Ch3Thailand Logo

คุยกับผกก.มือฉมัง “สันต์ ศรีแก้วหล่อ” กว่าจะเป็นกลิ่นกาสะลอง

เปิดอ่านแล้ว 3,079 ครั้ง

เข้มข้นถึงพริกถึงขิง! เบื้องหลังการสร้าง “กลิ่นกาสะลอง” จากปากผู้กำกับฯ มือฉมัง “สันต์ ศรีแก้วหล่อ” กว่าจะเป็นวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย 


เบื้องลึกเบื้องหลังการถ่ายทำฉากฝาแฝดที่หินสุดๆ

"ฉากฝาแฝดแบบปกติทั่วไปเราก็เอาสแตนด์อินมาถ่ายผ่านหลังผ่านไหล่เพื่อรับหน้าแคบของอีกฝั่งหนึ่ง แต่ก็ต้องมีสแตนด์อินมาเพื่อให้คนดูเห็นว่าคุยกันสองคน ทุกฉากจะทำแบบนี้ แต่บางฉากที่เราต้องการให้คนดูเห็นชัดๆ ว่ามีญาญ่าสองคนหรือสามคนยืนอยู่ด้วยกัน ก็ใช้วิธีถ่ายกรีนสกรีนเพื่อไปทำซีจี ง่ายๆ เลยก็คือต้องมีคนหนึ่งยืนอยู่กับแบ็กกราวด์จริง ส่วนคนที่ 2 หรือ 3 ก็ให้เขาอยู่บนกรีนสกรีนที่เราบังคับเฟรมไว้ว่าอยากให้เขายืนตรงไหน ก็ต้องมีการมาร์กจุด มาร์กการมองให้ดี และกำหนดให้แน่ชัดว่า ซีนตรงนี้พอถึงอารมณ์นี้อยากได้ภาพสามคน เราก็ทำออกมา

แต่ถ้าเราใช้กรีนสกรีนเฉยๆ ก็จะไปเหมือนกับการถ่ายทำละครฝาแฝดเรื่องอื่นๆ บางซีนเราเลยอยากเพิ่มความเสี่ยงเข้าไปอีกนิดหน่อย เช่น ตัวละครสองตัวถูกเนื้อต้องตัวกัน ต้องถ่ายกรีนสกรีนเหมือนกัน แต่เราไม่ได้นำมาทั้งตัว บางทีตัดมาแค่หน้า ตัดมาแค่คอ เพื่อนำมาแปะอีกที แล้วแต่ความต้องการของฉากนั้นๆ”

ฉาก “พริมพี่” รถคว่ำคือฉากที่ยากที่สุดฉากหนึ่งในกลิ่นกาสะลอง

“เอาเข้าจริงๆ ผมก็ยังไม่เคยถ่ายทำฉากรถคว่ำแบบนี้นะ ที่มันต้องอึกทึกครึกโครมขนาดนี้ แต่ว่าตอนอ่านบทคิดว่ามันเป็นจุดสำคัญของเรื่องที่ต้องทำให้ชัดเจน ใหญ่โตเอิกเกริกเพียงพอที่จะทำให้พริมพี่ย้อนกลับไปสู่อดีตได้ ก็เลยดีไซน์ไว้ว่าอยากทำแบบนี้ อยากเห็นสองคนนั่งอยู่ในรถแล้วตกใจ อยากเห็นรถหมุน ให้เหมือนกำลังจะย้อนเวลา เราอยากได้ความรู้สึกแบบนั้น ก็เลยตัดสินใจทำด้วยวิธีนั้น

ซึ่งตอนแรกเราไม่รู้หรอกว่าต้องใช้อะไรบ้าง ก็ค่อยๆ เตรียมงานและพูดคุยกับฝ่ายต่างๆ เลยรู้ว่าต้องมีเทิร์นมาหมุนรถ มีรถมาลากอีกที มีเครนเพื่อทำมุมต่างๆ มีซีจีต่างๆ เพื่อลบเส้นถนนและวาดเส้นถนนใหม่ เพื่อให้เป็นถนนแบบที่เราต้องการ จนไปชนแล้วตกเหว ซึ่งฉากที่ตกเหวเป็นการวาดซีจีทั้งชิ้นเลย ยกเว้นฉากพี่ญ่าในรถที่เล่นจริง เอาพี่ญ่ามาถ่ายกับกรีนสกรีนแล้วให้เขากระเด้งไปมา เราก็วาดกระจกแตก วาดแบ็กกราวด์ทั้งหมด จนรถลงไปคว่ำ ซึ่งเบื้องต้นที่คิดว่าอยากได้ก็ไม่รู้หรอกว่าต้องทำขนาดนี้ แต่พอมันต้องทำก็เลยบานปลายไปเรื่อยๆ ซึ่งเราใช้เวลาในการถ่ายทำเยอะเหมือนกันนะ อย่างบนหน้าผาก็คืนนึง ส่วนฉากใต้หน้าผาก็ 1 คืน 2 วัน”

เทคนิคการทำละครหลอนแบบฉบับ “สันต์ ศรีแก้วหล่อ”

“อาจจะเป็นเพราะรสนิยมในการดูหนังผี คือผมเป็นคนที่ไม่ชอบดูหนังผีหน้าเละ ตาเหวอะๆ แต่ผมชอบดูผีจังหวะหรือผีตัดต่อมากกว่า และผมเชื่อว่า จริงๆ คนทั่วไปเวลากลัวผีเพราะทุกคนคิดไปเอง เวลาคนไปนอนในโรงแรมเก่าๆ ต้องคิดแล้วว่าจะมีอะไรโผล่มาหรือเปล่า เป็นการมโนของทุกคน เลยคิดว่าบางทีการไม่เห็น ก็เป็นอะไรที่น่ากลัวกว่า ก็เลยเลือกทำแบบนี้

อีกอย่างผีในเรื่องนี้ดราม่าเยอะ ถ้าเราไปทำผีหน้าเละความดราม่าอาจจะไม่ออก ซึ่งความพอดีของความหลอนจริงๆ มันช่วยกันทั้งหมด ทั้งการถ่ายทำและการตัดต่อ การเลือกหยิบโมเมนต์แต่ละอันมาใช้ถือว่าสำคัญ เพราะมากไปหรือน้อยไปบางทีก็อยู่ที่ตัดต่อด้วย เราถ่ายมาเราก็ต้องคัฟเวอร์มาให้ได้ว่าจะใช้มุมประมาณไหน ซึ่งคนที่เขาเลือกนำไปใช้ต้องเป๊ะจริงๆ ถึงจะได้บรรยากาศ ส่วนฝ่ายลงเสียงก็ต้องมีจังหวะดีๆ ให้อารมณ์ชัดขึ้น ทุกอย่างเอื้อกันหมด ก็เลยเป็นทีมเวิร์กที่ดีมากครับ”

ความจริงที่ “ผีกาสะลอง” ต้องการจากทินกฤตและพริมพี่

“หลักๆ ก็คือตอนที่กาสะลองตายเขารู้สึกว่าถูกกระทำ ถูกหักหลัง ผิดสัญญา ตอนนี้เขาต้องการให้มีคนเจ็บปวดแบบเขา และต้องการให้มีคนชดใช้สิ่งนี้กับเขา แต่ท้ายที่สุดมันจะชดใช้ด้วยอะไรหรือว่าต้องไปที่จุดไหนก็ต้องว่ากันไปตามแต่บุญแต่กรรม”

มุมมองความรักของ “กาสะลอง” จากปากผู้กำกับฯ

“ความรักของกาสะลองเริ่มต้นตั้งแต่รักแรกพบกลายเป็นรักแท้และรักจริง และเป็นความรักที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรมหมด ไม่ได้ทำผิดอะไรเลย ทั้งทินกฤตและกาสะลองไม่ได้ทำความผิดอะไรเลย เพียงแต่มีกรรมถ้าเขาไม่มาเจอกันในตอนที่มีซ้องปีบเข้ามาแบบนี้มันก็จะไม่มีปัญหา เพราะเขาไม่ได้ทำอะไรผิด ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย ไม่ได้ไปแย่งชิงใครเลย มันคือการเจอกันแล้วรักกัน แต่ว่าท้ายที่สุดมันเกิดการเข้าใจผิดกันและกัน ผมเชื่อว่าทั้งคู่มีกรรมก็ต้องรอวันที่หมดกรรม”


ความรักของ “ซ้องปีบ” ตอนนี้คือรักที่ปกติเช่นเดียวกับ “กาสะลอง”

“ถ้าถามถึงความรักของซ้องปีบตอนนี้ผมก็มองว่าเป็นรักที่ปกติเช่นเดียวกัน เริ่มต้นก็ไม่ได้คิดจะไปแย่งชิงมาจากใครเหมือนกัน เพราะเขาไม่รู้ว่าหมอทรัพย์รักกับกาสะลอง และยังมีการเข้าใจผิดว่าหมอทรัพย์มีใจให้ ดังนั้นเขาเจอคนที่เขารักก็มีสิทธิ์ที่จะรัก แต่ว่านิสัยพื้นเพเขาเป็นคนเอาแต่ใจ อยากได้อะไรต้องได้ รวมความเห็นแก่ตัวทุกอย่างไว้ในตัวเอง พอไม่ได้ปุ๊บก็ต้องยื้อแย่งเอามาให้ได้ ก็เลยเกิดปัญหา แต่ถ้าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นแล้วทั้งสามฝ่ายมาเคลียร์กันก็คงเข้าใจ”

ซ้องปีบคือตัวละครที่ไม่ได้ร้ายด้านเดียว แต่มีหมดทั้งรัก โลภ โกรธ หลง

“อย่างฉากกาสะลองจมน้ำและซ้องปีบลงไปช่วยในอีพี 7 เราจะได้เห็นความเป็นมนุษย์ของเขา เขาไม่ได้เกิดมาเพื่อจะมาร้าย หรือแย่งชิงอะไรอย่างเดียว เขามีความรัก โลภ โกรธ หลง มีความเป็นมนุษย์ที่เป็นสีเทา มีการอยากได้ความรักจากใคร และก็อยากรักใครเหมือนกัน แต่มันก็มีเหตุให้ส่วนมืดของชีวิตเข้ามาบดบังไป ทำให้เลือกความมืดบอดของชีวิตขึ้นมา แต่เดี๋ยวเราจะได้เห็นและเข้าใจว่าเป็นเพราะซ้องปีบขาดอะไรบางอย่าง จึงต้องการสิ่งนั้นมากๆ” 


ปิดท้ายที่ “หมอทรัพย์” กับคาแรกเตอร์ที่พี่สันต์ต้องการให้เขาเป็นหนุ่มวัยใส

“ผมต้องการให้หมอทรัพย์เป็นคนใซ้ใส (ลากเสียง) ความคิดบวกมากๆ เพราะการที่หนุ่มบางกอกเลือกจะมาใช้ชีวิตอยู่ที่เชียงใหม่ ต่างที่ต่างถิ่นมาไกลขนาดนี้ ผมคิดว่าเขาเป็นคนช่างฝันประมาณหนึ่งเลยแหละ ก็ต้องมองอะไรบวกๆ แล้วคนที่จะเป็นหมอได้ต้องมีจิตใจโอบอ้อมอารี ช่วยเหลือผู้คน ก็เลยต้องมองอะไรให้บวก ไม่ได้คิดลบหรือร้ายกับใคร แต่ก็ไม่อยากให้ใครมาเอาเปรียบตัวเอง ดังนั้นในขณะที่เขาสดใสร่าเริง แต่เมื่อถึงวันที่เขาต้องชัดเจนในความต้องการของตัวเองก็ต้องเอาให้ได้ ซึ่งเราก็พยายามทำให้เขาเป็นคนแบบนั้น แต่ที่สำคัญเลยหมอทรัพย์ต้องหล่อ (หัวเราะ) ไม่งั้นเดี๋ยวสาวๆ มาตีกันแล้วจะไม่สมเหตุสมผล”

ติดตามความสนุกและเข้มข้นนี้กันต่อใน “กลิ่นกาสะลอง” ทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.20 น. ทางช่อง 33   



ละครที่เกี่ยวข้อง : กลิ่นกาสะลอง

Channel3 Apps
ดูทีวีออนไลน์ ช่อง 33HD
Mello
YouTube Ch3Thailand
Line TV Ch3Thailand

APPLICATIONS

  • Ch3Thailand Application

    Ch3Thailand

    Ch3Thailand Application IOS Ch3Thailand Application Android
  • Mello Thailand Application

    Mello Thailand

    Mello Thailand Application IOS Mello Thailand Application Android
  • KrobKruaKao Application

    KrobKruaKao

    KrobKruaKao Application IOS KrobKruaKao Application Android