Ch3Thailand Logo

‘Paid-Own-Earn Media’ สูตรลัดบน Social Network ที่ไม่เคยตกยุค

เปิดอ่านแล้ว 61 ครั้ง

หากใครที่กำลังอยากสร้างความรวย ความดัง หรือความปังบนโลกออนไลน์ แต่ดันไม่รู้จักใช้เจ้าเครื่องมือสูตรลัดสร้างความสำเร็จ ที่เรียกว่า ‘‘Paid-Own-Earn Media’ แล้ว คงต้องรอกันอีกนานหลายปีดีดักเลยทีเดียว กว่าคอนเท้นต์ดีๆ จากแบรนด์สินค้าและบริการที่เราทุ่มทุนสร้าง จะมาถึงสายตาของผู้บริโภคหรือกลุ่มเป้าหมาย ได้ยินแบบนี้แล้ว ก็ไม่ควรนิ่งเฉยรีบมาดูเฉลยได้เลย ณ บัดนาว ว่าเจ้าเครื่องมือ 3 สิ่งที่สร้างหนทางไปสู่ความสำเร็จเหล่านี้ มีอะไรกันบ้าง?

ทุกสื่อ ทุกคอนเท้นต์ หรือทุกข้อความดีๆ ที่เราสร้างสรรค์ แม้ต้องจ่ายค่าผ่านทาง ก็นับว่าคุ้มค่า หากไปถึงมือผู้บริโภค

อย่างแรกนี่คือ นิยามของเจ้าสิ่งที่เรียกว่า ‘Paid Media’ คุณสมบัติก็ชัดเจนตรงตามชื่อ เพราะเจ้า ‘Paid Media’ เป็นสื่อดิจิตอลที่ต้องจ่ายค่าผ่านทาง เพื่อเป็นการรับประกันความมั่นใจว่า ทุกคอนเท้นต์สำคัญของแบรนด์จะออกไปสู่สายตาประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุดที่สุด โดยอาศัยระยะเวลา ช่องทาง จำนวนครั้งในการออกสื่อ อันขึ้นอยู่กับเงื่อนไข หรือแพ็คเกจที่เรายอมเสียเม็ดเงินไปนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นค่าโฆษณาบนจอโทรทัศน์หรือภาพยนตร์ ค่ายิงโฆษณาบนสื่อ Social Media เจ้าดังอย่าง Facebook หรือการลงโฆษณาผ่านคลิปวิดิโอจาก YouTube ซึ่งเป็นสื่อมีเดียยอดนิยมที่มีผู้เข้าชมหลายล้านคนทั่วโลก

ด้วยผลลัพธ์จากแบรนด์ดังหลากหลายเจ้า ที่สามารถส่งต่อคอนเท้นต์โฆษณาสุดฮิตไปถึงมือผู้บริโภคได้จริง สร้างยอดขายทะลุเป้าด้วยเจ้า ‘Paid Media’ ทำให้ช่องทางนี้กลายเป็นสูตรลัดยอดนิยมไปอย่างง่ายดายจริงๆ

ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหน เสียงลูกค้าจะไปถึง ถือเป็นการสื่อสารแห่งยุคดิจิตอล ที่ใช้ช่องทางการสื่อสารของแบรนด์ รับฟังเสียงผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง

‘เสียงของผู้บริโภค’ มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการปรับปรุงและพัฒนาสินค้าและการให้บริการของแบรนด์ และเป็นสิ่งที่มองข้ามไปไม่ได้เด็ดขาด ต้องยอมรับว่า หากวันนี้เรายังไม่มีสื่อมีเดียของตัวเอง ซึ่งกลุ่มเป้าหมายจะสามารถติดต่อสื่อสาร เพื่อสอบถามข้อมูลหรือปัญหาต่างๆ อันเกิดขึ้นจากการใช้สินค้าและบริการได้ ก็เป็นการยากที่แบรนด์ของเราจะได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภค ‘Own Media’ จึงไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้ามเลย เพราะการสร้างสื่อออนไลน์ของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น Website, Twitter, Facebook, Youtube, Line Official หรือแม้กระทั่ง Instagram นั้น ถือเป็นการระบุและยืนยันตัวตนของเราว่าเป็นอย่างไร มากไปกว่านั้น นอกจากจะใช้สื่อที่เราเป็นเจ้าของรับฟังเสียงจากผู้บริโภค ยังสามารถใช้สื่อของตนเองสำรวจตลาด และคู่แข่งว่ามีกลยุทธ์อย่างไร ทั้งยังสามารถใช้ติดตามข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์  ทำให้แบรนด์เกาะติดกระแสโลก ไม่ถูกลืมง่ายๆ อีกด้วย

การใช้ ‘Own Media’ ประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของตนเอง เป็นหลักการทำ Social CRM อย่างหนึ่ง หากอยากได้ใจและเข้าถึงลูกค้ามากกว่าคำว่า ‘โฆษณา’ ต้องมีช่องทางเป็นของตัวเองเท่านั้น

กระแสต่างๆ ที่แบรนด์ถูกพูดถึง ก็เป็นสิ่งจำเป็นบนโลกของโซเชียล เน็ตเวิร์ก การบอกต่อผ่านช่องทางออนไลน์นั้นรวดเร็วมาก จนอาจมีฐานลูกค้าใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมาอย่างคาดไม่ถึง

‘Earn Media’ ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายในการยืนยันว่า สิ่งที่แบรนด์พยายามสื่อสารออกไปให้ถึงมือผู้บริโภคนั้น มีผลลัพธ์อย่างไร นั่นเอง เพราะการเกิด ‘Earn Media’ ขึ้นมาได้นั้น นอกจากคอนเท้นต์จะต้องไปถึงมือกลุ่มเป้าหมายสำคัญแล้ว เนื้อหาสาระสำคัญต้องผ่านการกลั่นกรองจากผู้รับสารว่า ‘โดนใจมากน้อยแค่ไหน’ จนเกิดปฏิกิริยาบอกต่อบนโซเชียล แบบไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด ไม่ว่าจะเป็นการแชร์ต่อคอนเท้นต์ของแบรนด์ การแชร์คลิปโฆษณาต่างๆ บนโลกออนไลน์ การ Mentioned สินค้าหรือบริการของแบรนด์ในทวิตเตอร์ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ไม่ว่า ‘Earn Media’ ที่เกิดขึ้นหลายๆ ช่องทาง จะมีความคิดเห็นแง่บวกหรือแง่ลบ การเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงของแบรนด์ จะกลายเป็นกระแสนิยมบนตลาดโลกโซเชียล เน็ตเวิร์ก ซึ่งเป็นการบรรลุเป้าหมายสำคัญที่สุดของการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเป็นทางลัดของความสำเร็จในแบรนด์

หลังจากที่เราได้เลือกใช้วิธีการต่างๆ เพื่อสร้างช่องทางให้แต่ละคอนเท้นต์ไปถึงมือผู้รับสาร จนกระทั่งเกิดการติดตาม กดไลค์ กด Follow กลายเป็นกระแสฮิตติดลมบน เราก็ยังมีกระบวนการวัดผลตอบแทนจากการลงทุน ที่เรียกว่า ‘ROI’ หรือการหาค่า Return of Investment นั่นเอง เพราะยอดขายที่ดีอาจไม่เกี่ยวข้องกับจำนวนยอดไลค์หรือฟอลโล่ว์เลยก็ได้ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เราจะสรุปการหาค่า ROI แบบง่ายๆ ให้ฟังกัน

เมื่อเรากำหนดเป้าหมายและผลที่คาดหวังเรียบร้อยแล้ว นั่นถือเป็นการตอกย้ำว่าเราต้องการผลลัพธ์อะไรจากลูกค้าในแต่ละแคมเปญที่ส่งสารออกไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าสั่งซื้อสินค้าและบริการ กรอกแบบสอบถามออนไลน์ ร่วมกิจกรรมบนแฟนเพจ เป็นต้น จึงถึงคราวจำเป็นที่เราต้องมีตัวช่วยดีๆ มาช่วยวิเคราะห์ Target ได้ ซึ่งปัจจุบันเครื่องมือทุ่นแรงที่ว่าก็มีให้เลือกใช้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Google Analytics, Facebook Analytics หรือจะเป็นการหา Feedback ด้วย Listening Tools เป็นต้น ซึ่งแพลตฟอร์มเหล่านี้จะสามารถจับ Traffic, Leads, Customers ,Conversation Rates ได้อย่างค่อนข้างสมบูรณ์ทีเดียว

ผลลัพธ์จากเครื่องมือที่ช่วยวิเคราะห์ Data ต่างๆ จนกระทั่งออกมาเป็นสถิติ จะสามารถช่วยให้เราคำนวณค่าเฉลี่ยที่เราต้องเสียเม็ดเงินลงทุนไปแต่ละแคมเปญต่อยอดผู้เข้าชมสื่อออนไลน์ จนไปถึงแสดงยอดที่ขายสินค้าและบริการนั้นๆ ทำให้เราเห็นตัวเลขหรือรายได้ต่อจำนวนผู้เข้าชมได้ โดยต้องคำนวณต้นทุนที่เสียไปในแต่ละช่องทาง รวมถึงค่าจ้างบุคลากรต่างๆ ก็ต้องนำมาหาจุดคุ้มทุนเช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าเราจะยิงคอนเท้นต์อะไรออกไป จากช่องทางไหนก็ตาม อย่าลืมหาค่า ‘ROI’ ให้ดีด้วย

‘สมการคำนวณค่า ROI คือ ROI = (กำไร-ต้นทุน)*100/ต้นทุน = ผลลัพธ์ร้อยละ หรือเปอร์เซ็นต์

การใช้สูตรลัด ‘Paid-Own-Earn Media’ บนโลกออนไลน์ ไม่มีคำว่า ‘ตายตัว’ และมีความเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน เราไม่ควรยึดถือหนทางใดหนทางหนึ่ง เพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ การประยุกต์ทุกสูตรเข้าด้วยกัน ตามความเหมาะสมต่างหาก ที่จะมอบทางลัดของความสำเร็จได้โดยที่เราไม่ต้องเหนื่อย

Channel3 Apps
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family
Mello
YouTube Ch3Thailand
Line TV Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android
  • Mello Thailand Application

    Mello Thailand

    Mello Thailand Application IOS Mello Thailand Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android