และยังมีแนวโน้มความเสี่ยงที่จะเกิดปัญหานี้ได้อีกในอนาคต  เป็นที่หวั่นวิตกของประชาชนทั่วไป หากรัฐบาลและผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องไม่เตรียมความพร้อมในการป้องกันรับมือปัญหาภัยพิบัติธรรมชาติก็จะนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพและความมั่นคงเป็นผลตามมา ไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้น หากแต่ยังมีผลลุกลามไปถึงเอกภาพและความมั่นคงในระดับภูมิภาคอีกด้วย   โดยได้เชิญวิทยากรกูรูผู้รอบรู้และมีประสบการณ์มาบรรยาย ในช่วงเช้าและบ่าย ในหัวข้อ วิเคราะห์มหาอุทกภัยและภัยพิบัติประเทศไทย  โดย รองศาสตราจารย์ดร.เสรี ศุภราทิตย์   คณะกรรมการฟื้นฟูเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย , ประสบการณ์ภาคประชาสังคมในช่วงวิกฤติอุทกภัยโดย นายสมบัติ บุญงามอนงค์    ผู้ก่อตั้งมูลนิธิกระจกเงา และ    นายแบงค์ งามอรุณโชติ     นักวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, แนวทางพระราชดำริ และการบริหารจัดการน้ำโดย ดร.ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน, การบริหารจัดการความขัดแย้งในภาวะวิกฤติ โดย นายแพทย์พลเดช ปิ่นประทีป คณะกรรมการThaiPBS,ประเด็นมุมมองด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาด้านสาธารณภัย โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กิตติศักดิ์ ปรกติ อาจารย์คณะนิติศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทั้งนี้ในช่วงสุดท้าย คุณกิตติ  สิงหาปัด จาก รายการสามมิติ  ครอบครัวข่าว 3 สื่อมวลชนคนข่าวผู้มีประสบการณ์ตรงจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือและทำข่าวเจาะลึกในหลายแง่มุมของประเด็นปัญหามหาอุทกภัย  ได้มาเป็นผู้ดำเนินรายการจัดเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนประสบการณ์และองค์ความรู้ ในหัวข้อ การบริหารจัดการ ตั้งรับ - รับมือ อย่างไร เมื่อภัยมา?  ร่วมกับ ดร.ปราโมทย์ ไม้กลัด   อดีตอธิบดีกรมชลประทาน (มุมมองการแก้ปัญหาน้ำท่วม)   ดร.อดิศักดิ์ ศรีสรรพกิจ อดีตอธิบดีกรมวิชาการเกษตร(ผู้ประสานงานการแก้ปัญหาอุทกภัยเหนือแนวบิ๊กแบ๊ก)   นายจรูญ สุขแป้น  ผู้นำเครือข่ายท่อทองแดงกำแพงเพชร-สุโขทัย(การบริหารจัดการน้ำ:ภาคเหนือแบบมีส่วนร่วม)
                               ติดตามการจัดเวทีสาธารณะอาทรเสวนา ข่าวสารในสังคมแบบเฮฮาศาสตร์ มีสาระและข้อคิดดี ๆ และเข้าไปร่วมแลกเปลี่ยน เรียนรู้ เพื่อปรับทัศนคติ ความคิดเห็นที่ไม่ตรงกัน ขัดแย้ง แตกต่าง แต่ไม่แตกแยก และรวมพลังแก้ปัญหาต่างๆ ของสังคมอย่างสันติสมานฉันท์  ผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ Social Media ที่เว็บไซต์อาทรเสวนา peacetalk.in.th  จัดทำโดย นักศึกษาหลักสูตรการเสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ 3 กลุ่มการเมือง สถาบันพระปกเกล้า
           /tv3admin/uploaded/store/images/Whats%20up/2012/Banner_pr%20News.jpg'/>
ขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกท่านที่ให้ความร่วมมือเข้าร่วมงาน และนำเสนอข่าวประชาสัมพันธ์ โครงการเวทีสาธารณะอาทรเสวนา ครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง.

Channel3 Apps

ดูทีวีออนไลน์

ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family

APPLICATIONS

  • 3 LIVE Application

    3 LIVE

    3 LIVE Application IOS 3 LIVE Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android
  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android