Ch3Thailand Logo

กาชาดและโรงพยาบาลทั่วประเทศขาดเลือดหนัก

เปิดอ่านแล้ว 478 ครั้ง
สกู๊ปพิเศษ

วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิต ฝ่าวิกฤติ COVID-19 ส่งต่อโลหิตช่วยชีวิตผู้ป่วยทั่วประเทศ

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วอนคนไทยสุขภาพดี ช่วยบริจาคโลหิตอย่างเร่งด่วน ชี้สถานการณ์การระบาด COVID -19 ระลอกใหม่ ส่งผลกระทบผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมากอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ทำให้โลหิตขาดแคลนหนัก วิกฤติทั่วประเทศ


รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการระบาดของโรค COVID-19 ระลอกใหม่ ส่งผลให้การบริจาคโลหิตลดลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่สิ้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยที่โรงพยาบาลทั่วประเทศกว่า 340 แห่ง มีความต้องการใช้โลหิตวันละ 6,500 - 7,000 ยูนิต ปัจจุบันปริมาณโลหิตบริจาคทั่วประเทศ ได้เพียงวันละ 2,000 ยูนิตเท่านั้น เนื่องจากจำนวนผู้บริจาคโลหิตลดลงอย่างมากทุกแห่ง หน่วยงานยกเลิกการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิต พนักงานหลายองค์กรต้องทำงานที่บ้าน เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ควบคุมการแพร่ระบาดหรือมีการกักตัว โรงพยาบาลทุกแห่งขาดเลือด ไม่มีโลหิตเพียงพอในการรักษาและผ่าตัดผู้ป่วย รวมทั้งผู้ป่วยเด็กโรคเลือด อาทิ โรคธาลัสซีเมีย ฮีโมฟีเลีย ที่ต้องใช้เลือดในปริมาณมากและต่อเนื่องตลอดชีวิต ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป การชะลอและเลื่อนการรักษาด้วยโลหิต อาจส่งผลอันตรายแก่ผู้ป่วย   ถึงชีวิตได้


ขอให้ผู้บริจาคโลหิตเชื่อมั่นในการทำงานของศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ ผู้ทำหน้าที่จัดหาโลหิตบริจาคที่ปลอดภัยให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ โดยยกระดับ มาตรการ 3 ข้อ “คัดกรอง เข้มงวด ครอบคลุม” ดังนี้

1. คัดกรอง สำหรับผู้บริจาคโลหิต ขอให้คัดกรองตนเองก่อนมาบริจาคโลหิต เช่น หากมีไข้ ไอ เจ็บคอ น้ำมูกไหล จมูกไม่ได้กลิ่น ลิ้นไม่รับรส ตาแดง มีผื่นขึ้น เดินทางไปยังสถานบันเทิง ตลาด สถานที่แออัด พื้นที่เสี่ยงที่มีการระบาด หรือสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วย/ ผู้ได้รับการวินิจฉัยว่าติดเชื้อ COVID-19 ต้องงดบริจาคโลหิตอย่างน้อย 14 วัน

สำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 สามารถบริจาคโลหิตได้ ดังนี้

  • กรณีฉีดวัคซีน Sinovac เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้
  • กรณีฉีดวัคซีน Astrazeneca และ Johnson & Johnson เว้น 4 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้
  • หากมีอาการข้างเคียงหลังฉีดวัคซีน ขอให้รอหลังหายดีแล้ว เว้น 1 สัปดาห์ บริจาคโลหิตได้

2. เข้มงวด บุคลากรมีความตระหนักและปฏิบัติตามมาตรการอย่างเคร่งครัด ทุกคนในพื้นที่สวมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา มีแอลกอฮอล์เจลล้างมือทุกจุดสัมผัส สถานที่และอุปกรณ์สะอาดปลอดเชื้อ จัดให้มีการเว้นระยะห่าง และจัดตั้งฉากกั้นระหว่างเจ้าหน้าที่และผู้บริจาคโลหิตทุกจุดของกระบวนการบริจาคโลหิต

3. ครอบคลุม โดยมาตรการทั้งหมดครอบคลุมทั้งที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ หน่วยเคลื่อนที่ และหน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ เพื่อความปลอดภัยสูงสุดตามมาตรฐานสากล

สถานที่รับบริจาคโลหิต (ส่วนกลาง)

• ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

• หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่  6  แห่ง ได้แก่ 

  1.  สถานีกาชาด 11 วิเศษนิยม (บางแค)
  2.  บ้านทรงไทย (ย่านวงศ์สว่าง) 
  3.  เดอะมอลล์ บางแค          
  4.  เดอะมอลล์ บางกะปิ
  5.  เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 
  6.  ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม

โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต 6 แห่ง

• โรงพยาบาลตำรวจ

• โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช

• โรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้า

• โรงพยาบาลรามาธิบดี

• โรงพยาบาลวชิรพยาบาล คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช

• สถาบันพยาธิวิทยา ศูนย์อำนวยการแพทย์พระมงกุฎเกล้า

สถานที่รับบริจาคโลหิต (ส่วนภูมิภาค)

ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่ง ได้แก่

• ภาคฯ จ.ลพบุรี

• ภาคฯ จ.ราชบุรี

• ภาคฯจ.ขอนแก่น

• ภาคฯจ.นครสวรรค์

• ภาคฯ จ.เชียงใหม่

• ภาคฯ จ.ภูเก็ต

• ภาคฯ จ.นครราชสีมา

• ภาคฯ จ.อุบลราชธานี

• ภาคฯ จ.พิษณุโลก

• ภาคฯ จ.สงขลา

• ภาคฯ จ.นครศรีธรรมราช

• ภาคฯ จ.ชลบุรี

โรงพยาบาลประจำจังหวัดทั่วประเทศ

ขอความร่วมมือ

ผู้บริจาคโลหิตต้องตอบคำถามเกี่ยวกับสุขภาพและการเดินทางไปในพื้นที่เสี่ยงตามความเป็นจริง หากไม่แน่ใจ ควรงดการบริจาคโลหิตชั่วคราว เพื่อเว้นระยะเวลาการพบเชื้อ 14 วัน

ใส่หน้ากากอนามัยทุกครั้งที่เดินทางมาบริจาคโลหิต และตลอดเวลาที่อยู่ในพื้นที่รับบริจาค          

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และจัดหาผู้บริจาคโลหิต โทร. 0 2256 4300, 0 2263 9600 - 99 ต่อ 1760


APPLICATIONS
CH3Plus
WeTV YouTube Ch3Thailand VIU iQIYI True ID AIS play

APPLICATIONS

  • Ch3plus

    CH3 Plus

    CH3 Plus Application IOS CH3 Plus Application Android CH3 Plus Application Huawei