Ch3Thailand Logo

ตอนที่ 3 : จากเมืองเวสาลี สู่เมืองราชคฤห์

เปิดอ่านแล้ว 229 ครั้ง

           เมืองเวสาลี เป็นหนึ่งใน 16 แคว้นของชมพูทวีป ที่มีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรม หรือ คณาธิปไตย หรืออาจจะเรียกว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่งก็ได้  หลังพระพุทธเจ้าปรินิพานแล้ว เมืองเวสาลีได้ตกอยู่ในอำนาจของแคว้นมคธโดยการนำของพระเจ้าอชาตศัตรู กษัตริย์แห่งราชคฤห์ ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่า สาเหตุการเสียเมืองแก่แคว้นมคธ   มาจากการแตกความสามัคคีของกษัตริย์แห่งวัชชี อันมาจากการยุยงของวัสสการพราหมณ์ที่พระเจ้าอชาตศัตรูส่งมาเป็นใส้ศึกนั่นเอง  ในที่สุดแคว้นวัชชีจึงถึงความล่มสลาย 
 
             ในเมืองแคว้นวัชชี  มีเมืองหลวงชื่อว่าไพศาลี หรือ เวสาลี  สาเหตุที่พระพุทธเจ้าเสด็จมายังเมืองเวสาลีนั้น ในพระธรรมบทเล่าว่า "เกิดโรคห่าขึ้นในเมืองเวสาลี" ส่งผลให้มีคนตายมีซากศพทับถมกันทั้งในเมือง นอกเมือง และในแม่น้ำลำคลอง  บังเอิญช่วงนั้น เจ้าลิจฉวีนามว่า มหาลิ ซึ่งเป็นสหายของพระเจ้าพิมพิสาร ได้ข่าวว่า พระโคดมพุทธเจ้า  ทรงมีฤทธิ์เหนือใคร   เมื่อพระพุทธองค์ทรงรับอาราธนาแล้ว ก็เสด็จพร้อมด้วยพระอานนท์ โดยเสด็จไปทางเรือ จากท่าเรือเมืองราชคฤห์ไปถึงท่าเรือเมืองเวสาาลี เมื่อเสด็จไปถึงหน้าประตูเมืองเท่านั้น ก็เกิดปาฏิหาริย์ คือ ฝนห่าใหญ่ได้ตกลงมา พัดพาเอาซากศพและสิ่งปฏิกูลทั้งปวงไหลลงแม่น้ำคงคาไปสิ้น จากนั้น พระพุทธองค์ทรงรับสั่งให้พระอานนท์ทำน้ำพระพุทธมนต์ ด้วยบทว่า "ยังกิญจิ วิตตัง อิธะ วา หุรัง วา ฯลฯ" พระพุทธองค์ทรงนั่งบริกรรมอยู่ที่หน้าเมืองอยู่จนสว่าง ส่วนพระอานนท์ก็ประพรมน้ำพระพุทธมนต์อยู่จนรุ่งสางเช่นกัน ครั้นวันใหม่ เมืองเวสาลีได้กลับเข้าสู่สภาพเดิม ประชาชนกลับมามีชีวิตเป็นปรกติสุขอีกครั้ง หลังจากล้มตายกันไปหลายหมื่น

               วัดแห่งแรกในแคว้นวัชชี เมืองเวสาลี   คือ “ กูฏาคารศาลา ”   แปลว่า  ศาลาเรือนยอด  จากการที่ รัฐสภาวัชชีจึงมีมติ มอบถวาย "กูฏาคารศาลา" ในป่ามหาวัน   อันเป็นที่ประพาสของเจ้าลิจฉวีทั้งหลาย  ให้เป็นวัดในบวรพระพุทธศาสนา  และสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จมาประทับที่กูฏาคารศาลาหลายครั้ง จึงมีพระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองเวสาลี  ณ กูฏาคารศาลาแห่งนี้  พระนางมหาปชาบดีโคตมี พระแม่น้าของพระบรมศาสดา ทรงเสด็จจากกรุงกบิลพัสดุ์ มาทูลขอบรรพชาเป็นพระภิกษุณี และได้รับพระบรมพุทธานุญาต ณ ที่แห่งนี้ เช่นกัน   กูฏาคารศาลาจึงเป็นสถานที่กำเนิดของพระภิกษุณีเป็นครั้งแรกในโลก     

            กาลล่วงมาถึงสมัยพระเจ้าอโศก (พ.ศ.300)  ได้มีการจัดสร้างพระสถูปขึ้นมา  ในบริเวณกูฏาคารศาลา พร้อมทั้งตั้งเสาอโศก อันหมายถึง เสาที่อยู่รอดปลอดภัยทั้งจากภัยธรรมชาติและการทำลายของศัตรูต่างศาสนา  ได้รับการยอมรับว่า เป็นเสาอโศกสวยและสมบูรณ์ที่สุดในบรรดาเสาทั้งปวงด้วย
  นับเป็นโชคดีของครอบครัวธรรมะ ที่ได้มีโอกาสอาราธนานิมนต์ พระครูปริยัติโพธิวิเทศ ( ดร.พระคมสรณ์ ) พระธรรมวิทยากรไมค์ทองมารับรอง นำพาคณะเยือนเวสาลีจนถึงราชคฤห์  ทำได้รับข้อคิดมุมมองอินเดียและสาระธรรมมากมาย สร้างความประทับใจไม่รู้ลืม
 
             คณะเดินทางมาถึงนาลันทา เมืองหนึ่งในแคว้นมคธ ห่างจากนครราชคฤห์ประมาณ 1 โยชน์ (ประมาณ 16 กิโลเมตร) ในพุทธประวัติกล่าวว่า  พระสารีบุตรและพระมหาโมคคัลลานะ ซึ่งเป็นอัครสาวก ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เกิดที่เมืองนาลันทา    สถานที่สำคัญของนาลันทาคือ มหาวิทยาลัยนาลันทา   ซากอดีตแห่งความรุ่งเรืองที่สุดในโลก ของการศึกษาทางพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งแรกของพุทธศาสนา  มีพระภิกษุนับหมื่นมาศึกษายังที่แห่งนี้      แม้แต่พระถังซำจั๋ง(ไซอิ้ว)  ยังเดินทางมาพำนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยนาลันทาถึง 14 พรรษา    มหาวิทยาลัยนาลันทาถูกขุดค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2404    โดยท่านเซอร์อเล็กซานเดอร์ คันนิงแฮม นักโบราณคดีชาวอังกฤษ ซึ่งไม่มีใครเลยในขณะนั้นรู้ว่ามีอดีตมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกฝังตัวอยู่ในนาลันทามาถึง 700 ปี    ซากอาคารที่ขุดค้นพบมีลักษณะเป็นที่พำนักสงฆ์ มีห้องพักพระนักศึกษา และของพระอาจารย์ ภายในห้องโถงยกระดับพื้นเป็นเวทีให้พระอาจารย์บรรยายธรรม และมีสถูปเจดีย์ มากมาย รวมถึง พระสถูปเจดีย์ที่บรรจุอัฐิธาตุของพระสารีบุตรปรากฏให้เห็นอยู่  ใน พื้นที่ของนาลันทากินบริเวณกว้างถึงกว่า 16 ตารางกิโลเมตร

           คณะเดินออกจากประตูเข้าออกเล็ก ๆ ของมหาวิทยาลัยที่ยิ่งใหญ่ เพื่อเดินทางไปสักการะพระพุทธรูปสำคัญคือ พระพุทธองค์ดำ นาลันทา  เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์  ปางมารวิชัย  ศิลปะปาละแกะสลักด้วยหินดำที่มีความสมบูรณ์ที่สุด มีอายุกว่า 1,000 ปี  ตั้งอยู่ทางตะวันตกของมหาวิทยาลัยนาลันทา   สร้างในสมัยพระเจ้าเทวาปาล  ระหว่าง  พ.ศ. 1353 -   1393   โดยท่านธรรมปาล (ตามบันทึกของราม ปิล่า สิงห์ ผู้ช่วยผู้อำนวยงานท่องเที่ยวอินเดีย) ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่เหลืออยู่องค์เดียวในบริเวณมหาวิทยาลัยนาลันทานี้รอบเมืองราชคฤห์ เป็นเมืองหลวงของแคว้นมคธ ในพุทธกาลนั้น  จะมีเบญจคีรีทิวเขา 5 ลูกอยู่รายล้อม ได้แก่ อิสิคีรี บัณฑวะ คิชฌกูฎ  เวภาระ และ เวปลละ      พระธรรมวิทยากรได้พาคณะไปที่เขาคิชกูฎ เป็นภูเขาลาดเอียงเดินขึ้นลงได้ไม่ลำบาก   เพื่อที่จะได้นมัสการและทำสมาธิ   ณ. กุ  กุฎิบนยอดเขาพองพระพุทธเจ้า , กุฏิพระอานนท์ , ถ้ำพระโมคคัลลานะ  , ถ้ำสุกรชาตาที่พระสารีบุตรบรรลุพระอรหันต์   และสถานที่ที่พระเทวฑัตกลิ้งก้อนหินใส่พระองค์   โดยการงัดก้อนหินใหญ่ลงมาเพื่อหวังปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า ขณะที่พระองค์ประทับอยู่ที่กุฎิวิหารบนยอดเขานี้  แต่ก็ไม่สามารถทำร้ายพระองค์ได้เป็นแต่เพียงสะเก็ดหินกระเด็นไปกระทบฝ่าพระบาทจนห้อพระโลหิต     เมื่อลงมาจากเขาคิชกูฎแล้ว ได้เดินทางไปยังวัดเวฬุวันมหาวิหาร  เวฬุวัน แปลว่า  สวนไผ่ เดิมวัดแห่งนี้เป็นพระราชอุยานของพระเจ้าพิมพิสาร กษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ตั้งอยู่นอกเมืองราชคฤห์ เมื่อพระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วเสด็จไปยังเมืองราชคฤห์ พระเจ้าพิมพิสารพร้อมด้วยข้าราชบริพารเข้าไปเฝ้า หลังจากทรงสดับธรรมแล้วเกิดความเลื่อมใสจึงได้ถวายสวนเวฬุวันเป็นพุทธบูชา   ด้วยเห็นเป็นที่ร่มรื่นเหมาะแก่การบำเพ็ญธรรมของพระสงฆ์ วัดแห่งนี้เป็นสถานที่พระพุทธเจ้าๆได้แสดงโอวาทปาฏาติโมกข์แก่พระสงฆ์สาวก 1,250 รูป ในวันเพ็ญเดือน 3 มาฆบูชา  ซึ่งต่อมา ถือกันว่า วัดเวฬุวันมหาวิหาร เป็นวัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนา
โปรดติดตาม ตอน 4  >

Channel3 Apps
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
Mello
YouTube Ch3Thailand
Line TV Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android
  • Mello Thailand Application

    Mello Thailand

    Mello Thailand Application IOS Mello Thailand Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android