Ch3Thailand Logo

ชนะเลิศ! สุดยอดโมเดลจัดการขยะ ทีม “ ORGAFEED ” คว้ารางวัลผู้ชนะ Waste Runner 100 Days Challengeกับ GC

เปิดอ่านแล้ว 108 ครั้ง

ชนะเลิศ ! สุดยอดโมเดลจัดการขยะ ทีม “ ORGAFEED ” คว้ารางวัลผู้ชนะ Waste Runner 100 Days Challengeกับ GC   ผ่านชุมชนต้นแบบคุ้งบางกะเจ้า



Waste Runner 100 Days Challenge กับ GC เดินทางมาถึงวันที่ 100 แล้วกับบทสรุปการของแข่งขันเพื่อเฟ้นหาทีมผู้ชนะสุดยอดโมเดลจัดการ ผ่านชุมชนต้นแบบคุ้งบางกะเจ้า ในรอบตัดสิน  “ Waste Runner: Final Round ก้าวที่ร้อย  สู่อนาคตขยะไทย ” 



อีกหนึ่งโครงการดีดีที่ได้ประกาศผลทีมผู้ชนะอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้วนั้น  หลังจากที่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC ร่วมมือโครงการ OUR Khung BangKachao  จัดโครงการ Waste Runner 100 Days Challenge การแข่งขันสร้างโมเดลจัดการขยะในประเทศไทย เพื่อนําไปสู่การต่อยอดให้เกิดธุรกิจต้นแบบด้านการจัดการขยะใน พื้นที่ชุมชนคุ้งบางกะเจ้า โดยเปิดรับสมัครผู้สนใจและต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาขยะให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการแข่งขัน เป็นระยะเวลา 100 วัน ที่มีการเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 62 ที่ผ่านมานั้น ก็ได้เดินทางมาถึงบทสรุปการของแข่งขันแล้ว ขอแสดงความยินดีกับทีมที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในครั้งนี้  ได้แก่ ทีม “ ORGAFEED ”



โดยที่ผ่านมา ได้ทำการคัดเลือกทีมผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดเกือบ 80 ทีม ให้เหลือ 8 ทีม เพื่อนำเสนอโมเดลการจัดการขยะ ก่อนที่จะเฟ้นหา 3 ทีมสุดท้าย ให้ลงพื้นที่จริง ทำจริง ในบริเวณชุมชนคุ้งบางกะเจ้า และนำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการอีกครั้งในวันตัดสิน เพื่อหาทีมผู้ชนะเลิศในครั้งนี้



ซึ่งมีเกณฑ์การให้คะแนนแบ่งเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่ ความเป็นไปได้ในการดำเนินการจริง ผลลัพธ์ในการจัดการขยะ ความยั่งยืน สุดท้ายคือ ความคิดสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกับชุมชน และสำหรับทีมผู้ชนะเลิศอันดับที่ 1, 2, 3 จะได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท 50,000 บาท และ 30,000 บาท เพื่อไปพัฒนาและต่อยอดโครงการต่อไป

ล่าสุด วันที่ 24 สิงหาคม 2562 บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC ร่วมมือโครงการ OUR Khung BangKachao  จัดงาน “Waste Runner: Final Round “ก้าวที่ร้อยสู่อนาคตขยะไทย” ที่นับเป็นบทสรุปของการแข่งขัน  โดยให้ 3 ทีมสุดท้ายที่ได้ลงพื้นที่จริง ทำจริง นำเสนอผลงานของตนเองต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อตัดสิน หาทีมผู้ชนะ 



คุณวราวรรณ ทิพพาวนิช  ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานกิจการองค์กร  บริษัท พีทีที   โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวว่า ตั้งแต่เริ่มต้นการแข่งขัน Waste Runner 100 Days Challenge สิ่งที่ GC มุ่งเน้นจะให้เกิดขึ้นมาโดยตลอดคือการระดมความคิดในการจัดทำโมเดลการจัดการขยะ ที่สนับสนุนหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ  Circular Economy อย่างครบวงจร รวมถึงการให้ความรู้เพื่อส่งเสริมให้เกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งแนวทางแก้ไขต้องเริ่มที่การปลูกฝังจิตสำนึก แต่ต้องเป็นวิธีการบางอย่างที่สามารถสร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการจัดการขยะ 

รวมถึงการนำขยะเหล่านั้นกลับมาเพิ่มมูลค่า โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความเข้าใจว่าขยะมีมูลค่า และต้องได้รับการจัดการที่เหมาะสม ซึ่งเรื่องนี้ GC ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยพลัง และความมุ่งมั่นจากทุกภาคส่วน และทาง GC มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นพลังของคนรุ่นใหม่ ที่ได้ทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจ เพื่อร่วมกันหาทางออกสำหรับปัญหาการจัดการขยะในประเทศ 
โดยเฉพาะ 3 ทีมสุดท้ายของการแข่งขัน ที่มุ่งพัฒนาโมเดลการจัดการขยะให้สามารถนำไปปรับใช้ในพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าได้อย่างเป็นรูปธรรม  ที่นอกจากจะได้เห็นศักยภาพ ความใส่ใจ และความมุ่งมั่นของแต่ละทีมในโครงการนี้แล้ว ความตั้งใจของทั้ง 3 ทีมยังได้สร้างแรงบันดาลใจให้ภาคส่วนต่างๆ เกิดความตระหนัก และเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการหาทางออกให้กับสังคมไทย 



คุณวราวรรณ กล่าวอีกว่า สำหรับทั้ง 3 ทีม และผู้สมัครเข้าร่วมโครงการนี้ทั้งหมดรวมประมาณ 80 ทีมเป็นพลังของคลื่นลูกใหม่ ที่สะท้อนความหวังในการเปลี่ยนแปลงสังคมไทยอย่างแท้จริง และวันนี้ 3 ทีม ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า การสร้างความเปลี่ยนแปลงไม่จำเป็นต้องทำในฐานะหน่วยงานภาครัฐ เอกชน หรือองค์กรใดๆ แต่เป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าคนตัวเล็กๆ ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมได้
และถึงแม้ว่างานนี้ จะครบตามระยะเวลาของโครงการ คือ 100 วันแล้ว แต่ก็เป็นเพียงช่วงสุดท้ายของงานเท่านั้น เพราะ GC จะไม่หยุดเพียงเท่านี้ และแน่นอนว่าเราจะมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่สูงขึ้น และยากขึ้นเรื่อยๆ ต่อไป ซึ่งส่วนตัวแล้วมองว่าได้เห็นสังคมมีความตระหนักถึงการลดใช้พลาสติกมากขึ้นเรื่อยๆ ได้เห็นแนวร่วมมากมาย แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะตอบโจทย์ทั่วทั้งประเทศ ซึ่งนั่นจะเป็นโจทย์ให้ GC ต่อไป 



"Waste Runner 100 Days Challenge นับว่าเป็นต้นแบบที่ดี ที่อย่างน้อยมันจะสามารถจุดประกายให้กับคนรุ่นใหม่ หรือใครที่อยากเอาแนวคิดเหล่านี้ไปเดินต่อได้ และ GC ในฐานะภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ก็พร้อมที่จะสนับสนุนความมุ่งมั่นเหล่านี้ต่อไป” คุณวราวรรณ กล่าว 



คุณชยุตม์ สกุลคู ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท แทคท์ โซเชียล คอนซัลติ้ง กล่าวว่า 100 วันที่เกิดขึ้นมาในโครงการจึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะกระตุ้นให้หลายๆ คนที่มีความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม ได้ออกมาเริ่มต้นสร้างการเปลี่ยนแปลงที่เป็นเส้นทางของตนเอง โดยทั้ง 3 แนวคิดที่เกิดขึ้นมา เป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกัน ทั้งต้องลดการใช้พลาสติก ประเภทใช้ครั้งเดียว (single use) มีการจัดการขยะอินทรีย์ เพื่อให้ขยะที่เหลืออยู่ไปใช้ประโยชน์ พร้อมขายได้

คาดว่าในอีก 3 ปี เป้าหมายการจัดการขยะในบางกะเจ้าจะสำเร็จได้   และนำไปสู่การพัฒนาใน ซีซั่น 2 โดยเปลี่ยนโจทย์จากโมเดลชุมชน สู่โมเดลออฟฟิศ โมเดลคอนโดฯ แก้ปัญหาขยะในเขตพื้นที่เมือง

 
คุณชยุตม์ กล่าวอีกว่า จากผลลัพธ์ของทั้ง 3 ทีมที่ร่วมสร้างความเปลี่ยนแปลงในชุมชน คุ้งบางกะเจ้า และเรื่องราวของ Speaker อีก 3 ท่าน ล้วนเริ่มต้นจากวันที่ไม่มีอะไร แล้วค่อยๆ ทุ่มเทสร้างเส้นทางของตนเองขึ้นมา ทาง Tact จึงอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่บางกะเจ้า และอยากให้ผู้ที่มีความสนใจ และมีความมุ่งมั่นด้านการจัดการขยะเหมือนกัน ให้เริ่มต้นด้วยตนเอง 

“ผมอยากชวนทุกคนให้กล้าที่จะลองทำสิ่งใหม่ๆ โดยอาจจะเริ่มต้นจากตัวเอง ครอบครัว หรือที่ทำงาน ขอเพียงใส่ความเชื่อ และความพยายามลงไป ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างเส้นทางที่แตกต่างที่เป็นของตนเองได้ ดังนั้นจึงอยากให้บุคคลเหล่านี้เป็นแรงบันดาลใจและสร้างความมุ่งมั่นในการเปลี่ยนแปลงสังคมให้กับทุกคน” คุณชยุตม์ กล่าว 



ซึ่งทีมผู้ชนะเลิศในการแข่งขันครั้งนี้ก็คือ ทีม ORGAFEED  โมเดลเพาะเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ลดขยะอินทรีย์ และค่าใช้จ่ายการในการใช้อาหารสัตว์ ส่งเสริมอาชีพเกษตรกรรมอย่างยั่งยืนให้แก่เกษตรกร



โดยทีม ORGAFEED กล่าวว่า  เลือกใช้ ‘หนอนแมลงวันลาย’ สิ่งมีค่าที่ถูกมองข้าม ได้ยินชื่อหนอน อาจจะดูเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่ารัก แต่สกิลของเจ้าหนอนแมลงวันลายนี้ สามารถ ‘กินขยะอินทรีย์’ ได้เป็นจำนวนมาก (100 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กรัมเลยทีเดียว) ซึ่งผลลัพธ์ที่จะได้ก็คือ ‘ปุ๋ย’ และ ‘โปรตีนชั้นดี’ 



หนอนแมลงวันลายเป็นแหล่งโปรตีนที่สำคัญ เป็นที่ต้องการของตลาด และในอุตสาหกรรมอีกด้วย ทีม ORGAFEED เล็งเห็นว่า หากเรานำการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายให้เป็นที่รู้จักในวงการการเกษตรแล้ว เจ้าหนอนแมลงวันลายนี้ จะช่วยลดต้นทุนการเกษตร จากการใช้โปรตีนที่ได้จากหนอนเป็นอาหารของสัตว์ (ปัจจุบัน เกษตรกรรมในประเทศไทย ผลิตอาหารสัตว์โดยใช้ กากถั่วเหลืองและปลาป่น ซึ่งส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมากและยังขาดความยั่งยืนอีกด้วย) โมเดลการเลี้ยงหนอนแมลงวันลาย ช่วยลดต้นทุนเกษตรกร และสร้างเกษตรกรรมอย่างยั่งยืน ที่สำคัญที่สุด คือช่วยลดขยะแบบที่เราเองก็คาดไม่ถึงมาก่อน ลงทุนต่ำ ได้ประโยชน์มาก ช่วยสร้างเศรษฐกิจยั่งยืน



สำหรับ 100 วันกับการลงพื้นที่แก้ปัญหา ผลตอบรับที่เกิดขึ้นจากชาวบ้านนั้นถือว่าดีมาก แต่ในระหว่างทาง ก็ต้องยอมรับว่าเกิดปัญหาหน้างานอยู่ไม่น้อย ซึ่งก็สามารถผ่านออกมาได้   ขณะนี้มี 4 ครอบครัวในชุมชนได้เริ่มเลี้ยงหนอนฯ ซึ่งเราจะไม่หยุดแค่นี้ จะเดินหน้าลงพื้นที่ให้ความรู้เพื่อขยายโมเดลนี้สู่ครอบครัวอื่นๆ ในชุมชน จนกว่าคุ้งบางกะเจ้า จะกลายเป็นแหล่งเรียนรู้หนอนแมลงวันลายต่อไป และในอนาคตคิดว่า คงไม่มีปัญหาในการขยายโมลเดลนี้ออกสู่ชุมชนอื่นๆ และพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ



ทีม ORGAFEED  ยังกล่าวอีกว่า “และในส่วนของทีมวันนี้รู้สึกประทับใจมาก และอย่างแรกก็คืออยากขอบคุณทาง GC ที่ได้จัดโครงการดีๆ แบบนี้ขึ้นมา และขอบคุณไปยังชาวบ้านที่คุ้งบางกะเจ้าทุกคนที่ได้เข้าร่วมการโมเดลของเรา ซึ่งถือว่าเป็นจุดที่ประสบความความสำเร็จของเรา ที่ได้นำองค์ความรู้ที่ปกติได้ใช้แค่ในมหาวิทยาลัย ก็สามารถมีโอกาสนำออกมาใช้ และออกสู่สายตาคนทั่วไปได้จริงๆ” 



สำหรับทีมที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม Zero Journey โมเดลลดใช้พลาสติกประเภทใช้ครั้งเดียวทิ้ง (Single-use plastics) และโฟมในแหล่งท่องเที่ยว โดยสร้างเส้นทางท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงเครือข่ายร้านค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวโดยการสร้างจุดคัดแยกขยะและใช้ Zero Journey Kit ที่พกพาไปได้ทุกที่ เพื่อลดขยะจากการท่องเที่ยว

 
ทีม Zero Journey โมเดลการลดใช้พลาสติก Single-use  และ Zero Journey Kit ที่พกพาไปได้ทุกที่ เพื่อลดขยะจากการท่องเที่ยวไม่เพียงแต่ช่วยโลกแต่ชุด Kit ยังนำเทรนด์แฟชั่นที่เป็นมิตรกับทุกคน 

Scale & Model of  Zero Journey 


Zero Journey Kit  ( E-Co Friendly Lifestyle ) 



รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม TRASH โมเดลแพลตฟอร์มส่งเสริมการคัดแยกขยะและบริการกําจัดขยะครบวงจรในชุมชน โดยนําขยะมาเพิ่มมูลค่าผ่านกระบวนการ Upcycling สร้างนิสัยการแยกขยะให้คนในชุมชนคุ้นชินและทำเป็นกิจวัตรผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น เปลี่ยนขยะเป็นเงิน ยิ่งแลก ยิ่งดี ยิ่งแยก ยิ่งมีมูลค่ามาก 


รองชนะเลิศอันดับ 2 คือ ทีม TRASH




โดยโมเดลทั้งหมด GC จะนำพัฒนาและไปต่อยอด รวมทั้งวางแผนกลยุทธ์ในการพัฒนาพื้นที่คุ้งบางกะเจ้าอย่างยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อชุมชนต่อไป



นอกจากที่จะมีการนำเสนอผลงานของผู้เข้าแข่งขัน และประกาศผลการตัดสินแล้วนั้นแล้วนั้น ก็ยังมี Speaker อีก 3 ท่าน ที่มาสร้างแรงบันดาลใจดีๆ เติมไฟให้กับคนที่อยากเริ่มต้นลงมือทำอะไรดี ๆ ในหัวข้อ “Run Your Own Race” เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้านการจัดการขยะในแบบของตัวเอง ผ่านตัวแทน ที่ประสบความสำเร็จมาแล้วจากการลงมือทำจริง ได้แก่ คุณชนินทร์ ศรีสุมะ (น้ำมนต์) ผู้ก่อตั้ง Refill Station ร้านปั๊มน้ำยาแห่งแรกของประเทศไทย, คุณรพีพัทธ์ รัตนเตมีย์ (น้องกันน์) เยาวชนวัยเพียง 14 ปี ผู้คว้ารางวัล เหรียญทองเกียรติยศจากเวที “44th International Exhibition of Inventions of Geneva 2016” จากผลงาน “Eco-Green Bin” และ คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ (เอซ) ผู้ก่อตั้ง เพจ Greenery Challenge และ Greenery Market



สำหรับผู้ที่สนใจโครงการ Waste Runner 100 Days Challenge “ร้อยวันรันวงการขยะ” สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ 


Channel3 Apps
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 28SD
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 13Family
Mello
YouTube Ch3Thailand
Line TV Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android
  • Mello Thailand Application

    Mello Thailand

    Mello Thailand Application IOS Mello Thailand Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android