Ch3Thailand Logo

PEA แนะนำติดตั้งเครื่องตัดไฟรั่ว (RCD) เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากเครื่องใช้ไฟฟ้า

เปิดอ่านแล้ว 74 ครั้ง
สกู๊ปพิเศษ

เครื่องใช้ไฟฟ้า คือ สิ่งอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวัน แต่อันตรายที่เกิดจากเครื่องใช้ไฟฟ้าสามารถทำให้ถึงแก่ชีวิต PEA แนะนำให้ติดตั้ง RCD เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นเครื่องตัดไฟรั่ว RCD (Residual Current Device) คือ เครื่องตัดไฟฟ้าอัตโนมัติที่จะตัดวงจรเมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายเฟสและสายนิวทรัลมีค่าไม่เท่ากัน

ประโยชน์ของเครื่องตัดไฟรั่ว 

1. ใช้เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูด

2.  ใช้เพื่อป้องกันอัคคีภัยที่อาจเกิดจากไฟฟ้ารั่วในวงจรไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า

3. ใช้เพื่อตรวจสอบว่ามีจุดใดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน จะได้แก้ไขต่อไป


เครื่องตัดไฟรั่วมีทั้งหมด 2 ชนิด

1. RCBO (Residual current circuit breaker with overcurrent protection) : สามารถใช้ตัดวงจรได้ทั้งกรณีเกิดกระแสไฟฟ้ารั่ว, กระแสไฟฟ้าเกิน และกระแสไฟฟ้าลัดวงจร 

2. RCCB (Residual current circuit breaker) : สามารถใช้ตัดวงจรได้เฉพาะกรณีเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วอย่างเดียว จึงมักต้องติดตั้งร่วมกับฟิวส์หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์เสมอ 

ตำแหน่งในการติดตั้งใช้งาน

1.  ติดตั้งที่แผงเมนสวิตช์ เช่น ติดตั้ง RCBO แทนเซอร์กิตเบรกเกอร์เมน กรณีนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอัคคีภัยเป็นหลัก

2. ติดตั้งที่วงจรย่อย เช่น ติดตั้ง RCCB กรณีนี้จะมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูดเป็นหลัก

เครื่องตัดไฟรั่วต้องเป็นไปตามข้อกำหนดดังนี้

1. ต้องผลิตและผ่านการทดสอบตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เครื่องตัดไฟรั่วชนิด RCBO มอก. 909-2548  หรือ เครื่องตัดไฟรั่วชนิด RCCB มอก. 2425-2552

2. ต้องมีพิกัดกระแสไฟฟ้ารั่วไม่เกิน 30 มิลลิแอมแปร์ เพื่อป้องกันอันตรายต่อบุคคลจากการถูกไฟฟ้าดูด

3. ต้องติดตั้งร่วมกับสายดิน เพราะสายดินจะช่วยนำไฟฟ้าที่รั่ว ไหลลงดินโดยไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อคนที่สัมผัส และช่วยให้อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (เซอร์กิตเบรกเกอร์) รวมทั้ง RCD สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4. ติดตั้งในวงจรย่อยที่มีความเสี่ยง เช่น บริเวณที่เปียกชื้น ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ห้องครัว ห้องใต้ดิน วงจรไฟฟ้าภายนอกอาคาร รวมถึงวงจรย่อยสำหรับ    เครื่องทำน้ำอุ่น/อ่างอาบน้ำ

5. RCD ต้องมีพิกัดกระแสไม่น้อยกว่า พิกัดกระแสของเครื่องป้องกันกระแสเกิน

6. ต้องเป็นชนิดที่ปลดสายไฟทุกเส้นออกจากวงจรรวมทั้งสายนิวทรัล ยกเว้นสายนิวทรัลนั้นมีการต่อลงดินโดยตรงแล้ว

7. กรณีต้องการป้องกันอัคคีภัย อาจติดตั้ง RCD ที่ตำแหน่งหลังจากเซอร์กิต เบรกเกอร์เมน โดยเลือก RCD ขนาดพิกัดกระแสรั่วมากกว่า 30 mA (เช่น 100 mA หรือ 300 mA) และควรเป็นชนิดหน่วงเวลา (type S)

8. ควรตรวจสอบการทำงานของ RCD อย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยทุก 6 เดือน โดยกดที่ปุ่มทดสอบการทำงาน (Test Button) ที่ RCD

ข่าว : กองสื่อสารองค์กร ฝ่ายประชาสัมพันธ์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

APPLICATIONS
CH3Plus
WeTV YouTube Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • Ch3plus

    CH3 Plus

    CH3 Plus Application IOS CH3 Plus Application Android CH3 Plus Application Huawei